สรรเสริญเป็นสิ่งชั่วแล้วควรสรรเสริญหรือไม่อย่างไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สรรเสริญเป็นสิ่งชั่วแล้วควรสรรเสริญหรือไม่อย่างไร _สุรภา ลิ้มวรรณเสถียร : 1 พระพุทธเจ้าบอกว่าคำสรรเสริญเป็นสิ่งชั่ว แต่เราทำงานไม่ต้องการคำสรรเสริญมาให้แก่ตัวเอง การให้คำสรรเสริญแก่พ่อ แม่ ครูบาอาจารย์ เราชั่วมั้ยคะ พ่อครูว่า...ความซับซ้อนแก่ความหมายต้องคมชัดแม่นประเด็น พระพุทธเจ้าบอกว่าคำสรรเสริญเป็นสิ่งชั่วเป็นความหมายที่ลึกและกว้าง ในกว้างๆนั้นใครก็รู้ว่าคำชมคนก็ต้องชื่นชอบ เหมือนอย่างที่อาตมาได้รับคำชมเชยยกย่องให้ได้รางวัลฟังพระเทศน์เขาเขาก็ให้มา เขาก็เป็นองค์กรหนึ่ง ในประเทศเกาหลีเขาให้มา ให้มาแล้วเขาก็มาถามใจอาตมา ว่าท่านรู้สึกอย่างไร จะให้อาตมาพูดว่าเขาสรรเสริญเราเป็นสิ่งชั่วจะให้พูดอย่างนี้หรือ ? เราจะไปพูดอย่างนี้ทำไม ถึงไม่พูดความจริงแล้ว ซ้อนลึกลงไป เขาสรรเสริญอะไร? เขาสรรเสริญว่าเราเป็นผู้เผยแพร่ เป็นผู้สร้างให้เกิดความมีสันติภาพ อาตมาได้รับรางวัลในประเด็นการนำสันติภาพมาสู่สังคมโลกมนุษย์ ซึ่งมันลึกซึ้งมากและกว้างขวางมาก นี่เป็นประโยชน์ของมวลมนุษยชาติ เขาไม่ได้หมายความว่า เป็นคนทำเฉพาะประเทศเขา เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมันไม่ใช่มันเป็นสากล มันเป็นสิ่งที่อธิบายได้ยากเหมือนกัน แต่มันเป็น มันมีเหตุปัจจัยอะไรต่างๆนานา แล้วทำจริงขึ้นมาด้วย เกิดผลพิสูจน์ยืนยัน มีสิ่งปรากฏสภาพให้เห็น ว่ามันเกิดสันติภาพ โดยความหมายของคำว่า สันติภาพ ของเขาคืออะไร อันนี้ก็ต้องอธิบายกันอีกนาน ค่อยๆอธิบายทีละน้อย อาตมาก็อธิบายไม่เก่ง แต่มันยิ่งใหญ่ อาตมาสรุปไว้นานแล้วตั้ง 5 หัวข้อเดี๋ยวนี้แถมอีก 2 อิสรเสรีภาพ ภราดรภาพ สันติภาพ สมรรถภาพ บูรณภาพ ชื่อหัวข้อว่า “บรมภาวะสุดยอดประเสริฐที่ควรได้” แล้วแถมอีกสองคือ สุนทรียภาพ กับ สุญญภาพ เหมือนผู้ช่วยเป็นพระสารีบุตรกับพระโมคคัลลานะ ที่ช่วยสิ่ง
อ่านต่อ
ที่เป็นแกนหลักคือก้อนใหญ่อีก 5 อย่างนั้น ต้องอย่างไรก็ทิ้งไม่ได้นะ สุนทรียภาพ ถ้าไม่มีสุนทรียภาพมันไม่ใช่ศิลปะ มันเป็นสารคดี สุนทรีย์หมายความว่ามันมี ความฉาบพอกแห่งความน่ายินดี จะเรียกว่าเป็นกิเลส ก็เป็นเศษส่วนของกิเลส เติมด้วยแสงสีเสียง รูป รส กลิ่น เสียง ซึ่งเป็นโลกียของโลกเอามาประกอบให้เป็นกระษัย เป็นเชื้อให้คนเขาแตะได้ ถ้าเอาแต่ก้อนดุ้นๆสาระหนึ่งเดียวเลยนะ มันแข็งคนจับไม่ติด ต้องให้คนเขาจับติดจะได้เชื่อมแล้วมารับซึมซับหรือเรียนรู้ค้นหา แทงเข้าไปเอาเนื้อเอากันได้ เพราะฉะนั้น แก่นแกน ของสองสภาพของศิลปะคือสุนทรียภาพ อาตมาแปล ศิลปะว่า