ปฏิบัติจรณะ 15 พาให้พ้นวิตักกจริต.docx
เนื้อหาในไฟล์
ปฏิบัติจรณะ 15 พาให้พ้นวิตักกจริต _ChannarongJindatham ชาญณรงค์ จินดาธรรม •กราบเรียนถามพ่อท่านครับผมเบื่อ(หรายามิ)ไม่ชอบ(ชิคุจฉามิ)อึดอัด(อัฏฏิยามิ)ความเป็นวิริยาธิกะของผมมากเลยครับ ทำอย่างไรถึงจะเปลี่ยนตัวเองเป็นปัญญาธิกะได้ครับ? ขอให้พ่อท่านชี้แนะด้วยครับ กราบนมัสการด้วยความเคารพยิ่งครับ พ่อครูว่า...ก็ต้องท้าวความนิดนึงว่า จริตของคน แกนจิตของคนมี ศรัทธาธิกะ ปัญญาธิกะ วิริยาธิกะ ลักษณะ 3 อย่าง ปัญญาธิกะกับศรัทธาธิกะเป็นคู่ ส่วนวิริยาธิกะจะเป็นปัญญาก็ไม่ใช่ จะเป็นศรัทธาก็ไม่ใช่ ขอเทียบให้ฟัง คุณไปคบกันทางปัญญา ศรัทธา ก็เลยได้สองอย่างหนักเข้าก็เลยเป็นกระเทย วิริยาธิกะเหมือนกับกระเทย เลยซับซ้อนยุ่งเหยิงในตัวเอง ตีไม่ออกแยกไม่ออกตีไม่แตก ของตัวเอง อาตมาขอแนะนำ คุณ ชาญณรงค์ คุณ วิริยาธิกะ ส่วนมากส่วนมากจะเป็นพวกเอียงไปข้างศรัทธา จะรู้แต่ไม่ทำ ปัญญาธิกะ เอาแต่รู้ๆๆๆแต่ไม่ทำ จะเป็นความเสียตรงนี้ ศรัทธาธิกะเอาแต่ทำๆๆๆแต่ไม่รู้ แต่ถ้าทำแล้วมาเติมสัมมาทิฏฐิจะได้ แต่ปัญญานี้ไม่ได้ มันมีแต่รู้ๆๆไม่ทำสักที แต่พวกศรัทธาเจโตนี้เล่นไปหาจิต ศรัทธาจะถึงจิตได้ก่อนปัญญา ปัญญาจะไม่ถึงจิตได้ง่ายเท่าศรัทธา สายศรัทธาจะไม่รู้จักภาษาตรรกะเหตุผล จะช้า ส่วนปัญญานี้ไม่ใช่ปัญญา แต่เป็นเรื่องบัญญัติเป็นเรื่องตรรกะเป็นเรื่องความรู้ในโลก มีเยอะนะ ในศาสนาพุทธทุกวันนี้พวกศึกษาเปรียญ ดร.พวกศึกษานักธรรมเอก พวกปฏิบัติพระกรรมฐานนี้น้อยกว่า เอาล่ะไม่วิจารณ์ต่อ ถามว่าจะแก้อย่างไร ก็คือคุณเริ่มต้นศรัทธาก่อน วิริยาธิกะจะเอียง ไม่ใช่ปัญญาต้องตั้งต้นให้มาหาแกนศรัทธา ช้าหน่อย อดทนเอา ศึกษาศีล สมาธิ ปัญญา จรณะ 15 วิชา 8 มรรคมีองค์ 8 ฟังการบรรยายให้ดี จับประเด็นให้ได้ว่า ศีล สมาธิ ปัญญา คืออย่างไร จรณะ 15 วิชช
อ่านต่อ
า 8 ตอนนี้ตั้งใจอธิบายให้ดี ซ้ำซากวนเวียน ฟังดีๆ จะเข้าใจ สรุปแล้วเลิกการรู้มาก หันมาทางการประพฤติปฏิบัติธรรมให้มาก แม้มันจะดูไม่มากเหมือนคนไม่เก่ง ศีลข้อเดียว 2 ข้อ 3 ข้อ ศีล 3 ข้อนี้สำคัญ ได้แล้ว คุณก็จะมีปฏิภาณเองว่าจะทำกายกรรมวจีกรรมอย่างไร จิต มโนกรรม คือตัวจิตที่จะต้องรู้ความจริง และประพฤติทางกายกรรม มันเป็นปฏิสัมพัทธ์กัน สมณะฟ้าไท...มาทำก็ต้องทำสัมมาทิฏฐิ ไม่ใช่ไปนั่งหลับตา พ่อครูว่า...ไปนั่งหลับตาก็ได้แต่จม ออกนอกรีต ไม่มีการปฏิบัติที่ เป็นข้อปฏิบัติที่ไม่ผิด 3 ข้อ อปัณณกะ หลักปฏิบัติ 3 ข้อนี้ ไม่ต้องเอาพยัญชนะสิริมหามายา ฟังอย่างไรตีความไปได้หมด จะบอกว่า ปัณณกะนี้ผิด อปัณณกะจะไม่ผิด ก็ได้ 3 ข้อนี้แหละ จะบอกว่า 3 ข้อนี้ผิด จะใช้ศัพท์คำว่าปัณณกะก็ได้ อปัณณกะก็ได้ เพราะฉะนั้นอย่าไปยึดติดภาษาปัณณกะหรืออปัณณกะ เอาเป็นว่า 3 ข้อนี้คุณมีไหม ถ้าไม่มี 3 ข้อนี้ ไม่ใช่ศาสนาพุทธ ไม่ใช่การปฏิบัติของศาสนาพุทธ เพราะฉะนั้น 3 ข้อนี้ใครไม่ได้ปฏิบัติตามข้อนี้ ต้อง 3 ข้อนี้อยู่ด้วยกันปฏิสัมพันธ์กันนะ ตั้งแต่สำรวมอินทรีย์คุณจะต้องมีฐานก่อนเลย ตาหูจมูกลิ้นกายใจ ต้องมีองค์ประกอบ 6 นี้ ตาหูจมูกลิ้นกายกับภายในคือใจเป็นคู่ สังวรศีล สำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา คือ เกี่ยวกับข้าวของ คุณเกี่ยวข้องกับของทั้งหลายแหล่ รวมไปกระทั่งแม้สัตว์ คุณก็ต้องอาศัยสัตว์อาศัยของ แต่สัตว์ที่คุณอาศัยไม่ต้องอาศัยสัตว์เดรัจฉาน อาศัยสัตว์คน ที่จะเป็นเหตุปัจจัยแก่กันและกัน แค่นี้ก็มีประโยชน์และโทษ เป็นวิบากร่วมกันอยู่เยอะ เฉพาะแต่คน เพราะฉะนั้นสัตว์เดรัจฉานมันเกินไป ไม่ต้องไปพึ่งพาสัตว์เดรัจฉาน แม้แต่จะเอาเนื้อมันมากิน นี่ก็พูดซับซ้อนไม่รู้กี่ทีแล้ว เอาแต่คนด้วยกันนี่แหละที่จะเป็นประโยชน์ไปนิพพานด้วยกัน เป็นประโยชน์ที่จะได้ช่วยกัน เป็นสวรรค์ กัลยาณธรรม ก็คนนี้แหละ อย่าเพิ่งทำให้สัตว์มันเป็นสวรรค์เป็นกัลยาณธรรม อย่าเพิ่งทำเลย เอาแต่คนนี่ก็พอ ชีวิตคนจะอยู่ 200 ปีก็ไม่ไหวแล้ว สำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 จะเป็นอาหารเป็นธาตุอาหารเป็นเครื่องใช้เป็นปัจจัย 4 คุณหลับตาอยู่ในภพ จะมีอะไรมีแต่เรื่องภพในความคิด เป็นอะไรก็ไม่เป็นอะไร ยิ่งไปหลับตาแล้วไม่เกี่ยวข้องกับใคร ก็เสียทั้งเวลา สูญเปล่า แหม อาตมาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร แทงด้วยหอก100 เล่ม เช้ากลางวันเย็น ไม่รู้อย่างไร แทงไม่เข้า ทำไมหนังหนาหนังเหนียวหนังแข็ง ฟังดีๆ ที่จริงพูดแรง ว่าแรงแล้วนะ รู้สึกตัวบ้างหรือเปล่า หรือไม่ประสีประสา สังวรศีล สำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ มีสติเต็มร้อยอยู่กับตาหูจมูกลิ้นกาย อยู่กับโภชนะเครื่องกินเครื่องใช้ทั้งหลาย ตัวที่มันมาจากสัตว์ที่จะเป็นกิเลสร่วมกันแล้วมันก็เป็นของนี่แหละ เป็นเครื่องกินเครื่องใช้มีวัตถุดินน้ำไฟลมกับพืชพันธุ์ธัญญาหารนี่แหละ ตื่นๆรู้ตัวมัน แล้วอย่าไปให้กิเลสขึ้นกับมัน สัมผัสกับมันเกี่ยวข้องกับมันแล้ว โอ้โห อินทผาลัม แปลกดี ใหม่ดี เขายกย่องสรรเสริญ ฉันดีใจอยากได้ กิเลสขึ้นไม่รู้ตัว สัมผัสแล้วไม่รู้ตัวว่ากิเลสขึ้น เออ มันได้ก็ได้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เปรียบเทียบกับโลกขนาดนี้ มันไม่ขมไป ไม่เปรี้ยวไป ไม่หวานจัดไป ไม่หยาบไป ไม่แข็งไป ไม่นิ่มอ่อนปวกเปียก หรือคุณชอบอ่อนก็บอกว่าอ่อนดี หรือคุณชอบแข็งก็แข็งดี คุณจะชอบเผ็ดก็เผ็ดดี ชอบเปรี้ยวก็บอกว่าเปรี้ยวดี ไม่มีอาการเอียงไปข้างนั้นข้างนี้ถ้าไม่ได้ก็จะอย่างนั้นอย่างนี้เราไม่สนใจ เราก็จะไม่ทุกข์ การอาการจิตพวกนี้แหละมันสุดยอด สะดิ้งเลย สุดสะดิ้งสะดีดเลย อ่านให้ได้แล้วเราก็รู้ความจริงตามความเป็นจริง เออ คราวนี้ได้อินทผาลัมมามีรูปอย่างนี้ รสอย่างนี้ สัมผัสเย็นร้อนอ่อนแข็งอย่างนี้ ส้มโออันนี้เป็นอย่างนี้อย่างนี้ เปรี้ยวมันออกมาเป็นอย่างนี้ มันมีน้ำดีอย่างนี้มันมีน้ำหวานอย่างนี้น้ำเปรี้ยวอย่างนี้ มันเป็นอย่างนี้ มันก็เป็นตามที่มันเป็นมันก็ได้ขนาดนี้นะ 630703_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ปฏิบัติจรณะ 15 พาให้พ้นวิตักกจริต