สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประชาธิปไตยที่เจริญแท้.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์276 KB
วันที่แก้ไข31 สิงหาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประชาธิปไตยที่เจริญแท้ เอาล่ะเรื่องธรรมะ อาตมาก็คิดว่าเอาพอสมควร ตอนนี้ก็ตั้งใจจะพูดเรื่องการเมือง การเมืองที่จะพูดกันก็เป็นเรื่องของประชาธิปไตยเผด็จการไม่ต้องพูดเลยมันก็เหลือเชื่อเผด็จการตลอด กาลนาน พยายามจะล้มอำนาจเผด็จการ อำนาจหมู่คอมมิวนิสต์ ก็ซ้อนในนี้ จะยึดอำนาจได้คนเดียวหรือว่าเป็นหมู่กลุ่มเป็นเผด็จการฟาสซิสต์ จนกระทั่งต่อมาให้มีอำนาจโดยธรรม ประชาธิปไตยคือ สามารถมีปัญญาจัดการกับจิตวิญญาณตัวเองได้อย่างซื่อสัตย์บริสุทธิ์ที่สุด นั่นคือประชาธิปไตยสุดยอด เนื้อแท้ของประชาธิปไตย ทีนี้ก็ มาดูความจริงที่ประพฤติได้นั่นคือทฤษฎีใหญ่ ประชาธิปไตยคือความเป็นอิสระเสรีภาพสุดยอด ประชาธิปไตยคือความไม่มีอัตตาตัวตนสุดยอด ประชาธิปไตยคือความมีปัญญาที่รู้จักจิตวิญญาณ และจัดการกับจิตวิญญาณให้เป็นอิสระ ให้ไม่มีอัตตา นี่คือประชาธิปไตย ประชาธิปไตยขาเดียวที่ไม่มีจิตวิญญาณเป็นประชาธิปไตยเกเร หาทางให้มีอำนาจมากที่สุด ด้วยการใช้วิธีการซับซ้อนวิธีการเลือกตั้ง แล้วก็หาวิธีที่จะควบคุมการเลือกตั้งได้สูงสุด จนกระทั่งเก่ง คนที่เก่งที่เห็นฝีมือในเมืองไทยก็คือทักษิณ เก่งสามารถทำได้ เก่งในการฐานประชาธิปไตยทำลายความเป็นประชาธิปไตย ยึดอำนาจมาให้แก่ตัวเป็นเผด็จการฟาสซิสต์ตัวเอง ให้คนไม่มีอิสระ ขนาด ทุกวันนี้คนที่เป็นลูกกโล่ก็ยังถูกจูงจมูก สามารถชักใยอยู่เบื้องหลังหุ่นชักฟอกนี้ เป็นความไร้ประชาธิปไตยสูงสุด เก่งในทางเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้หลงอำนาจสูงสุด เป็นบุคคลตัวตนจริงๆที่ยกตัวอย่างมาอธิบาย มายืนยันได้ ทักษิณนี้ เก่งจริงๆ ไปขุดผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เอามาชุบตัว 49 วันแล้วก็เป็นนายกรัฐมนตรีได้ แล้วก็เด๋อหมดเลย ไม่รู้เรื่องหมดเลย ขนาดภาษายังไม่รู้เลย Thank Yo

อ่านต่อ

u สามครั้ง เรียนภาษาอังกฤษมาจบปริญญาโทขนาดนี้ยังอ่าน คอ นก รีด ได้ นายกรัฐมนตรีประเทศไทยนะนี่ พูดไปแล้วมันหนำใจจริงๆคนไทย มันจะว่าตลกก็ยิ่งกว่าตลก ก็เหมือนกับเสื้อ แบ บน อก คือแบบนอก นิยมแบบนอก จังหวัดหาดใหญ่ประเทศซิดนีย์เลย ก็แกพูดอย่างนั้นจริงๆ

