630413 สนทนาธรรมออนไลน์กับพ่อครู จรณะ15 กับพรสงกรานต์ปี โควิด 19.docx
เนื้อหาในไฟล์
630413 สนทนาธรรมออนไลน์กับพ่อครู จรณะ15 กับพรสงกรานต์ปี โควิด 19
สู่แดนธรรม : อยากจะให้พ่อท่านตอกย้ำในเรื่อง นักธรรม พี่หมายถึงว่า การปฏิบัติที่ไม่ผิดทางพุทธ พ่อท่านประเมินว่าตอนนี้กำลังเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แล้ว มันติด พ่อครู : อปณกธรรม ๓ คนทั่วไป แม้ชาวพุทธทั่วไปทั้งหมด มันลืมแล้วมันทิ้งไปเลย ไม่เห็นความสำคัญ ทั้งที่มันสำคัญที่สุดเลย อปณกธรรม ๓ สำคัญที่สุดในจรณะ ๑๕ จรณะ ๑๕ เป็นคุณวิเศษ เป็นพุทธสมบัติของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ แต่ทีนี้คนมันเสื่อมจากวิชชาจรณะดั่งที่เรากำลังเอาอัมพัฏฐสูตรมาขยายความกันอยู่เนี่ย มันเสื่อมไปจริงๆมันไม่มีวิชขาจรณะ อย่างที่อัมพัฏฐว่า วิชชาคืออะไร จรณะคืออะไร เอาไปเอามายอมจำนน พูดไปพูดมานึกว่าตัวเองรู้จักวิชชา ตัวเองรู้จักจรณะ ท่องได้เป็นนกแก้วนกขุนทอง เอาไปท่องเอาไปขยายความด้วยภาษาบัญญัติอะไรเต็ม แต่โดยสภาวะจริงๆเขาไม่มีเลย เขาไม่ได้เข้าจะถึงจิตถึงจิต กายในกาย เขาไม่ได้รู้จักเวทนาในเวทนา เขาไม่รู้จักจิตในจิต เขาไม่รู้จักธรรมในธรรมเลย เพราะฉะนั้นเขาไม่ได้เริ่มต้นพัฒนาจิตเลย เขาไม่ได้เริ่มกายในกาย เพราะมิจฉาทิฏฐิ คำว่ากายตัวแรก เขาไม่พ้นมิจฉาทิฏฐิ สักกายะทิฏฐิตัวแรกของสังโยชน์เลย เขาไม่พ้น เขาไม่รู้คำว่ากายที่ถูกต้อง กายของเขาเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งกายเป็นอย่างเดียวไม่ได้ ซึ่งกายแปลว่ากองแปลว่าหมู่ แปลว่าฝูง แปลว่าที่ประชุม แปลว่าการประชุม องค์ประชุม กายเนี่ย มันไม่ใช่หนึ่งเดียว หนึ่งเดียวมันก็ไม่ประชุมกับใคร มันก็ไม่รวมกับใคร มันก็ไม่เป็นหมู่กับใคร เป็นฝูงกับใคร มันโดดเดี่ยว”กาย” ถ้าแปล”กาย”ว่าหนึ่งเดียว เป็นเอกังสะ “บุญ”สิมันหนึ่งเดียว “บุญ” เอกังสะ เอกังเสนะ “บุญ” หนึ่งเดียว”กาย” ไม่หนึ่งเดียวเลย อันนี้ก็ดีเหมือนกัน เอามาเทียบเคียงให้ชัดเจน ว่า”บุญ
อ่านต่อ
”เท่านั้นหนึ่งเดียว “กาย”หนึ่งเดียวไม่ได้ ตรงกันข้ามกันอย่างสำคัญเลย ถ้าคำว่า”กาย”หนึ่งเดียวไม่ได้ แต่คำว่า”บุญ” มี 2 ไม่ได้ บุญมี 1 กับ 0 บุญเป็นนักฆ่ามือฉกาจ มันเป็นสิริมหามายา สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออปณกธรรม ๓ นี่แหละมันหายไปเลย เขาไม่เห็นความสำคัญเลย เพราะฉะนั้นเขายังหมดเลย ไปนั่งหลับตาปฏิบัติ มีที่ไหนสำรวมอินทรีย์ มีที่ไหนโภชเนมัตตัญญุตา แล้วเขาก็กลายเป็นหลับ นิพพานไสยาสน์ เขาไม่ได้มาตื่นเลย ไม่ได้ชาคริยา เขาไม่ได้มีการพรากเพียร เขาไม่ได้อุตส่าห์ออกมา เขาเจตนาหลับเข้าไป