สุนทรียภาพ กับ สาระศิลป์ ส่วน สุญญภาพคือ แก่นแกน ของนิพพานเลย สุญทรียะ กับสาระ ซึ่งสาระก็เป็นแก่น แต่เป็นแก่นเนื้อ แต่สุญนี้แก่นกลวง แก่นไม่มี แต่สาระนี้แก่นแท้ แน่นไม่มีเปลี่ยนแปลง มีฤทธิ์มีอำนาจมีประโยชน์สูงสุด ดึงเอามาใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมด แก่นนี่ มีให้เรื่อยๆ เช่นพระอาทิตย์เป็นแก่นแกนของสุริยะจักรวาล ให้เลี้ยงลูก 9 ดวง ดาวนพเคราะห์นี้ เพื่อสรุปความเข้าใจแล้วเราก็จะรู้ว่าอันนี้เรายังติดยึดอยู่ไรสาระ ก็ปล่อยวางได้ เรายิ่งปล่อยวางก็จะยิ่งมีความรู้เข้าหาแก่น อย่างพิสดารมากยิ่งขึ้น คนใดที่ได้สละสิ่งที่ควรสละออกไปอย่าง ที่รู้ๆนั้น คนนั้นจะได้สิ่งที่ยิ่งกว่านั้นยิ่งขึ้นๆๆ คุณยังไม่ได้สิ่งนั้น เพราะคุณยังไม่ได้สละสิ่งที่คุณยึด หากคุณสละ คุณจะได้สิ่งนั้นมามากยิ่งขึ้น ท้าพิสูจน์เลย เอหิปัสสิโก เราไม่รวยแล้วแต่เราก็อุดมสมบูรณ์ เรามีความอุดมสมบูรณ์ในสิ่งที่ควรสมบูรณ์แล้วเราก็เร่งรัดพัฒนาให้คนพากันมาสมบูรณ์อย่างนี้ ให้พากันสร้างพืชพันธุ์ธัญญาหาร อันนี้ก็ขอย้ำตรงนี้เลยว่า อาตมามุ่งมั่น อยากให้พวกเราเข้าใจอันนี้จริงๆ แล้วอยากให้พวกเราชัดเจนแล้วลงมือช่วยกันจริงๆ ถ้าพวกเรานี้มีพลังงานสัมประสิทธิ์ เคลื่อนขึ้นมา ขณะนี้ที่นั่งกันทั้งหมดมีพลังงานสัมประสิทธิ์ในทางกสิกรรมเท่าไหร่ ถ้าหากมีสัมประสิทธิ์ในทางกสิกรรมเพิ่มขึ้นในแต่ละคน 2 x 2 รับรอง แผ่นดินราชธานีอโศกนี้ เป็นไงๆ จะเต็มโต๊ะนี่ยิ่งกว่านี้ ใช่ไหม ไม่ได้พูดเล่นนะ อยากให้เพิ่ม เพราะตอนนี้เป็นโอกาสที่จะแสดงความจริงต่อโลก ว่าคุณจะมีทองคำ คุณจะมีเพชรนิลจินดา คุณจะมีน้ำมัน คุณจะมีอาวุธฆ่าคน คุณจะมีเครื่องเทคโนโลยีอันวิเศษเท่าไหร่ อันนี้แหละมันเป็นที่ 1 ของโลก อาหารกินเข้าไปในท้องเลี้ยงชีวิตนี่แหละที่ 1 ของโลก ไอ้พวกนั้นอย่างไรก็เป็นรอง แม้แต่ที่สุดอาหารพืชพันธุ์ธัญญาหารกับอาหารเนื้อสัตว์ คู่นี้ก็คู่นึง รับรองว่าอาหารพืชพันธุ์ธัญญาหารเป็นที่หนึ่งกว่าเนื้อสัตว์แน่นอน จริงๆ พืชพันธุ์ธัญญาหารกับเนื้อสัตว์นี่ ไม่เอายากหรอกเอาง่ายๆ คุณจะเลี้ยงสัตว์มากินกับปลูกพืชผักมากินอะไรมันจะเร็วกว่ากัน ก็ผักพืช แค่นี้ก็ชนะขาดแล้ว เขาได้เทียบกันแล้ว เคยได้ยินมา ว่าจะเลี้ยงสัตว์ตัวหนึ่งได้เนื้อสัตว์มา 1 กิโลกรัม กับจะทำพืช 1 กิโลกรัม ต้องใช้องค์ประกอบ พื้นที่แรงงาน รวมเข้าไปสูงกว่ากันถึง 9 เท่า เพราะฉะนั้นกว่าจะได้เนื้อสัตว์มากินแล้วได้ประโยชน์แค่นั้น แล้วยิ่งมีโทษแฝงมากกว่าด้วย กับได้พืช 1 กิโลเท่ากัน แล้วมีโทษต่างกัน อันนี้เดินเร็วกว่าสะดวกกว่าโทษน้อยกว่าอะไรต่างๆนานาซับซ้อน