มาอ่านบทความของคุณ สุทิน วรรณบวร แกรวบรวมเรียบเรียงข้อมูลมาเป็นรอบๆดีจัง

ทวนกระแสข่าว สุทิน วรรณบวร วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 02.00 น. ผลการเลือกตั้งกัมพูชา สะท้อนปัญหาพลเมืองอาเซียน วันอาทิตย์ที่ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา พรรคประชาชนกัมพูชา (ซีพีพี)(Cambodian People’s Party) ของ นายฮุนเซ็น ชนะการเลือกตั้งถล่มทลาย สะท้อนให้เห็นว่า พลเมืองเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดถึงคนไทย ฝักใฝ่การปกครองอำนาจนิยมประชาธิปไตย (พ่อครูว่า...ประชาธิปไตยที่แท้จริงจะไม่ใช่อำนาจนิยม ประชาชนเขาจะยกให้เอง หากเราเป็นคนที่บริสุทธิ์และดีพอ อาตมานี้ก็เป็นนักประชาธิปไตยที่แท้จริง ในหมู่ชาวอโศกนี้) ถ้าไม่นับรวมเวียดนาม กับ สปป.ลาว ที่ปกครองแบบคอมมิวนิสต์พรรคเดียว ในอาเซียนไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์ มาเลเซีย กัมพูชา และ ประเทศไทย คนส่วนใหญ่ศรัทธาอำนาจนิยมประชาธิปไตย สิงคโปร์ ได้รับยกย่องว่าประสบความสำเร็จในการพัฒนา ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการปกครองระบอบประชาธิปไตย แต่ถ้ามองลึกลงไปพบว่าสิงคโปร์ปกครองแบบอำนาจนิยมประชาธิปไตย เพราะพรรคกิจประชาคม (พีเอพี) ผูกขาดการบริหารประเทศมากว่า 50 ปี นายลี กวน ยู เป็นนายกรัฐมนตรีที่ใช้อำนาจนิยมประชาธิปไตย ตั้งแต่พ.ศ. 2502 ถึง พ.ศ. 2533 กว่า 32 ปีที่นายลี กวน ยู ควบคุมสื่อ จำกัดเสรีภาพประชาชนด้วยกม.ความมั่นคงภายใน ผู้ละเมิดกม.ถูกจับยัดคุกฟาดก้นด้วยหวาย การเดินขบวนต่อต้านรัฐบาลทำไม่ได้ โทษประหารชีวิตยังมีผลบังคับใช้หลังจากนายลี กวน ยู ลงจากอำนาจพรรคพีเอพี ยังเป็นที่นิยมศรัทธาชนะเลือกตั้งทุกครั้งแบบถล่มทลายได้ สส. เกิน 80 คน จาก 89 ที่นั่งในสภา พรรคฝ่ายค้านไม่เคยได้รับเลือกเป็นสส. ถึง 10 คน กว่า 50 ปีที่ผ่านมา สิงคโปร์มีนายกฯเพียงสามคน คือนายลี กวน ยู นายโก๊ะ จ๊ก ตง และนายลี เซียน ลุง ในสิงคโปร์ภาคประชาสังคมต่อต้านไม่ได้ แม้แต่คนในตระกูลลี ที่ขัดแย้งกันเรื่องพินัยกรรมของบิดา บางคนอยู่ในประเทศไม่ได้ลี้ภัยไปอยู่อเมริกา ประเทศมาเลเซีย พรรคมลายูสามัคคีแห่งชาติ(อัมโน) ผูกขาดเป็นรัฐบาลมากว่า 50 ปี ดร.มหาเธร์โมฮัมหมัด เคยเป็นนายกฯในนามพรรคอัมโนตั้งแต่ 2524 ถึงปี 2546 ตลอดเวลา 22 ปี ดร.มหาเธร์ บริหารประเทศแบบอำนาจนิยมประชาธิปไตย ไม่ต่างจากลี กวน ยู และในวัย 92 ปี ดร.มหาเธร์ ชนะเลือกตั้งครั้งใหม่ในนามพรรคพันธมิตรฝ่ายค้าน โค่นล้มนายราจิบ นาซัค จากพรรคอัมโนลงได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ดร.มหาเธร์ กลับมาใหม่ แต่อำนาจนิยมประชาธิปไตยถูกนำมาใช้เหมือนเดิม ตั้งแต่วันแรกที่มีอำนาจ ดร.มหาเธร์ ออกคำสั่งห้ามนายราจิบ และภรรยาเดินทางออกนอกประเทศ จัดการปัญหาค้างคาเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ข้าราชการ อัยการที่สงสัยว่าเกียร์ว่างหรือสมคบกับนายราจิบ ถูกไล่ออกปลดออกทันที ออกคำสั่งลดเงินเดือนนักการเมืองเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินชาติ ข้อตกลงที่รัฐบาลนายราจิบ ทำไว้ อาทิ รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสิงคโปร์กับมาเลเซีย และโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมูลค่านับแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ทำสัญญาไว้กับจีนถูกยกเลิกหรือไม่ก็ทวนใหม่ อดีตนายกฯ ที่ถูกข้อกล่าวหาคอร์รัปชั่นถูกจับดำเนินคดี นี้แหละที่เรียกว่าอำนาจนิยมประชาธิปไตยที่คนส่วนใหญ่ศรัทธา