ดึงเข้าไป ลึกเข้าไป ๆ ด้วย ซ้ำ ทวนกระแสคนละทิศเลย เพราะฉะนั้นมันก็เลยไม่มีคุณธรรมของพุทธ สมณะดินไท : ไตรสิกขาของเขาก็มีแต่นั่งสมาธิอย่างเดียว พ่อครู : ใช่ มีแต่หนั่งสมาธิอย่างเดียว ไม่พิสดารอะไรเลย ไม่ยากอะไรเลย ง่ายที่สุด สู่แดนธรรม : คำที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ มันต้องเป็นคัมภีรา ธรรมะของพระพุทธเจ้าไม่ใช่ง่าย พ่อครู : ใช่ คัมภีรา ทุทสาทุรณุโพธา สัตตา ปณีตาอัตกาวัจรานิปปุ่นนาบัณฑิตเวทนียา คำตรัสของท่าน คำสอนของท่านลึกซึ้ง ตามเห็นได้ยาก ตามรู้ได้ยากจริงๆ มันไม่ใช่เรื่องตรรกะ เรื่องของการคาดคะเนด้นเดา มันละเอียดลึกซึ้ง ลักษณะสภาพนิพพาน บัณฑิตแท้เท่านั้น ทุกวันนี้มีบัณฑิตเก้ สู่แดนธรรม : ขนาดตอนที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ใหม่ๆ พระพุทธเจ้าทรงท้อพระทัยเลยว่า เราจะต้องลำบาก ก็เลยไม่คิดที่จะสอน พ่อครู : ใช่ ถึงขั้นมหาสหบดีพรหมมาอาราธนา เพราะว่าท่านตรวจแล้วท่านมีพุทธปาลกาล เธอตรวจดูกาละนั้นยุคนั้น คือตรวจดูหมู่ชน ตรวจดูอินทรีย์พละของมนุษยชาติว่ามันแย่มันเป็นความทรุดเสื่อม จะไปรอดหรือเนี่ย เพราะฉะนั้นฉันจึงไม่ขวนขวายในการสอน ในการแสดงธรรม เพราะว่ามันเป็นอายุของพัตกัปป์มันเป็นปลายยุคของยุคที่ดีและมันเป็นปลายยุคที่มันเสื่อมสุดแล้ว ทำไปแล้วมันจะเสียแรงเปล่า มันจะสูญเปล่าหรือเปล่า มันจะไม่พอคุมอะไรเลย สู่แดนธรรม : แสดงว่าพระพุทธเจ้าตั้งใจจะเป็นพระปัจเจกใช่ไหมครับตอนนั้น พ่อครู : ใช่ จะถือว่าท่านเป็นอยู่ในทรงสภาพพระปัจเจก ยังประกาศ ถ้าประกาศแล้วถึงจะเป็นสัมมาสัมพุทธองค์ใดองค์หนึ่งขึ้นมา ต่อมนุษย์ชาติต่อโลก ก็จะมีคนรับรู้ แล้วจะมีคนมารับเอา เขาจะเกิดภาวะศาสนาพุทธประกาศลงในโลก ถ้าไม่ประกาศก็เป็นปัจเจก สู่แดนธรรม : เอา อปณกธรรม ต่อเลย พ่อครูู : เพราะความที่มันเสื่อม มันไม่เห็นความสำคัญในความสำคัญ มันไปเห็นความไม่สำคัญ เป็นความสำคัญ มันก็เลยสำคัญผิด เมื่อสำคัญผิดซะแล้วทิ้งจรณะ ๑๕ ถ้าเผื่อว่าอปณกธรรม ๓ ที่บอกว่าไม่ใ เข้าใจผิดไปหมดเลยว่าตัวเองมีแต่ความเลวร้ายอยู่ในศีลมือ ช่พุทธ ถ้าไม่มี ๓ ข้อนี้ไม่ใช่พุทธ ผิดออกไปจากพุทธ ถ้าไม่มีการสำรวมอินทรีย์ ถ้าไม่มีประมาณเครื่องกินเครื่องใช้ที่สัมผัสเกี่ยวข้องอยู่ หรือไม่พากเพียร เป็นผู้ตื่นตื่นๆไม่ใช่ไปหลับหลับๆ เดินไปสู่ความลับไม่ใช่เช่นนั้น 3 ข้อนี้จึงเป็นกุญแจ เป็นกุญแจเป็นเงื่อนไขหลักสำคัญที่สุดของศาสนาพุทธ อยู่ไหนที่อาตมาย้ำเราย้ำอีก อยู่ไหนวิชชาจรณะของพระพุทธเจ้าที่เป็นพุทธคุณ ซึ่งเป็นหนึ่งเดียวใน ๙ นอกนั้นไม่ใช่เนื้อหาสาระของธรรมะพระพุทธเจ้า เป็นเครื่องบ่งบอกถึงความวิเศษ ความประเสริฐความยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้า เนื้อแท้อยู่ที่ตัวนี้ วิชชาจรณะสัมปันโน ถ้าผิดไปจาก 3 ข้อนี้ไม่ใช่แล้วนะ ถ้าไม่มีตังค์ก็นี้พูดทิ้งหมดเลยทั้งยวง เพราะมี 3 ข้อนี้จึงเกิดสัทธรรม ๗ ถึงจะเกิดเชื่อมความเข้าใจ เชื่อมความรู้ ความศรัทธาขึ้นมา อ้อ อ้อ อ้อ พอเกิดศรัทธา ขึ้นมา ก็รู้ตัวขึ้นมาว่าตัวเรานี่จมอยู่ในโลกียะ จมอยู่ในชั่ว จมอยู่ในบาป ก็จะระลึกรู้บาปสำคัญของตนเองว่าอันนี้ชั่วหนักเลย ละอาย ตอนนี้หิริก็เกิด ทำไมเราโง่ถึงขนาดนี้ ไปจมอยู่ได้ กับไอ้โสโคกนี้ อยู่มาตั้งนานนึกว่ามันวิเศษวิเสโส เหมือนกับพวกดาราเตะบอล ยิ่งใหญ่รวยยิ่งใหญ่เก่ง หรือดารามวย ซึ่งมันเข้าใจผิดไปหมดว่าตัวเอง มีแต่ความเลวร้ายอยู่ไหนฝีมือ อยู่ในความสามารถอยู่ในความรู้ แล้วหลงว่าตัวเองวิเศษ มันกลับดำเป็นขาว กลับขาวเป็นดำ เพราะฉะนั้นเมื่อมารู้ตัวก็หิริ พอหิริสูงขึ้น ดีขึ้นมากขึ้นก็โอตัปปะ กลัว ยังไงยังไงก็ต้องเลิก ต้องปรับความเชื่อ พลังความรู้ศรัทธาและปัญญา ควบแน่นสูงส่งขึ้น มีอำนาจมีฤทธิ์มีพลังสามารถที่จะด้านกั้น หรือกำจัด มีฤทธิ์เลย มีฤทธิ์มีพลังแรงสูง ทำลายได้ดี ก็เลยกลายเป็นฌาน 1 2 3 4 ขึ้นไปตามลำดับ โอตัปปะสูงพหูสูตสูง สูงก็พากเพียรอีก วิริยะ สติ ปัญญา ตาม 4 ข้อ ศรัทธา หิริ โอตัปปะ พหูสูต ยิ่งเจริญขึ้นยิ่งประเสริฐขึ้น ประเสริฐขึ้น ด้วยการเพียร วิริยะสติปัญญา มันก็ยิ่งเติมให้ฌานขึ้น ๑ ๒ ๓ ๔ ขึ้นเรื่อยๆ พอได้ผลเป็นอุเบกขา อุเบกขาก็ตกผลึกเป็นสมาธิ ตกผลึกสั่งสมสั่งสม สั่งสม สั่งสม สั่งสม จึงจะเกิดจิตแข็งแรง ตั่งมั่น เจตโสอภิโรภนา ยิ่งขึ้นเป็นอเนชา ยิ่งอเนชา สมณะแสนดิน : เหลือ ๑ นาทีนะครับ พ่อท่านเป็นการให้พรสงกรานต์นะครับ พ่อครู : เพราะตบท้ายด้วยสงกรานต์ ช่วยกันพูดในวันนี้ให้สำคัญเลยว่า สงกรานต์นั้น ควรจะออกกฎหมายให้ปิดได้เลยว่า ต่อไปนี้สงกรานต์เอาน้ำมาสาดกันเล่น เป็นความโง่เป็นการทำลายโลก ทำลายธรรมชาติ ทำลายสภาวธรรมทุกอย่าง เป็นความโง่ของมนุษย์ ที่แท้จริงอย่าเอาน้ำมาสาดเล่นหน้าแล้ง เพราะหน้าช่แล้งนี้น้ำ ถ้าเกิดหายไปอยู่กับอากาศ อยู่บนฟ้า ที่ไหนต่างๆนานา เพราะงั้นอย่าฝืนธรรมชาติ ต้องรู้จักธรรมชาติในการนี้ สู้แดนธรรม : เอามารดน้ำดำหัวได้ใช่ไหมครับ พ่อครู : ใช่ รดน้ำดำหัวมันเป็นเรื่องของสังคมศาสตร์ที่วิเศษ ต่างคนต่างเสียสละน้ำคนละจอก คนละจอก เราก็นำไปรดคนที่สมควร ไม่ใช่เล่นสาดใครต่อใครต่อใคร นั่นไม่ใช่ คนที่สมควรจะไปแสดงความกตัญญูกตเวที เทิดทูนบูชายกย่อง เป็นการสื่อเรื่องสังคมศาสตร์ที่สูงส่ง ช่วยกันถล่มประเพณีสาดน้ำ ให้เอาไปรดน้ำดำหัวอย่างเดียว
ถอดข้อความโดย อุทัย