สถิติข้อเปรียบเทียบพวกนี้ เอาเถอะพิสูจน์กันไปต้องใช้เวลาหน่อย ทุกวันนี้ก็เพิ่มขึ้นนะ แต่โลกนี้มันโง่ลงๆมาถึงยุคนี้มันโง่มากมันถึงไปทำสิ่งที่ผิดมากกว่าสิ่งที่ถูก เราก็ต้องรื้อฟื้นสิ่งที่ถูกมาไม่เอาสิ่งที่ผิด ง่ายๆไปยึดถือความรวยนี่มันผิดมาก จนนี่มันถูกกว่า แค่นี้ก็ชัดเจนแล้ว ค่อยๆพอ ขนาดนั้น เศรษฐกิจของประเทศไทยขณะที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตรัสเอาไว้ แล้วเราก็เอามายืนยันสนับสนุนส่งเสริม เราทำจริงด้วยไม่ใช่แค่ปาก เราก็ทำตามที่ในหลวงตรัสนี่แหละ เขาก็ยังไม่เห็นค่าเท่าไหร่เลย ไม่เห็นเอาจริงเอาจัง เขาก็จะเห็นว่ามันจริงหรือ มาจนมันเจริญกว่าอย่างไร มันซ้อน เจริญอันนี้ไม่ได้หวือหวา ไม่ได้มาซื้อ versace แล้วจะไปซื้อทำไม มันซ้อนอย่างนี้ เขาว่าเขาซื้อกระเป๋า versace Dior นี้ดีกว่า แล้วพวกเอ็งเอาอะไรมาใช้ ดีไม่ดีเอาของบังสกุลมาซักให้ใช้อีก อะไร พอเขาทิ้งแล้วก็เอามาใช้ แต่นี่ของเขาคิดมาใหม่แปลกใหม่นะ เราไม่ประหลาดนะ อะไรอย่างนี้ เราบอก เราไม่ได้ตื่นเต้นอะไรไม่แปลกอะไร ทุกวันนี้ของใหม่มันไม่จำเป็นแล้ว ของเก่านี้ก็เหลือเฟือแล้ว ปัจจัยสำคัญ มันเกิน มันมีความเฟ้อจนไม่รู้จะเฟ้ออย่างไรแล้ว อันนี้ก็ยากที่เขาจะเข้าใจเพราะเขาหลงความใหม่ ความแปลก ความอวดอ้าง ค่านิยมของแฟชั่นที่เขาโง่กัน ที่ถามมา คำสรรเสริญเป็นสิ่งชั่ว นั้น เราก็ต้องรู้ว่าสิ่งที่เขาสรรเสริญมาเป็นสิ่งจริงที่เขายกย่อง มันถูกต้องไหม หรือว่าเขาแกล้งยกยอเรา เราไม่ได้เป็นจริงอย่างที่ว่านี้ เราก็รู้ว่าเขามาแกล้งยอฉัน ให้ฉันหลงเลอะเทอะไป คนที่หลงในคำยกยอจะเสื่อมนะ ตกต่ำ แม้แต่คุณมีจริง แต่คุณหลงความจริงนั้นมันก็ยังเสื่อมต่ำเลย เพราะฉะนั้นรู้ความจริงตามความเป็นจริงแล้วก็จบ เราก็ทำสิ่งที่ให้มันดียิ่งกว่านี้ เขาชมว่าดีนี้จบหรือยัง ถ้ายังดีไม่จบก็เอาอีก เอาให้มากกว่านี้ ถ้าดีจบแล้วก็ทำดีอื่นอีก ความดีนี้จบแล้วคุณก็ต้องรู้ความจบ เช่นว่า คุณหมดอาสวะในเรื่องนี้แล้ว คุณก็ต้องรู้ว่าคุณจบแล้วคุณจะไปเสียเวลาขยำอึ อยู่อีกทำไม คุณก็ทำสิ่งอื่นอีก พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในอภิณหปัจเวกขณ์ว่า กายกรรม วจีกรรม ที่ดีกว่านี้ยังมีอีก คนที่จบอรหันต์ สัจจะมันจบแล้ว มันเหลืออันอื่นที่เอามาเรียนรู้ที่คุณจะอยู่ในโลกแล้วเราก็ได้รู้ความจริง แล้วเราก็ช่วยคนอื่นเขาได้อีกต่อไป ก็เป็นคนที่มีประโยชน์ต่อคนอื่นต่อไป สิ่งไหนที่เป็นความชั่วความดีก็รู้ความจริงตามความเป็นจริงก็แล้วกัน
630814_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ทำ 1 และ ทำ 0 ได้ คือมีให้มาก-หมดให้หมด