อยู่ป่าเป็นวัตรคือเช่นไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
อยู่ป่าเป็นวัตรคือเช่นไร _แก้วตะวัน พวงบุบผา : กราบนมัสการท่านสมณะ ท่านสิกขมาตุ เจริญธรรมญาติธรรมทุกท่านค่ะ รู้สึกว่าตัวดิฉันเองก็ติดแป้น ไม่ค่อยเจริญในธรรมเท่าที่ควร เพราะกลับมาอยู่บ้าน ดูแลแม่ที่ป่วย ทำกสิกรรมไร้สารพิษ ห่างไกลจากหมู่กลุ่มไปเรื่อย ๆ แต่ก็ติดตามฟังธรรม กฎกติกาพื้นฐานของชาวอโศกก็ยังทำได้อยู่ค่ะ ได้ฟังเทศน์ในวันนี้ทำให้ได้ย้อนทบทวน ต้องเคร่งครัดตัวเองมากขึ้นก่อนที่จะหลุดวงโคจรของอโศกค่ะ พ่อครูว่า...อันนี้พระพุทธเจ้าท่านก็เตือนนะว่า การมีมิตรดีสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดี การไปอยู่คนเดียว ห่างจากหมู่ไปมันเป็นสิ่งที่ ยาก เป็นสิ่งที่ไม่น่าอภิรมย์ พระพุทธเจ้าก็ตรัสไว้ว่า ต้องมีมิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี อยู่อย่างที่อาตมาพาพวกเราทำ ซึ่งเป็นเรื่องที่ค้านแย้งกับศาสนาที่เป็นสายพระป่า ท่านเองท่านหลงทางผิดไปปลีกเดี่ยวไป อาตมาก็พยายามดึงกลับรื้อฟื้นกลับ มีคำสอนของพระพุทธเจ้าตรัสว่า ตามศรัทธา 10 จะมีการอยู่ป่าเป็นวัตร คนก็ว่านี่ไงท่านยืนยันให้อยู่ป่า คำว่าอยู่ป่าเป็นวัตร ท่านก็ไม่ได้หมายความว่า คุณอยู่ป่าตลอดกาล คุณก็ทำได้เป็นคราวๆ เราใช้คำว่า กิจวัตร หมายความว่า เป็นสิ่งที่เราทำเป็นประจำ แต่อันนี้ ไม่ใช่กิจวัตร อยู่ป่าเป็นวัตร คือไม่ได้ทำประจำ หรือยินดีในเสนาสนะอันสงัด อาตมาหากไม่ยินดีในเสนาสนะอันสงัดเป็นป่าอาตมาไม่ไปสร้างป่าในเมืองหรอก อาตมาตั้งแต่เริ่มทำงานมาก็สร้างป่าในเมืองตลอด สันติอโศกทุกวันนี้ก็ยืนยันแล้ว ไปดู ก็แต่ก่อนเป็นนาเน่าๆไม่ใช่ที่ดินป่าเป็นที่ดินเมือง เราก็ค่อยซื้อที่ดินเพิ่ม แพงจะตาย เราก็ได้ออกไปแค่นั้น สันติอโศกจะถึง 20 ไร่หรือเปล่าก็ไม่รู้ อาจจะถึง แต่มันขยายป่าออกไปอีกไม่ได้ ก็เลยได้แต่สูงขึ้นไป ส่วนข้างๆนั้นไม่ค่อยได้ เป็นตึกราม เราก็ต้องมี
อ่านต่อ
อาคารอาศัยอีก เป็นกลุ่มชุมชนเมือง มันขยายรูปธรรมขยายองค์ประกอบเสนาสนะสัปปายะไม่ค่อยได้ ต่อมาเราก็ไปทำที่ปฐมอโศก ต่อมาเราก็ไปทำศาลีอโศก ศีรษะอโศก จากป่าช้า 2 แห่ง ก็ขยายไป จากนั้นก็มีอีกหลายสิบชุมชนชาวอโศก สรุปแล้วอยู่ป่าเป็นวัตร ก็หมายถึงว่า ไปบ้าง ไปป่าเป็นการประพฤติบ้างไปทำไมไปป่าไปเพื่อพิสูจน์ พิสูจน์ว่าเมื่อไปอยู่ในป่าไม่มีใครแล้วไม่มีรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ไม่มีอะไรยียวนชวนโลกีย์เลย อยู่กับสิงสาราสัตว์ คุณจะอาลัยอาวรณ์ถึงลาภยศสรรเสริญโลกียสุข ถึงรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสถึงวอะไรที่น่ารื่นรมย์ที่เป็นของโลกีย์ คุณจะประหวัดถึง มีจิตโหยหา ฟุ้งซ่าน ออกมาหรือไม่ หรือไปอยู่ป่าเพื่อพิสูจน์ว่าคุณจะมี กามฟุ้งออกมาหรือไม่ หรือไปอยู่ป่า เพื่อพิสูจน์ว่าคุณจะจมอยู่ในป่าติดป่าหรือไม่ พิสูจน์ 2 ด้าน คุณจะติดป่าหรือเปล่า อาตมาไปป่าอยู่เดือนเดียวก็ชัดเจนไม่มีปัญหาอะไร จะอยู่ป่าก็อยู่ได้สบาย แต่จะไปอยู่ทำไม อยู่ป่าไม่มีประโยชน์อะไร เอาชีวิตไปทิ้งไว้ในป่า อาตมาอยู่กับพวกเราอบอุ่นจะตาย วันๆหนึ่งมาสอน มีคนมาฟังมากกว่า 5 คน แต่ยังไม่ถึง 500 ถ้ามาเทศน์ทีไรก็ถึง 500 คงจะน่าดู อย่างสมัยพระพุทธเจ้าจะมีเลข 500 เป็นเลขหลัก เป็นเรื่องไม่ยาก แต่ของเรานี้มันยาก พระพุทธเจ้าตรัสในอุบาลีสูตร พระอุบาลีปรารถนาจะไปอยู่ป่า และราวป่าอันสงัด พระพุทธองค์ตรัสว่า... ป่าและราวป่าอันสงัดอยู่ลำบาก ทำความวิเวกได้ยาก ยากที่จะอภิรมย์ในการอยู่ผู้เดียว. มันยากที่จะอภิรมย์ ป่าทั้งหลายเห็นจะนำใจของภิกษุผู้ไม่ได้สมาธิไปเสีย ผู้นั้นจำต้องหวังข้อนี้ คือ จักจมลงหรือจักฟุ้งซ่าน เปรียบเหมือนกระต่ายหรือเสือปลาลงสู่ห้วงน้ำใหญ่ หวังจะเอาอย่างช้างใหญ่สูง ๗ ศอก หรือ ๗ ศอกกึ่ง กระต่ายหรือเสือปลานั้น จำต้องหวังข้อนี้ คือ จักจมลง หรือจักลอยขึ้น !! (พตปฎ. เล่ม ๒๔ ข้อ ๙๙) พ่อครูว่า...การไปนั่งสมาธิอยู่ในป่าอย่างมิจฉาฯก็นั่งได้นาน แต่ถ้าแบบพุทธ จะต้องอยู่ป่าก็อยู่ได้หากจำเป็น ถ้าหากโควิดทำให้เราต้องไปอยู่ป่าสัก 5 ปี สบายเลย ขุดมันขุดเผือก บูรณะป่า เสริมต้นไม้ให้กินใบกินหน่วยกินผลได้ อะไรที่ไม่เข้าท่าเป็นพิษภัยก็เอาออก เราก็ทำให้ป่าอุดมสมบูรณ์มากขึ้นสิ 5 ปีรับรอง เราเป็นคนมีความรู้ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็สบายพวกเราไม่ได้ทำลายป่า มีแต่รักษาให้ดี อะไรที่ไม่ดีก็เอาออก อะไรที่เจริญก็เอาไว้ แม้แต่ไม้ที่ไม่ใช่เอาไว้แต่กิน ไม้ที่จะทำให้เกิดความเป็นป่า เป็นองค์ประกอบของป่า เราก็เอาไว้ เราไม่ใช่จะเอาแต่สิ่งที่กินเท่านั้น ยิ่งเป็นชีวกโกมาภัจจ์ บอกว่า ต้นไม้ทุกต้นเป็นยาหมดเลย ไปตัดมันทำไม ก็จะยิ่งอาศัยใหญ่เลย อย่างคุณแตงไท(แพทย์แผนไทย) ชื่อตั้งใหม่ ชื่อ..นายได้คิด ก็ไม่ตัดเลย สรุป การออกป่า อยู่ป่า หนีไปอยู่แต่ผู้เดียว เป็นมิจฉาทิฏฐิ โมฆะ เข้ามาศึกษาฌานสมาธิจรณะ 15 วิชชา 8 ของพระพุทธเจ้าเถอะ นั่นเป็นพุทธคุณ 9 ของศาสนาพุทธ หรือมาศึกษามรรคมีองค์ 8 โพชฌงค์ 7 หรือว่าศึกษาโพธิปักขิยธรรมให้ชัดเจน อาตมาก็ขยายความไปให้รู้ว่า มันไม่ตรงกับที่คุณเข้าใจไปนั่งหลับตาหนีเข้าป่า มันไม่ใช่
630814_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ทำ 1 และ ทำ 0 ได้ คือมีให้มาก-หมดให้หมด