สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน อานาปานสติคืออะไร อยู่ที่ลมหายใจหรือไม่.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.90 KB
วันที่แก้ไข31 สิงหาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน อานาปานสติคืออะไร อยู่ที่ลมหายใจหรือไม่ อานาปานสติคืออะไรอย่างไร อยู่ที่ลมหายใจหรือไม่ จะต้องพูดถึงเหตุ นิทาน สมุทัย ปัจจัย ตามหลักของ System Analysis มี input output outcome impact อานาปานสติ มีอานากับอาปานะ คือ ลมหายใจเข้ากับลมหายใจออก ปฏิบัติอานาปานสติ คือคนปฏิบัติโพธิปักขิยธรรม 37 ตลอดที่คุณยังมีลมหายใจเข้าออก คือยังไม่ตาย ไม่ใช่ไปนั่งหลับตา นั่งหลับตานั่นมันผิดเลย ไม่ใช่อานาปานสติเลย แม้แต่ในอานาปานสติสูตร ก็ไม่มีคำว่านั่งหลับตาเลย มีแต่นั่ง คู้บัลลังก์ตั้งกายตรงดำรงสติคงมั่น นั่นคือในยุคพระพุทธเจ้า ออกปฏิบัติธรรมก็เห็นคนนั่งสมาธิแล้วก็หลับตาด้วยลืมตาก็มี แต่ก็นั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรงดำรงสติคงมั่น มีแต่พวกฤาษีที่สอนว่าให้รู้ลมหายใจเข้า ลมหายใจออกยาวหรือสั้น มั นเป็นการบรรยายของพวกฤาษี แล้วก็เอามาบันทึกไว้ไม่ใช่ของพระพุทธเจ้าสอน ขอสรุปอีกที อานาปานสติสูตรของพระพุทธเจ้านั้น ลืมตาปฏิบัติโพธิปักขิยธรรม 37 ตลอดทุกเวลา ให้จิตใจนั้นเกิดผล 1. รู้จักความเป็นอนิจจัง 2. รู้จักความลดลงจางคลายของกิเลส 3. ความหมดกิเลส และ 4. การทบทวนปฏินิสสัคคะ 1. รู้ความไม่เที่ยง อนิจจานุปัสสี ตามเห็นความไม่เที่ยงของสภาวะธรรม ของทุกอย่างตั้งแต่ภายนอกถึงภายในไม่เที่ยงทั้งนั้น และ 2. ความจางคลายของกิเลส ถ้าเกิดว่าไม่สามารถเห็นความจางคลายของกิเลส ก็ปฏิบัติธรรมอานาปานสติของพระพุทธเจ้าไม่รู้เรื่อง ทีนี้ กิเลสมันจะเกิดนั้นเกิดกิเลสในปัจจุบันสัมผัสอยู่ ถ้าไม่สัมผัสคุณนั่งหลับตา กิเลสไม่มีเกิดหรอก มีแต่ความจำ คุณก็ระลึกถึงว่าจิตใจมันฟุ้งซ่านไป ว่าเราเคยเกิดกิเลส แม้แต่คุณอยากจะอะไรก็แล้วแต่ในขณะนั่งหลับตา อยากจะบรรลุธรรม ก็คือการฝัน เพ้อต้องการ มันไม่มีควา