พ่อครูว่า...อำนาจนิยมก็เป็นประชาธิปไตยได้ถ้าหากทำเพื่อประชาชนอย่างมีความรู้ ไม่ได้ทำเพื่อตัวตนเองหรือหมู่กลุ่มตัวเองเลย ไม่ทุจริตไม่โกงไม่เข้าข้างใคร ทำเพื่อประชาชนจริงๆ อย่างนายกฯตู่ทำนี่ดี มีที่ติอยู่ที่ทำเพื่อ Seniorty จุดเดียวเลย เขาก็ทำงานพอได้นะ พลเอกประวิตร ทำงานพอได้อยู่ เดินกระย่องกระแย่ง น่าสงสาร ทำได้ไม่เลว แต่คนที่แย่งอำนาจก็ว่า ที่จริงทำได้อย่างดีแล้ว ประเทศไทยขณะนี้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ การเลือกตั้งนั้นไม่ควรเลือกตั้งเลย เพราะอะไร เพราะว่าเลือกตั้งทีไรก็แพ้คนและค่ายกลที่เขาสร้างเวลาทุกที จนหวั่นใจว่า ถ้าเลือกตั้งเมื่อไหร่แล้วรับรองว่าเพื่อไทยได้แน่ แล้วก็มีท่าทีว่าจะได้อย่างนั้นอยู่ อาตมาว่า ไม่ควรจะเสี่ยงเลือกตั้งเลย โพลทุกโพลก็ยกให้นายกฯตู่หมด การเลือกตั้งมีแทกติกขี้โกงเยอะ โพลที่มี เป็นการวัดความจริงในสังคม ถ้ามันมีเหตุขัดข้องจะเลื่อนการเลือกตั้งไปอีกสัก 20 ปีก็ดี ใครจะว่าอย่างไรก็ช่างหัวมันปะไร เราทำเพื่อประชาชนของเราด้วยความบริสุทธิ์ใจและมันก็ดีก้าวหน้า จนกระทั่งคนที่เขายึดติดในการเลือกตั้งทั่วโลก ประเทศนั้นประเทศนี้ก็หาว่าเป็นเผด็จการรัฐประหารไม่ใช่ประชาธิปไตย เอาความรู้ขี้หมามาใช้ ทุกวันนี้ลุงตู่ไปได้ทุกประเทศยอมรับทั่วโลก นี่คือทำเพื่อประชาชน นี่คือทำเพื่อประชาธิปไตย จะไปเอานิยายกับพวกที่อยากยึดอำนาจมาให้แก่ตัวเองแล้วต้องเอาสัจจะความจริงที่ประชาธิปไตยคืออะไร ทำเพื่อประชาชนให้อยู่เย็นเป็นสุขอยู่ดีสงบเรียบร้อย นี่คือประชาธิปไตยต่างหาก หาเรื่องบอกว่าเศรษฐกิจไม่ดี แล้วเอ็งรู้ได้อย่างไรว่าเศรษฐกิจไม่ดี โมเมว่ากัน เศรษฐกิจที่ดีที่สุดคือชาวอโศก สอดคล้องกับในหลวงที่เป็นพระโพธิสัตว์เป็นปราชญ์เอก หากว่าทำได้แบบนี้ทั่วประเทศไทยอย่างชาวอโศก ประเทศไทยจะมีเหลือกินเหลือใช้ เอาไปแจกจ่ายคนอื่นได้เลย ต้องเรียนให้สัมมาทิฏฐิมาเป็นคนวรรณะ 9 พวกดร.ทางศาสนาน่ามาศึกษาแบบนี้ แต่ทุกวันนี้เรียนสิ่งที่ไม่ได้เรื่อง เป็นเดรัจฉานวิชชา เป็นตรรกะ ผิดเพี้ยนไปจากของพระพุทธเจ้าหมดแล้ว

อ่านบทความต่อ...สิงคโปร์กับมาเลเซีย เป็นประชาธิปไตยอำนาจนิยม ที่คนในประเทศและชาวโลกยกย่องศรัทธา ต่อไปหันมาดูอำนาจนิยมประชาธิปไตยในประเทศไทยและกัมพูชา ว่าทำไมจึงถูกวิจารณ์จากคนในชาติและตะวันตกตราหน้าว่าเป็นเผด็จการ ในกัมพูชา นายฮุนเซ็น อดีตนักรบเขมรแดงผ่านสงครามกลางเมืองตั้งแต่อายุสิบห้าปี ฮุนเซ็นได้เป็นนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ตั้งแต่สงครามยังไม่สงบในปี 2528 และหลังจากลงนามสันติภาพ สหประชาชาติจัดการเลือกตั้งให้ในปี 2532 นายฮุนเซ็น ได้เป็นนายกรัฐมนตรีร่วมกับสมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ การเมืองในกัมพูชาที่ผ่านสงครามกลางเมือง การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ มานานกว่าครึ่งศตวรรษ ประเทศที่เต็มไปด้วยความความขัดแย้ง คนที่รอบจัดเด็ดขาดเท่านั้นที่อยู่รอดได้ ความขัดแย้งในรัฐบาลผสมนำไปสู่การปฏิวัติยึดอำนาจในปี 2536 และตั้งแต่นั้นมา อำนาจเด็ดขาดในกัมพูชาอยู่ในมือนายฮุนเซ็นเพียงผู้เดียว นายฮุนเซ็นถูกกล่าวหาทุจริตคอร์รัปชั่น ใช้อำนาจเผด็จการ แต่งตั้งบริวารลูกหลานเป็นใหญ่ รวบอำนาจในกัมพูชา แต่ประหลาดใจการเลือกตั้งที่มีคนมาใช้สิทธิ์กว่า 82 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ซีพีพี ชนะถล่มทลายน่าจะได้สส.เกิน 100 ในจำนวน 125 ที่นั่งในสภา ผลการเลือกตั้งกัมพูชาน่าจะเป็นกรณีศึกษา ว่านายฮุนเซ็น ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นทรราช ทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นเผด็จการที่ตะวันตกต่อต้าน แต่ทำไมชาวบ้านลงคะแนนให้เขามืดฟ้ามัวดิน ผู้มาใช้สิทธิ์กว่า 82 เปอร์เซ็นต์ เป็นสถิติใหม่ที่ไม่ค่อยมีประเทศไหนทำได้ หรือว่าชาวกัมพูชาศรัทธาอำนาจนิยมประชาธิปไตย เหมือนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในประเทศไทย ที่ตลอดเวลากว่าหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไทยส่วนใหญ่ เทคะแนนให้ “กลุ่มการเมืองประชาธิปไตยอำนาจนิยมทุนสามานย์ปล้นชาติ” ที่ลุอำนาจบริหารเป็นรัฐบาลเผด็จการในคราบประชาธิปไตย ตั้งแต่ทศวรรษ 2540 เมื่อกลุ่มทุนสามานย์ปล้นชาติ ในคราบประชาธิปไตยจอมปลอม เข้ามามีอำนาจบริหารประเทศ กลุ่มธุรกิจการเมืองทุนสามานย์ ใช้เงินที่ได้มาโดยไม่สุจริตเพราะรู้ข้อมูลภายในล่วงหน้า ว่ารัฐบาลที่ตัวเองร่วมอยู่ลดค่าเงินบาท ซื้อนักการเมืองชั่วเข้าสภา มาเป็นฐานอำนาจบริหารตามแผนการทุจริตทางนโยบาย ทำให้ประเทศชาติเสียหายนับล้านล้านบาท และเมื่อถูกประชาชนจับได้ว่าทุจริตครั้งมโหฬารจึงร่วมกันขับไล่ กลุ่มการเมืองทุนสามานย์ก็จัดตั้งกองกำลังติดอาวุธขึ้นมาเข่นฆ่าประชาชน จนเป็นที่มาของคำว่าแก้วสามประการ คือ แก้วพรรคการเมือง แก้วมวลชน และ แก้วกองกำลังติดอาวุธ เป็นสามกลุ่มสามประสาน ค้ำจุนทุนสามานย์ปล้นชาติ แก้วพรรคการเมือง ทำหน้าที่ปล้นชาติผ่านสภา อาทิ ออก กม.แปลงค่าสัมปทานโทรคมนาคมและมือถือเป็นภาษีสรรพสามิต ทำให้รัฐเสียหายหลายหมื่นล้านบาท แก้กฎหมายการลงทุนต่างชาติเพื่อให้เจ้าของพรรคได้ขายบริษัทต่างชาติได้ หัวหน้ารัฐบาลซึ่งเป็นเจ้าของพรรค สั่งธนาคารกรุงไทยปล่อยเงินกู้ให้บริษัทของพวกพ้องที่มีประวัติการเงินไม่ดี สั่งธนาคารเพื่อการส่งออก ปล่อยเงินกู้ให้รัฐบาลพม่าสี่พันล้านบาท เพื่อให้พม่านำเงินมาซื้ออุปกรณ์จากบริษัทเจ้าของพรรค ฯลฯ เมื่อเจ้าของพรรคถูกประชาชนขับไล่ มวลชน กับกองกำลังติดอาวุธ ซึ่งเป็นแก้วประการที่สองที่สามก็ออกมาทำร้ายเข่นฆ่าประชาชน จนถูกยึดอำนาจ หลังถูกยึดอำนาจ ทั้งพรรค ทั้งกองกำลังติดอาวุธ และ มวลชน ออกมาสร้างความวุ่นวาย เข่นฆ่าประชาชนเผาบ้านเผาเมือง แต่ประหลาดใจที่ประเทศผ่านมิคสัญญีได้ไม่นาน พรรคทุนสามานย์ก็ชนะการเลือกตั้งเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เจ้าของพรรคถูกตัดสินจำคุก 2 ปี สมุนบริวารทั้งนายธนาคาร นายพลรัฐมนตรีถูกศาลตัดสินจำคุกในความผิดร่วมกับทุนสามานย์ปล้นชาติอย่างน้อย 12 ราย แต่พอมีการเลือกตั้งครั้งใหม่พรรคทุนสามานย์ชนะเลือกตั้งถล่มทลายอีก ประเทศไทยผ่านวิกฤติการเผาบ้านเผาเมือง ผ่านการถล่มทำลายการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนไม่นาน ก็มีการเลือกตั้ง ทั่วไปในเดือน ก.ค. 2554 พรรคทุนสามานย์ฯชนะเลือกตั้ง ถล่มทลายได้สส. เกินครึ่งหนึ่งของที่นั่งรวมในสภา หุ่นเชิดเจ้าของพรรคขึ้นเป็นหัวหน้ารัฐบาล ที่บริหารงานราชการตามคำบัญชาสัมภเวสี ที่ทำให้ประเทศชาติเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท จากการทุจริตจำนำข้าว หุ่นเชิดเจ้าของพรรคหนีออกนอกประเทศก่อนศาลตัดสินจำคุก 5 ปี สมุนบริวารที่สมคบกันปล้นชาติทั้งรัฐมนตรี พ่อค้าและ ข้าราชการถูกศาลตัดสินจำคุก 48 ราย แกนนำมวลชน แกนนำกองกำลังติดคุกติดตะรางหลายราย แต่น่าประหลาดใจเมื่อกำหนดวันเลือกตั้งครั้งใหม่ใกล้เข้ามา ทั้งสัมภเวสีเจ้าของพรรค และสมุนบริวารมั่นอกมั่นใจว่าพรรคทุนสามานย์ฯ จะชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์อีก พรรคทุนสามานย์ปล้นชาติจะชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ หรือ ล้มคว่ำจมขี้ควาย ย่อมเป็นไปตามกรรม เพราะ คสช. อยู่ในอำนาจมาสี่ปีย่างเข้าปีที่ 5 ทั้งกลยุทธ์และเวลา ได้ทำให้กองกำลังติดอาวุธล่มสลาย แกนนำติดคุกบางคนหนีตายไปต่างประเทศ หัวขบวนฝ่ายมวลชนบางคนติดคุกที่เหลือรวมกันไม่ได้บางกลุ่มดิ้นรนหนีตายวิ่งหานายคนใหม่ ฝ่ายพรรคการเมืองก็ขัดแย้งวุ่นวายหาหัวยังไม่ได้ ท่อน้ำเลี้ยงแห้งเหือดหาย จุดนี้จึงเป็นนาทีทองที่ คสช. จะย่อยสลายผู้ฝักใฝ่ประชาธิปไตยอำนาจนิยมทุนสามานย์ เป็นโอกาสดีที่จะแยกย่อยเป็นหลายฝ่าย เพื่อง่ายต่อการปกครองและทำลายเมื่อถึงเวลา เฉกเช่นผักตบชวาเมื่อแยกย่อยจากกอใหญ่ก็นำมาทำเครื่องจักสานหรือทำปุ๋ยได้ง่าย

พ่อครูว่า...ประชาธิปไตยนั้นจะเป็นจริง ก็ต่อเมื่อประชาชนเจริญจริง เป็นอาริยชนแท้ (มีคนคอมเมนท์ว่า ประเทศเราไม่ได้เป็นประเทศมหาอำนาจ แต่เป็นประเทศมหาภิบาล) ถูกต้องเลย เก่งกว่าอาตมาอีก อาตมาจะใช้อภิบาล แต่เขาใช้มหาภิบาลเลย สู่แดนธรรมนี้มีความสามารถหลายอย่าง อย่างแต่งเพลงก็ดี เช่นเพลงป่าต้นโพธิ์ เขาจับอะไรได้หลายอย่างดี แต่ว่า เก่งหลายอย่างเป็นเป็ดน่ะ ก็หายากคนอย่างนี้ เอาโซ่ล่ามไว้หน่อยนะ ประชาธิปไตยนั้นจะเป็นจริง ก็ต่อเมื่อประชาชนเจริญจริง เป็นอาริยชนแท้ นั่นก็คือต้องมีปัญญาเป็นเครื่องมือ คำว่าปัญญาเป็นของศาสนาพุทธ ที่รู้กันทั่วโลกไม่ใช่ปัญญาทั้งนั้น ปัญญานั้นเป็นโลกุตระ ปัญญาในโลกีย์หาไม่ได้หรอก อันนี้ยากที่จะอธิบายมากเลย ประชาชนมีปัญญาจริงก็ต้องศึกษาพุทธธรรมอย่างสัมมาทิฏฐิ แล้วก็ปฏิบัติตนลดละอัตตาและเป็นเรื่องของอิสระเสรีภาพสูงสุด เรื่องของประชาธิปไตยนี้มี 3 คำ 1. ปัญญา 2. อัตตา 3. อิสระ จะต้องลดอัตตาให้หมดอัตตาให้ได้ เป็นผู้บริหารทั้งประชาชน และจะต้องมีอิสระเสรีภาพทั้งผู้บริหารและประชาชน จะทำได้ต้องมีปัญญา ไม่ใช่ความฉลาดเฉลียวที่เป็น เฉกาหรือเฉโก ที่เป็นความฉลาดแบบโลกีย์ สังคมประชาธิปไตยนั้นต้องไม่เห็นแก่ตัว เห็นแก่ส่วนรวมอย่างจริงใจบริสุทธิ์ใจไม่มีตัวตน ไม่มีตัวตนก็คือไม่มีอัตตา เห็นแก่ประเทศชาติ แล้วต้องเป็นปัญญาจริงๆ ต้องเป็นความฉลาดที่จริง (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) สมณะฟ้าไทว่า...เขากำลังจะมีการเลือกตั้งในปีหน้า แต่วันนี้พ่อครูเทศนาบอกว่าไม่ต้องเลือกแล้ว เลือกไปแล้วก็เละเหมือนเดิม จะต้องไปประท้วงอีกเสียเวลา เพราะว่าประชาชนยังไม่เปลี่ยนแปลง พวกแดงก็ยังต้าน ประชาชนก็ยังไม่เข้าใจ ข้าราชการปล่อยเกียร์ว่างมีเยอะแยะ สั่งไปแล้วข้าราชการไม่ทำก็เมื่อยมากเลย เหมือนกับการทำเกษตรอินทรีย์ จะต้องทำให้จริงเป็นหน่วยเล็กๆไปก่อน ที่อำเภอวาริน สาธารณสุขอำเภอก็ได้อันดับ 1 ของประเทศ ก็ได้เอาน้ำปั่นผักของชาวราชธานีอโศกไปร่วมด้วย พ่อครูว่า...สรุปว่าประชาธิปไตยต้องไม่เห็นแก่ตัวต้องเห็นแก่ประเทศชาตินั่นก็คือการต้องลดอัตตา แล้วต้องมีปัญญาจริง แล้วต้องมีอิสระเสรีภาพจึงจะดีที่สุด ไม่ต้องมีเศรษฐกิจแบบสาธารณโภคี การเมืองก็มีการอภิบาลกันเอง อย่างที่ผู้บริหารสูงสุดไม่ต้องมาดูแลเลย จะว่าอาตมาหลงตนก็แล้วแต่ อาตมาเอาธรรมะพระพุทธเจ้ามาพัฒนาให้ประชาชนเกิดเป็นจริงได้สำเร็จเอาไปโชว์ในโลกได้เลย ไม่ว่าจะเป็นสหประชาชาติหรือจุดศูนย์กลางของโลก ตอนนี้ชาวโลกยังไม่รู้จักประชาธิปไตยจริง ยังไม่รู้จักเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ เศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ของชาวอโศกเป็นอย่างไร เป็นคนจนที่อุดมสมบูรณ์อยู่อย่างสุขสำราญเบิกบานใจ มีอยู่มีกินมีใช้อยู่กับสังคมที่สงบสุข อยู่กันอย่างเป็น อิสรเสรีภาพ ภราดรภาพ สันติภาพ สมรรถภาพ บูรณภาพ เป็นสุนทรียภาพ เป็น สูญภาพ Voidness มีประเทศไทยประเทศเดียวที่พระเจ้าแผ่นดินตรัสว่าต้องมาเอาแบบคนจน ต้องอยู่อย่างสังคมที่ขาดทุนให้แก่ผู้อื่นได้ นั่นแหละกำไรของเรา ต้องทำให้เป็นประเทศที่ขาดทุนได้ตลอดเวลา นั่นมันแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ เราขาดทุนแต่เราอยู่ได้มีกินมีใช้อิ่มหมีพีมัน สุขสำราญเบิกบานใจ แล้วมันก็ขาดทุนให้แก่ประเทศอื่น นี่คือประเทศเจริญ ถ้าเป็นนโยบายซับซ้อนประเทศตัวเองเจริญเอาไปขายแล้วก็ขึ้นราคาเอาให้แพงให้มาก บอกว่าตัวเองเป็นคนดีอะไร ไม่ใช่เลยทั้งที่เป็นคนใจดำ มีกินเหลือแล้วเอาไปขูดรีดกับผู้อื่นอีก เป็นเศรษฐีใหญ่ของโลกครอบงำโลก สร้างอาวุธสร้างอำนาจกันใหญ่ที่สุด บ้าไม่จบ ไม่รู้จักเอาแบบตำราพระพุทธเจ้ามาใช้ เพราะพระพุทธเจ้าเป็นประชาธิปไตย ในยุคของท่านที่ยิ่งใหญ่มาก พระเจ้าแผ่นดินองค์ไหนก็ยกให้หมดเลย ใครมาเข้ารีตของท่านก็เป็นคนในประเทศของท่านเลย มีคนบอกมาว่า “เลือกตั้งไม่ใช่ประชาธิปไตย แต่เชิญตั้งนี่แหละคือประชาธิปไตยแท้” มีบทกวี นัยปกเราคิดอะไรที่อาตมาเขียนไว้

ประชาธิปไตยที่เจริญแท้ (ฉบับ 250)

(๑) ผู้แทนที่เลือกตั้ง เข้าสภา มีอำนาจแทนประชา เท่านั้น ขืนใครเบ่งเกินฐา- นานุศักดิ์ นั้นผิดจากขีดขั้น จักต้องเข้าคุก

(๒) หลงสนุกว่าอำนาจข้า เต็มตัว ใช้สิทธิ์จนเมามัว ชั่วช้า ละเมิดมั่วมิเกรงกลัว ถูกผิด ใดเลย นั่นประชาธิปไตยบ้า บ่งชี้ทรชน

(๓) คนที่เลือกตั้งไม่ บริสุทธิ์ กลวิธีก็ทุจ- ริตซ้ำ การเมืองจึ่งถูกฉุด ใช่ประ ชาธิปไตย ขืนตกต่ำย่ำย้ำ อยู่ฉะนี้บรรลัย

(๔) ใครใคร่นำชาติพ้น วิปริต ไม่ย่ำการเมืองผิด เข็ดบ้าง ต้องรู้ครบทั้งสิทธิ์ หน้าที่ ตนแล หนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียงสร้าง อำนาจชี้อธิปไตย

(๕) เป็นไทยอิสระใช้ สิทธิ์เสียง ใช่ออกสิทธิ์ได้เพียง เลือกตั้ง แต่สิทธิ์ถกและเถียง ได้ทุก เวลาแล ยิ่งประท้วงปรับทั้ง รัฐเปลี้ยเปลี่ยนสภา

(๖) มาชุมนุมประท้วง เป็นสิทธิ์ สิทธิ์ใหญ่กว่าใดฤทธิ์ วิเศษล้ำ หากล้วนเปี่ยมธรรมจิต สงบสุด อหิงสา เอาสัจจะชนะค้ำ ประเทศไว้เจริญจริง.

สไมย์ จำปาแพง ๓๐ มี.ค. ๒๕๕๔

ประชาภิวัฒน์ที่เป็นประชาธิปไตย (ฉบับ 249)

(๑) หากคนใช้สิทธิ์แท้ ตนมี หนึ่งสิทธิ์ร่วมทุกที ที่ประท้วง เมื่อเราต่างเห็นดี ตามหมู่ นั้นแฮ อธิปไตยก็โชติฉ้วง ประเสริฐได้ดังหวัง

(๒) การเมืองยังน้ำเน่า อีกนาน หากไม่ร่วมประสาน สิทธิ์สู้ ประท้วงนี่แหละการ- เมืองยิ่ง แท้แล หน้าที่ชนทุกผู้ พรั่งพร้อมชุมนุม

(๓) มุมหนึ่งแค่เลือกตั้ง ใช่ประชา ธิปไตย แม้นไม่ปาริสุทธา เล่ห์ล้วน แต่ถ้าร่วมประท้วงมา ให้มาก หน้าที่อธิปไตยถ้วน ถูกต้องครองธรรม

(๔) ได้แต่ย้ำเลือกตั้ง คือประชา ธิปไตย แต่ทุจริตเล่ห์พา หลอกซ้ำ เผด็จการพรรคสภา กุมอำนาจ อธิปไตยชนช้ำ ใช่ชี้การเมือง

(๕) เรื่องชัดยิ่งกว่านั้น คือเสียง ประชาชน ร่วมประท้วงพอเพียง เพื่อชี้ อำนาจแห่งชนเผดียง แก่รัฐ บาลแฮ อธิปไตยชนเช่นนี้ ที่แท้การเมือง

(๖) ใช่เรื่องแค่เลือกตั้ง คือประชา ธิปไตย หากหมู่ชนออกมา ผนึกแท้ ชุมนุมประท้วงปรา- กฏแก่ โลกเลย เห็นหลัดหลัดชัดแล้ อำนาจแท้ของประชา

สไมย์ จำปาแพง ๒๔ ก.พ. ๒๕๕๔

พุทธที่สัมมา คือประชาธิปไตยสุดยอด-252

(๑) เจ็ดสิบเก้าย่างแล้ว เมืองไทย เอ๋ยฮา อธิปไตยอยู่ที่ใคร วะเว้ย ยกให้รัฐบาลไป เผด็จเสร็จ กระนั้นฤา แล้วประชาชนละเฮ้ย หมดสิ้นสิทธิ์เสียง (๒) เพียงแค่ชื่อใช้ว่า ประชาธิป_ ไตยโว้ย แต่พฤติรัฐริบ อำนาจไว้ ชนท้วงรัฐยากชิบ_ เป๋งสุด สุดเลย รัฐบ่ส่งเสริมให้ สิทธิ์แท้แก่ประชา (๓) แสดงว่าอำนาจนั้น คนไทย รัฐกำจัดอธิปไตย ไป่สร้าง ท้วงคือสิทธิ์ชนไฉน รัฐสกัด กระนี้เล่า ควรส่งเสริมเกิดกว้าง ก่อก้าวโดยธรรม (๔) ที่สำคัญยิ่งแท้ คือไทย ต่างนับถือพุทธไป ทั่วแคว้น ประชาธิปไตยใน พุทธยิ่ง สุดแล คำตรัสศาสดาแม้น สดับแล้วพึงเห็น (๕) เป็นธรรมสูงสุดล้ำ ปรมัตถ์ หากประลุปฏิบัติ จักแท้ ทรงอธิปไตยชัด แจ้งยิ่ง ประเสริฐกว่าใดแม้ แต่ขั้นโสดาฯ (๖) ยิ่งกว่าเอกราชทั้ง ทั่วไผท ยิ่งกว่าสวรรคาลัย เลิศแล้ ยิ่งกว่าอธิปไตยใด ในโลก ทั้งปวง คือประชาธิปไตยแท้ กว่าอ้างอิสรา.

สไมย์ จำปาแพง ๗ มิ.ย. ๒๕๕๔ [นัยปก เราคิดอะไร ฉบับ ๒๕๒ ประจำเดือน กรกฎาคม ๒๕๕๔]

สัจจะแห่งการเมือง-266

(๑) การเมืองเรื่องมนุษย์แท้ ทั่วคน คือกิจเกี่ยวกับตน ทุกผู้ ใครคิดผิดไม่สน- ใจสุด ซวยเลย ทุกเรื่องการเมืองกู้ ทุกข์ให้สังคม (๒) แต่ไทยซมทุกข์ด้วย การเมือง แปดสิบปีหมดเปลือง เปล่าปลี้ ซ้ำกระหน่ำหนักเคือง แค้นใส่ กันแล ล้วนก่อเรื่องชั่ัวชี้ บ่งให้ไทยเหลว (๓) คนเลวเป็นเหตุให้ ทุรยุค เมืองเสื่อมคนซานซุก ซับซ้อน การเมืองมากเรื่องทุกข์ โถมถั่ง เหตุมนุษย์สุดปลิ้นปล้อน ดะด้านทานทน (๔) เป็นค่ายกลเล่ห์ร้าย สลายยาก ผนึกชั่วผชุมราก ลึกแล้ แก้ยากกว่ายากมาก ไทยยุค นี้เอย เหตุเพราะแก้บ่แท้ บ่ถ้วนถูกทาง (๕) ต่างหลงกันแก้ที่ ธรรมนูญ ทุกอย่างจักบริบูรณ์ ว่างั้น โถเชื่อเถิดนั่นสูญ เสียเปล่า คนชั่วแต่ฉลาดนั้น บ่หยั้นดอกคุณ (๖) ธรรมนุญดีสุดด้าว ปานใด คนชั่วนั้นชั่วไป ทุกด้าน แม้แก้กฎอะไรไฉน มิจบ เชื่อเถอะ คนนี่แหละจักต้าน ต่อสู้สารพัน (๗) ต้องหันมาแก้ที่ ตัวคน การศึกษาจักดล มนุษย์ได้ ต้องเป็นสุจริตชน แท้แน่ แก้มนุษย์สำเร็จไซร้ วิเศษแท้การเมือง.

สไมย์ จำปาแพง ๕ ส.ค. ๒๕๕๕

ไม่มีบาปชั่วใด ๆที่บุคคลผู้มีปกติกล่าวคำเท็จจะทำไม่ได้-255 (๑) พุทธพจน์บทหนึ่งก้อ ควรสำนึก หากขบถบ่รู้สึก สักน้อย เป็นพุทธไพล่ไกลลึก เป็นไพร่ ฉลาดพูดแต่ละถ้อย ไพล่เพี้ยนโง่ไฉน (๒) เพราะเห็นใครก็ล้วน โง่หมด จึงกล่าวกล้าโป้ปด โจ่งแจ้ง ยิ่งกว่านู้ดตอหลด เปลือยอวด โลกแล พูดไม่อายเสแสร้ง เก่งข้าจริงใจ (๓) คำใดใครพูดด้วย คำสัตย์ พระศาสดาย้ำตรัส อมตะแท้ ใครอสัตย์ตระบัด ตกนรก แน่เลย คนชั่วบ่เชื่อแม้ เท็จแล้วยังผยอง (๔) บาปของคนเท็จพร้อง ทุกขณะ เป็นปกติแห่งชีวะ ปดโป้ ไม่มีบาปใดจะ ทำมิ- ได้แฮ ฟังประหนึ่งเว่อร์โม้ แต่แท้คือจริง (๕) จริงยิ่งจริงกว่าผู้ มองเผิน เพราะมิเห็นโทษเกิน กว่ารู้ จึ่งฟังคำตรัสเมิน เพียงผ่าน สุดสลดพุทธพจน์กู้ ชาติแล้งแรงธรรม (๖) ขอสำทับว่าบ้าน เมืองไทย ต้องกลับทุ่มโถมใน เรื่องนี้ ระดมศาสน์ทุกศาสตร์ไป ให้ทั่ว ไทยเลย หากรัฐไหวทันชี้ ชาติฟื้นคืนสวรรค์. สไมย์ จำปาแพง ๑๖ ก.ย. ๒๕๕๔ 610819_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ประชาธิปไตยไทยแบบพุทธนั้นสุดยอด

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน