สื่อธรรมะพ่อครู(พระอภิธรรม) ตอน ตอนอยู่ในห้องน้ำพ่อครูคิดปรุงอะไรบ้าง.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.72 KB
วันที่แก้ไข28 สิงหาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(พระอภิธรรม) ตอน ตอนอยู่ในห้องน้ำพ่อครูคิดปรุงอะไรบ้าง _คนนั่งในห้องน้ำมักจะปล่อยให้จิตใจฟุ้งซ่าน เวลาพ่อท่านนั่งห้องน้ำคิดปรุงอะไรบ้างครับ พ่อครูว่า...อาตมาเองยิ่งไม่มีข้างนอก อยู่คนเดียวหรือนอน หรือในห้องน้ำ แน่นอนก็ขบคิดอะไรของเรา เพราะว่า หนึ่งเราจะพักไม่คิดอะไรเลยอาตมาก็ทำได้ ให้จิตมันเป็นกลางอาตมาก็ทำได้ คนที่จะต้องฝึกฝนก็ต้องฝึกให้จิตแข็งแรงตั้งมั่น หมายความว่า สมาธิชนิดหนึ่ง ให้จิตเป็นอุเบกขา เฉยว่าง สายสมถะ ก็พยายามศึกษาฝึกฝน มันจะได้ต้องกดข่มเอาไม่งั้นไม่ได้ แต่อย่างพระพุทธเจ้าพาทำนี้ได้เป็นความว่างอุเบกขา ที่ไม่ต้องกดข่มอะไร อยู่ก็สบาย จะคิดก็คิด ไม่คิดก็ไม่คิด จะไม่คิดอะไรเลยอยู่เฉยๆก็ได้ แต่จะอยู่เฉยๆเพราะว่าเราต้องการพักผ่อนไม่ใช้แคลอรี่อะไร ก็ได้ แต่ถ้าเผื่อว่าเราพอก็อยู่ว่างๆ ถามว่าในห้องน้ำคิดอะไรก็คิดธรรมะ เยอะเรื่องที่ได้จากห้องน้ำ เพราะว่าไม่มีอะไรสัมผัสเรา อยู่ข้างนอก คนก็จะถามเราต้องพูดกับเขาแต่อยู่ในนั้นเราก็คิด ทำว่างได้ก็ทำ แต่เราพักพอแล้วไม่ต้องว่างหรอกก็คิด อะไรควรคิด ถ้าคนที่ยังไม่บริสุทธิ์ไม่เป็นอรหันต์หรือไม่เป็นอนาคามีเป็นต้นไป จะมีกาม พยาบาทฟุ้งแรง อนาคามีจะฟุ้งเท่าที่เขาเหลือรูปราคะ อรูปราคะ อนาคามีสัมผัสภายอก ไม่มีพฤติกรรมโต้ตอบ ไม่มี Action Reaction กับรูปภายนอก มันสงบแล้ว อนาคามี อนาคามี ไม่ได้หมายความว่าหลับตาอยู่ในภพ อนาคามีลืมตาสัมผัสแตะต้องแล้วไม่เกิดกิเลส ข้างนอกดูแล้วเหมือนพระอรหันต์แต่ดูได้ยาก จะไม่โกรธไม่โลภ เพราะว่า ข้างนอกไม่แสดงออกทางพฤติกรรมภายนอก แต่ข้างในมันมีเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นคนที่กดข่มไว้ แต่มีสภาพรูปธรรมอนาคามีก็กดไว้ แต่กดไม่ได้ก็ออกมา แต่กดได้ก็ไม่เป็นอนาคามี อนาคามีแท้ สัมผัสแล้วภายนอกมันก

อ่านต่อ

็ไม่เกิดอาการ กาม พยาบาทภายนอกเลย จะมีแต่ภายในไม่ออกภายนอก อนาคามีต้องรู้ภายนอกตัวเอง เวทนาอารมณ์ของเรามีกิเลสปรุงอยู่นะมีตัวร่วม เรียกสสังขาริกัง ตัวร่วมตัวปรุงเป็นกาม พยาบาท เราก็ทำการพิจารณา มันมีตัวจริงเป็นผีหลอก อนัตตา เหลือทุกข์ของอนาคามี

_นักรบธรรม...เราจิตว่างแต่ไม่ว่างในความคิด พ่อครูว่า...ได้ ว่างจากกิเลสต้องไปอ่านมหาสุญญตสูตรหรือจูฬสุญญตสูตร คุณต้องแยกกิเลสออกจากจิตให้ได้ กิเลส หยาบ กลาง ปลาย ต้องแยกกิเลสออก จิตคุณว่างจากกิเลสนั้นคือจิตว่าง แต่ไม่ได้ว่างจากความคิดความรู้ความเข้าใจ เป็นคนเต็มมีความรู้ที่เต็มสัมผัสอะไรก็รู้เต็ม แต่ไม่มีกิเลสเข้ามาร่วม ปรุงแต่ง เรียกจิตว่างก็ได้ กิเลสหมดไปแล้วจิตของคุณก็ว่างเองไม่ต้องทำ สัมผัสอะไรในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ลาภ ยศ สรรเสริญ คุณก็ไม่ได้มีกิเลสโลภ อาฆาตพยาบาทอยากได้หรืออยากทำลายก็ไม่มี ไม่ต้องกดข่ม ปฏิบัติของพระพุทธเจ้านั้นปฏิบัติที่เดียว กิเลสหมดแล้วก็หมดเลย แต่ทำกดข่มอย่างที่ทำอย่างเขา ทำแล้วต้องทำใหม่ ยิ่งไปหลับตา ทั้ง 5 ทวารไม่ปฏิบัติประพฤติลดกิเลสแล้วไปหลับตา กิเลสที่อยู่ในสัญญาไม่ใช่ปัญญาด้วย แล้วไม่มีวันจะพ้นทุกข์ไม่มีวันเป็นอรหันต์ พวกนั่งหลับตาปฏิบัติ กาหน้าเลย ไม่มีทางได้เป็นอรหันต์ และไปหลงคิดว่าการนั่งหลับตาจะได้เป็นอรหันต์ ซวยมหาซวยเลย พระพุทธเจ้าต้องมาแก้ไข แบบพวกฤาษีนั้นง่าย แต่ของพระพุทธเจ้านั้นมันก็อาจจะยากหน่อย แต่ว่าถ้าเข้าใจดี เป็นสัมมาทิฏฐิก็จะไม่ยาก

สรุป...รายการสำมะปี๋กลายเป็นการมาถามปัญหาถามประเด็น แทนที่จะมาคุยเรื่องชีวิต ปรึกษาเรื่องนั้นเรื่องนี้เลยมีแต่ประเด็นถามปัญหาธรรมะทั้งนั้น แสดงว่าความเป็นอยู่ของชีวิตมันไม่มีปัญหามาก บางคนก็มี เปรยบ้างแต่น้อย นอกนั้นถามปรมัตถ์ อจินไตยอยากรู้จัง ธรรมะลึกๆนี่ หรือว่าอยากแสดงภูมิว่าฉันมีธรรมะลึกมาโต้ ก็ดูตัวเองบ้างบางทีเราอย่างโสดาบันยังไม่ได้ว่าไปถึงอรหันต์เลย เกินภูมิไป ดูตัวเองบ้าง ดูตัวเองบ้างอัตตัญญุตา ตัวเราเท่าใด ไม่ต้องถามเผื่อคนอื่นหรอก ถามเผื่อตัวเองก็พอ ก็ดีทุกคนวันๆอย่างนี้ นี่ยังดีนะ มากหน้าหลายตา อาตมาคุ้มค่าในการแสดงธรรม ...จบ610827_รายการสำมะปี๋ซี่วิต ครั้งที่ 9 บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน