เห็นโอปปาติกะแบบมโนมยอัตตาเป็นเช่นไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
เห็นโอปปาติกะแบบมโนมยอัตตาเป็นเช่นไร _ ภาสกร เกวรรณ์….ผมเคยเห็นโอปปาติกะครั้งหนึ่งครับ มันมานอนข้างผมเลย ผมหลับตาแค่ 3 นาทีเห็น ลืมตามาไม่เห็น ลองหลับตาอีกก็เห็น ถ้าหลับตาจะเห็นแต่ถ้าลืมตาจะไม่เห็น ตอนนั้นผมเคยท้าเจ้าที่แถวๆร้านผมว่า ถ้าวันนี้ยอดขายไม่ได้ 2000บาทก็จะไม่เลี้ยงพิชซ่า วันแรกยอดขายไม่ถึงก็ไม่เลี้ยง วันที่ 2 ยอดขายไม่ถึงก็ไม่เลี้ยง พอมาวันที่ 3 ยอดขายเกิน 2000 บาท แต่ผมลืมเลี้ยง ผมว่าเห้อขี้เกียจออกไปล่ะ ผมเจอดีเข้าเลยอ่ะดิ ลักษณะมันคือ ตัวจะเหมือนคนตาย แต่หน้ามันจะคล้ายๆเปรต ปากเป็นรู ตากลมๆเกลือบหลุดออกจากเบ้า แล้วตามันค่อยๆโตขึ้นเรื่อยๆ มันนอนอยู่อย่างงั้นไม่ขยับไปไหน ถ้าจิตไม่แข็งพอจะเป็นบ้าได้เลย ขนาดผมเป็นคนจิตแข็งยังขาสั่น เคยเห็นคนเดินแบบขาสั่นมั้ย ประมาณนั้น แต่ผมไม่กลัวมันน่ะ ถ้ามาอีกรอบก็ไม่กลัว เพราะเคยมองหน้ามันเป็นนาทีล่ะ พ่อครูว่า...ที่เล่ามานี้ เขาเรียกว่า มโนมยอัตตา เป็นรูปที่สำเร็จด้วยจิต แม้ว่าเขาเห็นผีเขาเห็นเปรต จะเป็นรูปร่างยังไงก็ตาม อุปาทานเขายึดไว้ เขาเข้าใจว่า มันต้องเป็นอย่างนี้เขาก็จะเห็นอย่างนี้ เขาปั้นเอง เป็นมโนมยอัตตา ที่จริงมันไม่มีจริงหรอก ใครมีอุปาทานอย่างไร ก็เห็นอย่างนั้น เช่น คุณหลับตาปั๊บ จะมืดใช่ไหม แสงก็ไม่มี สีก็ไม่มี แต่คนที่ยังมีอุปาทานอยู่ หลับตาเข้าไปก็จะมีแสงสี ดีไม่ดีก็ทำแสงสว่างในตอนหลับตาได้เป็นอุปาทานทั้งนั้น แสงหรือสีที่คุณเห็น คนที่ยังมีอุปาทานในจิตใครก็แล้วแต่ จะเป็นพระอาริยะก็ตาม ยังไม่หมดอุปาทานนั้น หลับตาก็จะเห็นแสง สีม่วง สีแดง สีเขียว สีเหลือง สีม่วง ก็หลับตาไปมันก็ต้องมืด ลืมตาก็สว่าง หลับตาก็มืด ยิ่งไม่มีแสงก็จะมืดชัดเจน ถ้ามีแสงมากก็จะมีบ้าง แต่ถ้าไม่มีแสงก็มีเลยอยู่ในที่มืดหลับตามันก็ต้องมืด ที่เ
อ่านต่อ
ห็นยิบยับๆ คืออุปาทานทั้งสิ้น คนที่ไม่หมดอุปาทาน หลับตาก็จะมีแสง ไม่ใช่แค่แสง มันจะมีเป็นดวงไฟขยายเข้าขยายออก เละไปหมด นี่คือพวกที่มิจฉาทิฏฐิไม่เข้าใจความจริงตามความเป็นจริง นี่ลึกละเอียดลงไปให้ฟัง หากเห็นโอปปาติกะเป็นตัวเป็นตนนั้น มันไม่มีหรอก แต่เป็นมี เป็นรูปที่สำเร็จด้วยจิตเรียกว่ามโนมยอัตตา รูปที่คุณสร้างเองปั้นเองมีเองเป็นอุปทาน เป็นจริง อย่าง อาจารย์มั่น เรียกว่าเข้าฌานสนิท มีสมาธิสูงแล้วก็ไปสอนเทวดา เทวดามาจากต่างประเทศก็มีวิญญาณเป็นโอปปาติกะที่มีตัวตน นี่คือมิจฉาทิฏฐิทั้งสิ้น อาจารย์มหาบัวเขียนไว้ อาจารย์มั่นก็เล่าไว้บอกว่า เทวดาองค์นี้มาจากเยอรมัน พระอาจารย์มั่นก็สอนเทวดาที่มาเรียนรู้กับอาจารย์มั่น นี่เป็นมโนมยอัตตาอย่างหนึ่ง ยิ่งเป็นตัวตนยิ่งเป็นรูปร่างยิ่งอยากมาก น่าสงสารบอกอาจารย์มั่นเป็นอรหันต์ยังไม่รู้ในอัตตา 3 โอฬาริกอัตตา มโนมยอัตตา อรูปอัตตา แม้ที่สุดให้เราหมดความยึดถือใน อัตตาก็อาศัยอัตตาได้ ขออภัยที่ต้องตำหนิอ.มั่น ก็เพราะว่าเป็นมิจฉาทิฏฐิในศาสนาพุทธบอกให้รู้ เพื่อจะได้ไม่ไปหลงกัน มันจะทำให้เกิดความเสียหายเละเทะ อาตมารู้ว่าเขามีลูกศิษย์ลูกหาเยอะ อาตมาพูดไปเขาก็จะชังน้ำหน้า อาตมาก็ยินยอมเสี่ยง เพื่อสัจธรรมที่ถูกต้อง อาตมามาทำงานเพื่อจะทำให้ศาสนาพุทธให้ถูกต้องขึ้นมา สิ่งที่ผิดพลาดจะปล่อยให้ผิดพลาดไปทำไม มันไม่ดี มันเสียหาย ก็ต้องตำหนิ ก็ต้องบอกความจริงใจ ส่วนคุณจะไม่เชื่อจะศรัทธาหรือไม่อาตมาจะไปบังคับคุณได้อย่างไร คุณศรัทธาสิ่งที่ผิดอยู่มันก็น่าสงสารก็บอกให้รู้ตัวหากว่าคุณมีปรโตโฆษะบ้าง อย่าไปยึดติดสิ่งที่ตัวเองยึดถืออยู่ อย่างที่อาจารย์มั่นทำนั้นอาตมาก็เคยผ่านเคยทำมาทั้งนั้น แต่อาตมาไม่มีอุปาทานเป็นเทวดาเยอรมันอย่างอาจารย์มั่นเท่านั้นเอง ต้องขอโทษอย่างที่พระทั้งหลายอย่างที่อาจารย์มั่น อาจารย์มหาบัว ทำนั้นอาตมาผ่านมาหมดทำได้อย่างนั้นน่ะ แต่ว่าอาตมารู้แล้วว่ามันเป็นมิจฉาทิฏฐิก็เอามาพูดมาบอก เอาสิ่งที่ถูกต้องมาพากันทำ อย่างที่พวกคุณเข้าใจกัน หลายคนไม่ต้องไปเสียเวลาไปหลง คนไหนไปลงก็เลิกเสียมาศึกษาสัมมาทิฏฐิให้ดีๆ 630624_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ฌาน สมาธิ ของพุทธเกิดจากจรณะและวิชชา