อ่านต่อ

มจริงเลย นั่งหลับตาปฏิบัติมีแต่อนาคต มาก 44 อย่าง อดีต 18 รวมแล้วก็คือ มิจฉาทิฏฐิ 62 อย่าง ถ้าอ่านพรหมชาลสูตรก็จะไม่เอาแล้วการนั่งหลับตา เพราะท่านตีทิ้งแล้วอดีตกับอนาคต ศาสนาพุทธนั้นเป็นปัจจุบันเป็นทิฏฐิธรรมนิพพานทิฏฐิ ต้องมีสัมผัสตาหูจมูกลิ้นกายใจเปิดตลอดเวลาในการปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้า เป็นการบรรลุธรรมที่มีดวงตาเปิด จักขุมาปรินิพพุโพติ ปฏิบัติธรรมด้วยการหลับตานั้นเป็นการระลึกได้เท่านั้นเอง การปฏิบัติจึงต้องมีสัมผัสจริงมีทุกอย่างครบ บริบูรณ์ ทีนี้อานาปานสติ ที่บอกแล้วว่า ของพุทธเจ้าเป็นแบบนั้น ในยุคของพระพุทธเจ้านั้น มันผิดไปหมดไม่มีของพระพุทธเจ้าแล้วแต่ทุกวันนี้ก็กลับไปเอาของเดียรถีย์มาใช้อีก จนเป็นอย่างเก่า อาตมาจึงต้องมากระตุกให้ตื่นให้เลิก เปลี่ยนใหม่เลยการไปปฏิบัติธรรม ก้าวหนอย่างหนอมันไม่ใช่ มันเสียเวลา มัวแต่ก้าวอย่างนั้นมันอีกหลายๆชาติ ยิ่งไปฝังใจเชื่อแบบนั้นอีก เชื่อไหมว่าคนฟังอาตมารู้เรื่องแต่จะไม่เปลี่ยนแปลง จนไม่เอาอย่างนั้นเลย ก็จะมีคนที่มานี้ไม่ได้จมอยู่อย่างนั้น คนที่จมอยู่อย่างนั้นแล้ว เยอะด้วย มานี่ไม่มากหรอก น้อยเดียวแต่มีน้ำหนัก มีน้ำหนักมากตรงที่ว่า เป็นสัจจะที่ถูกต้องแล้วมันก็จะมีเชื้ออันนี้ ไปอีก 2,000 กว่าปี แม้ว่าเชื้อที่ได้นี้จะยังไม่เต็ม อาตมาก็คงจะต้องกลับมาเกิดอีกเพื่อที่จะต้อง ซ้ำย้ำอีก ขันธ์หมดแล้วก็ต้องเกิดมาใหม่อีกก็ต้องเสียเวลาน้อยกว่าจะโตกว่าจะรู้ธรรมะ ชาตินี้ เกิดมาก็เสียเวลาไป 36 ปี เพราะเกิดทีหนึ่ง ลิงลมอมข้าวพองทุกที แม้แต่พระพุทธเจ้าก็เสียเวลาไป 29 ปี แล้วไปเสียเวลาลิงลมอมข้าวพอง ให้เขาไปหลอกนั่งหลับตาอีกตั้ง 6 ปี ท่านถึงว่าผิดไปหมด อย่าไปพูดถึง 29 ปี เขามอมเมาให้ไม่ให้ออกมาแต่ก็อยู่ไม่ได้หรอก เสียเวลาอีก 6 ปี ขนาด พระพุทธเจ้ายังถูก ลิงลมอมข้าวพอง เสียเวลาอีกตั้ง 29 ปี อาตมาก็ไม่อยากเสียเวลามากเกิน ก็เลยยังไม่อยากตายตอนนี้ ถ้าตายไปแล้วก็ต่อคิวยากอีก ไม่รู้ว่าจะแตกกระจายไปอีกเท่าไหร่ กว่าจะรวบรวมกองทัพธรรมได้

ประเด็นที่ถูกต้องฝึกอย่างไร ก็ให้ฝึกโพธิปักขิยธรรม 37 นี่แหละคืออานาปานสติ หรือจะพูดว่าสติปัฏฐานสูตรก็ได้ นั่นแหละไปอ่าน สติปัฏฐานสูตร ทุกลมหายใจเข้าออกทุกกรรมกิริยา ไม่ใช่ไปนั่งหลับตาปฏิบัติ เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นจะต้องไปดูลมหายใจเข้าออกหรอก พอดี ทำอะไรไม่ถูกเลยเอามือไปต้มน้ำก็เอามือไปโดนน้ำ มัวแต่ดูลมหายใจเข้าออกตายพอดี ดีไม่ดี แหมดูนิ่งเลยสมถะมาก เอามือไปจุ่มน้ำร้อนก็ยังไม่รู้สึกร้อนเลยยกขึ้นมาก็มือเปื่อยเลย 610820_รายการสำมะปี๋ซี่วิต ครั้งที่ 7 ณ บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน