650124 ปาฏิหาริย์ของคนจนมหัศจรรย์ รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 25 _.docx
เนื้อหาในไฟล์
650124 ปาฏิหาริย์ของคนจนมหัศจรรย์ รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 25 ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/1YUj5HGmadpP6jY6z__aS31-I0BBzYUivUOZtymOZOuk/edit?usp=sharing
ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1hAsgNSN6_XLjCxEGBgW3gxSi1e4dxwyZ/view?usp=sharing
และดูวิดีโอได้ที่ https://fb.watch/aKmdhRoyGP/ และ https://youtu.be/u1DXVxKDqkk สู่แดนธรรม... วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ 24 มกราคม 2565 ที่บวรราชธานีอโศก
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน ไม่เดือดเนื้อร้อนใจเป็นปาฏิหาริย์ของศีลข้อ 1 ในเบื้องต้น พ่อครูว่า... อาตมาเกิดมายุคนี้อาตมาเป็นคนแปลกประหลาด จากคนยุคนี้เขา แปลกประหลาดจนเรียกได้ว่า มหัศจรรย์ ความมหัศจรรย์นี้ พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ ภาษาบาลีท่านเรียกว่า ปาฏิหาริย์ คือความเป็นไปได้อย่างเกินกว่ามนุษย์ธรรมดาเขาจะเป็นได้ เช่น คนเหาะได้ ดำดินได้ เดินบนน้ำได้ เรียกว่าอิทธิปาฏิหาริย์ มีฤทธิ์มาก แสดงได้อย่างเป็นรูปธรรม เห็นอย่างโต้งๆเลย เดี๋ยวนี้ก็มี อย่าว่าแต่คนเดินได้เลย เอาเหล็กแท่งเป็นร้อยตันเหาะขึ้นไปข้างบนอากาศได้ ยิ่งใหญ่กว่ายุคพระพุทธเจ้าอีก เอาแท่งเหล็ก รู้จักไหมเด็กๆ เครื่องบิน เหาะขึ้นไปบนฟ้าได้ หนักตั้งเป็น 100 ตัน เก่งจริงๆเลยคนยุคนี้ ทำอิทธิปาฏิหาริย์ อาเทศนาปาฏิหาริย์ก็เก่งมหาศาลอีกนั่นแหละ แต่ไม่ใช่คน ใช้เครื่องพวกนี้ จิ้มๆ โอ้โห เป็นสิ่งที่ละเอียด ลอยไปกับอากาศปุ๊บปั๊บ ทั้งเร็วทั้งไว บันทึกก็ไว นิดเดียวบันทึกไว้เต็มโลกเลย เรียกว่า อาเทศนาปาฏิหาริย์ เป็นเรื่องที่ไม่เห็นเป็นรูปธรรมเหมือนอิทธิปาฏิหาริย์ เดี๋ยวนี้ก็เก่งกันมาก มีอีกปาฏิหาริย์อันหนึ่งคือ อนุสาสนีปาฏิหาริย์ อนุสาสนีแปลว่า คำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นปาฏิหาริย์ เป็นเ
อ่านต่อ
รื่องแปลกประหลาดมหัศจรรย์ คนเป็นไปได้ ตามที่พระพุทธเจ้าท่านสอน มันเป็นไปได้อย่างไร ยิ่งยุคนี้ยิ่งประหลาดมากเลย เพราะฉะนั้นชาวอโศกเรามาปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าแล้ว เป็นไปได้ ปฏิบัติศีลก็เป็นศีลได้ ศีล ที่ปฏิบัติได้นี่นะ มันเป็นอย่างไร ประโยชน์จากการปฏิบัติศีล ผลแท้จากการเป็นศีล ท่านตรัสไว้ 1. อวิปฏิสาร ไม่เดือดเนื้อร้อนใจ คนมีศีลมีอานิสงส์คือไม่เดือดเนื้อร้อนใจ ชาวอโศกเราปฏิบัติศีลแล้วสบายไม่เดือดเนื้อร้อนใจ ลึกซึ้งมากเลยนะความไม่เดือดเนื้อร้อนใจในศีลข้อที่ 1 ผู้ปฏิบัติได้ไม่ฆ่าสัตว์ อย่าว่าแต่ฆ่าคนเลย คนที่ฆ่าคนอยู่นี่ เดือดเนื้อร้อนใจมาก เพราะมันอาฆาตเคียดแค้นกันมากฆ่ากัน มันไม่จบหรอก เคยดูหนังจีนไหมมันฆ่ากันไม่จบเลย มีแต่ตามฆ่ากัน แล้วก็ต้องตามล้างแค้นให้พ่อนะ ก่อนตายก็สั่งไว้ ล้างแค้นให้ปู่นะ พยาบาทล้างแค้นกันไม่รู้จักจบ แต่ผู้มาถือศีลได้ ปฏิบัติศีลมีอานิสงส์ ปฏิบัติศีลตามพระพุทธเจ้าอย่างถูกต้อง ไม่ฆ่าใคร ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่กินเนื้อสัตว์ หมดความเดือดเนื้อร้อนใจ นี่คือปาฏิหาริย์ นี่คือความมหัศจรรย์ ที่คนตาถั่วมองไม่เห็น คนตาถั่วไม่รู้จักเรื่องที่วิเศษมหัศจรรย์ โดยเฉพาะคำสอนของพระพุทธเจ้าสอนไว้แล้ว ผู้ใดทำได้เป็นเรื่องวิเศษประเสริฐ เป็นเรื่องมหัศจรรย์ ยุคไหนก็มหัศจรรย์ ยิ่งในยุคนี้ยิ่งมหัศจรรย์ เพราะทำกันไม่ค่อยได้แล้ว ปฏิบัติศีลก็เป็น สีลัพพตุปาทาน หมายความว่าปฏิบัติไปตามจารีตประเพณีเก่าๆสืบทอดกันมา บอกว่าปฏิบัติศีลธรรมอย่างไรก็ไปถือศีล แม้ฆ่าสัตว์ก็ไปทำอย่างดื้อๆ เฉยๆ เหมือนกับ สูงสุดก็เหมือนกับเชน นี่ไม่ฆ่า สัตว์ใหญ่ สัตว์เล็ก สัตว์น้อย แต่ไม่รู้ว่า ไม่ฆ่าสัตว์แล้วจะเกิดผลที่จิตอย่างไร จิต ไม่เดือดเนื้อร้อนใจ ไม่รู้จัก อ้อ.. เราไม่ฆ่าสัตว์ เรามีแต่ความเป็นมิตร เรามีแต่ความเมตตา เราไม่ทำร้ายอะไรใครต่อใครเลย ยิ่งนับวัน ยิ่งเราไม่ฆ่าสัตว์ใด ไม่ทำร้าย ไม่เบียดเบียนสัตว์ใดๆเลย ยิ่งปลอดภัย แม้แต่ ในที่สุดกรรมวิบาก เราไม่ฆ่าเลย หยุดเด็ดขาด กรรมวิบากนี้จะเจริญ ประเสริฐ โอ้โห มันจะทำให้เป็นคนปลอดภัย แม้แต่เหตุร้ายอะไรที่จะมาหาเรา จะไม่มาถึงเราได้อย่างไม่น่าเชื่อ เรียกว่า ปาฏิหาริย์ ที่เรื่องร้ายๆ อย่างอาตมา พิสูจน์ในชาตินี้ เข้าไปอำนวยการเพื่อจะให้เราไปชุมนุมประท้วงอยู่ในสนามรบ เขาก็ยิงกันตายไปไม่รู้เท่าไหร่ อาตมาก็เป็นเป้าอยู่บนเวที มันไม่ต้องใช้สไนเปอร์หรอก ใช้ปืนอะไรเล็งก็ถูก เป้าตัวโตๆอย่างนี้ แต่ก็ไม่มีใครคิดจะยิง อันนี้มันเป็น อจินไตย เป็นเรื่องที่ เป็นกรรมวิบากที่รักษา ธัมโมหเวรักขติ ธรรมจารี ธรรมะย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม คิดเอาไม่ได้ แต่อาตมาก็มีบารมีเรื่องนี้พอสมควร แต่ก็ไม่ได้ประมาทอวดดิบอวดดีท้าทาย อย่างที่คนอื่นท้าทายไม่ได้ท้าทาย ก็ทำตามเหตุปัจจัยที่มันมี ที่มีเหตุการณ์ต่างๆผ่านมา มหัศจรรย์จริงๆ
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน หมดสุขหมดทุกข์คืออนุสาสนีย์ปาฏิหาริย์ที่พระพุทธเจ้าสอน พ่อครูว่า... มหัศจรรย์ทางด้านความเป็น อาเทศนาปาฏิหาริย์ เป็นนามธรรมเป็นอรูป ถ้าจะเอานามธรรมจริงๆ ต้องเอาอย่างอนุสาสนีปาฏิหาริย์ อาเทศนาปาฏิหาริย์เป็นอรูป ที่เรานึกไม่ถึง มันเป็นไปได้ อย่างคนที่มีอาเทศนาปาฏิหาริย์หยั่งรู้คนที่ทำของหาย คนนี้มีอะไรลึกลับอะไรก็ทายถูกต่างๆนานาพวกนี้เรียกว่า อาเทศนาปาฏิหาริย์ มันก็เก่ง คนเป็นไม่ได้ง่ายๆ แต่มันมีคนที่ทำได้น้อย ส่วนมากเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องหลอกกัน อิทธิปาฏิหาริย์ทำไม่ได้เลยเหาะเหิรเดินน่ำดำดิน เนรมิตอะไรเป็นรูปธรรมมันเป็นไปไม่ได้แล้ว นอกจากจะเก่งอย่างอื่นใช้พลังงานวัตถุอย่างแท้จริง ส่วนจิตหรืออรูปนั้น ก็โกหกเสียเยอะ จะมารู้รายละเอียดลึกลับอะไร ทายของหาย ทายวิญญาณ ทายนู่นทายนี่ หลอกกันเสียเยอะ ด้วยความไม่รู้ก็หลอกกันแต่ไปหมด เช่นไม่มีความรู้ในเรื่องผีก็บอกว่า ผีมี มันมีในอวิชชาในอุปาทานของคน มีแต่ความเป็นอุปาทานความเป็นผู้โง่ ผู้อวิชชา มี ผีที่มีอันนั้นเป็นผีหลอก มันไม่มีจริง คนที่เขาบอกว่าผีมีจริงอย่างโน้นอย่างนี้ เป็นการหลอกตนเอง หลอกคนอื่น พากันหลอกกันไป เมืองไทยนี่แหละหลอกกันเป็นผี ที่อื่นเขาก็ไม่กระไร ไม่เหมือนเมืองไทย กลัวผี คนตายแล้ววิญญาณคนตายยังหวงวิญญาณ จะมาหลอกคนนั้นคนนี้ จะมาปรากฏตัว จะมาแสดงตัวให้รู้กัน คนไทยขี้กลัวผีกันเยอะ แล้วก็มีนิยายสร้างกัน เป็นนิยายหลอกโลกกันไม่รู้นิยายตั้งเท่าไหร่เรื่องผี ของคนไทย สร้างเป็นหนัง เป็นละคร ซีรีส์ยาวๆเยอะแยะเลย นับถือศาสนาพุทธแท้ๆ แทนที่จะรู้ความจริงในเรื่องพวกนี้…ไม่.. โง่ดักดาน โง่เง่า แม้แต่มาปฏิบัติธรรมะแล้ว เรียนรู้ตามหลักพระพุทธเจ้าแล้วก็ยังมิจฉาทิฏฐิ เรียนผิด เรียนไป มีวิญญาณเป็นตัวเป็นตน เป็นวิญญาณเป็นผีมาหลอก ขอยืนยันว่า ผี ที่จะมาหลอกเรา เป็นรูปเป็นร่างเป็นตัวเป็นตนไม่มีในโลก ที่ไหนๆในโลก โลกสันนิวาสที่คนรับรู้ร่วมกันได้ ผีมันไม่มี มันมีแต่ในโลกสัมภเวสี เป็นโลกในการนึกคิดเอาเอง หลับตาแล้วไปตามความนึกคิดของใครต่อใคร แล้วคนไทยนี้งมงายเรื่องนี้เยอะ ฝันเพ้อไป เป็นอะไรต่ออะไรต่างๆนานา แล้วก็หลอกกันไป หลอกกันได้หลอกกันดีมากมาย จนกระทั่งคนที่จะสัมมาทิฏฐิ มาเรียนรู้ตามคำสอนพระพุทธเจ้าเรียกว่า อนุสาสนีปาฏิหาริย์ ให้รู้จักจิตวิญญาณ ความเป็นพลังงานชีวะ ที่เรียกว่า จิตนิยาม ที่เอามาสาธยาย อุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม จนสามารถจัดการกับจิตตัวเองได้เรียกว่า กระทำกับจิตตัวเองเรียกว่า มนสิการ ทำกับจิตตัวเองได้อย่างเก่ง อย่างถ่องแท้ จริงแท้แยบคายละเอียดลออแยยบคายเรียกว่า โยนิโส ลงไปถึงที่เกิดที่ตั้งที่เป็น สัมภวะหรือปภวะ แล้วให้จิต เป็นเช่นนั้นเช่นนี้ สูงสุดเลย ทำใจในใจหรือทำจิตของตนเองให้เป็นอนุสาสนีปาฏิหาริย์ คือ ทำได้อย่างเก่ง ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าถึงขั้นว่าทำจิตของเรานั้นให้ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข หมดทุกข์หมดสุข หมดบาปหมดบุญ หมดเลวร้าย แม้ที่สุด รู้ถึงขั้นรู้ว่าจิตวิญญาณนั้นเป็นอนัตตา จิตวิญญาณไม่ใช่ตัวตน แล้วก็ทำให้จิตวิญญาณของเราเองนี้ สลายหมดตัวตนไปได้เลย สลายเป็นดินน้ำไฟลมเป็นอุตุธาตุ สลายเป็นอุตุธาตุไปได้เลย ตามคำสอนตามอนุสาสนีปาฏิหาริย์ของพระพุทธเจ้า เรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ อาเทศนาปาฏิหาริย์เป็นเรื่องมหัศจรรย์เหล่านั้น พระพุทธเจ้าไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยว ซึ่งมันเป็นจริงอยู่ แต่ว่ามันไม่มีความสำคัญกับชีวิต มันไม่มีความสำคัญเท่าคำสอนที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ ตรัสรู้แล้วก็มาสอนให้รู้จักจิตวิญญาณ จิตเจตสิกรูปนิพพาน สามารถเรียนรู้จิตจนกระทั่งถึงดับทุกข์ดับสุขเรียกว่านิพพาน ดับทุกข์ ดับสุขได้รอบเรียกว่า ปรินิพพาน ดับทุกข์ ดับสุขแล้วก็ดับจิตวิญญาณทำให้สลายแยกธาตุไปได้เลยสมบูรณ์แบบเรียกว่า ปรินิพพานเป็นปริโยสาน
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน นิพพาน 3 ขั้น พ่อครูว่า... นิพพาน มี 3 ขั้นง่ายๆ 1. นิพพาน 2. ปรินิพพาน 3. ปรินิพพานเป็นปริโยสาน ปริ แปลว่า รอบ นิพพานแปลว่า ทำได้ ยังไม่รอบถ้วน ทำได้ไปแต่ละอย่าง โสดาบัน สกิทาคามี พระอนาคามี เป็นอรหันต์แล้วก็ถือว่ามี ปรินิพพาน ทำนิพพานได้รอบถ้วนสมบูรณ์แล้ว แล้วก็สามารถที่จะทำให้เป็น ปรินิพพานเป็นปริโยสานได้ คือแยกธาตุเป็นดิน น้ำ ไฟ ลมไปเลยได้ด้วย แต่พระอรหันต์ที่ยังไม่เข้าใจในเรื่องของพยัญชนะ เรื่องของ อนุสาสนีย์ คำสอนพระพุทธเจ้าที่เป็นตัวบัญญัติพยัญชนะที่สื่อสมมุติในโลก อาจจะทำปรมัตถ์ ทำจิตของตัวเองเป็นดิน น้ำ ไฟ ลมได้แล้ว แต่ภาษาบัญญัติที่อธิบายเอาไว้ ยังไม่ค่อยเข้าใจ ยังไม่รู้ ไม่ได้เรียนรู้ทั้งพยัญชนะและอัตถะ ก็จะไม่เข้าใจ แต่ผู้ที่เรียนรู้ได้ทั้งพยัญชนะและ อัตถะ ชัดเจนตรงกันก็จะเอามาอธิบายได้ อย่างหลวงปู่ อย่างอาตมา อธิบายกันอยู่ตลอดเวลา เสมอทุกวันนี้
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน คนรวยคือคนเป็นหนี้โลกจะหลุดพ้นหนี้ต้องมาเป็นคนจนมหัศจรรย์ พ่อครูว่า... อนุสาสนีปาฏิหาริย์ของพระพุทธเจ้าทั้ง รูป อรูป ทั้งนามธรรม ทั้งความรู้สึก เวทนาสัญญา สังขาร วิญญาณเป็นนามธรรม จึงเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์อย่างยิ่ง มหัศจรรย์ที่คนเขารู้สึกว่าไม่เห็นมหัศจรรย์อะไรหรอก คนที่ไม่รู้จักความสำคัญ เช่น เป็นคนมาเป็นคนจน โอ้โห เป็นคนอยู่ในโลกนี้แล้วก็เห็นดีเห็นงามว่า เออ เรามาเป็นคนจนนี้สบายดี ปลอดภัย ไม่เบียดเบียนใคร พึ่งตนเอง รอด แล้วก็สร้างสรร ขยันเพียร เผื่อแผ่ให้หมู่ฝูง ให้คนอื่นได้รับไป ไม่เป็นหนี้ ไม่เป็นบาป เป็นคนจนที่ไม่มีหนี้ไม่มีบาป คนรวยนี้มีหนี้เยอะ หนี้ทางธรรม เอาเปรียบเอารัดคนอื่น กอบโกยขี้โลภมาก ขี้เหนียวคิดดอกเบี้ย หาวิธีการที่จะเอาเปรียบเขาได้ซับซ้อน โอ่โห บาปมากเลยคนรวย ไม่คิดเองก็เอาวิธีคิดของเขามาใช้แล้วกอบโกย รวยได้เปรียบมาก ยิ่งได้เปรียบมากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นหนี้มากเท่านั้น เขาก็ไม่รู้ความจริงเรื่องกรรมวิบากพวกนี้ เทวนิยมหรือชาวตะวันตกที่เรียนจากพระเจ้า ไม่ได้เรียนรู้เรื่องกรรมวิบาก ตามที่เป็น อจินไตย ที่พระพุทธเจ้าที่สอน เขาไม่รู้ เพราะฉะนั้นเขาก็ทำอย่างอวิชชางมงายไป แม้แต่คนไทยที่เป็นพุทธ ก็ไม่ได้ศึกษาธรรมะอย่างรู้ดี ก็ไปแย่งชิงความรวย ไปเอาเปรียบเอารัด ไปอยู่ในกฎเกณฑ์พวกที่เขาสร้างการได้เปรียบเอาเปรียบเอารัด ก็เข้าไปอยู่ในกฎเกณฑ์อันนั้นเป็นหนี้เป็นบาปเป็นคนเป็นหนี้ไป คนที่หลุดพ้นจากกฎเกณฑ์โลก ที่เป็นหนี้ที่ อวิชชา โง่เง่าพวกนั้น ออกมาอย่างชาวอโศกได้ เป็นคนมหัศจรรย์ ยิ่งออกมาได้ด้วยภูมิปัญญา เข้าใจเลยว่า เราหลุดพ้นมาจากที่เป็นหนี้เป็นบาปเป็นภัยอะไรไม่เข้าเรื่องเลย ซึ่งเราก็ทำมาไม่รู้กี่ชาติแล้ว ชาตินี้ก็เคยทำมากันทั้งนั้น อาตมาว่าน้อยมากก็แล้วแต่ พอเข้าใจอย่างชัดเจนแล้ว โอ้โห เลิกได้แล้วแต่ต้องมีหมู่มวลคณะอย่างชาวอโศก คุณเลิกคนเดียวคุณต้องไปอุยู่แบบเชน ไปอยู่ในป่าหนีไปอยู่คนเดียว ซึ่งมันไม่มีสาระอะไรเลย รอวันตายไปเฉยๆพวกเชน อยู่ก็เปลืองที่นั่ง เปลืองอากาศ กินอาหารเขาไม่มีประโยชน์อะไรเลย ก็กลับเป็นหนี้อีกแหละ เป็นหนี้โลก เป็นหนี้สังคม ต้องอาศัยกินจากบิณฑบาต จากขอเขากิน พวกเชนไม่ทำเองนะ ไม่ทำอาหารเองไม่ทำ กินพืชพันธุ์ธัญญาหารก็ไม่ปลิดไม่เก็บ ให้เขาเอาอาหารมาให้ ซึ่งเป็นหนี้เต็มๆเลย เขาไม่เข้าใจเรื่องความเป็นหนี้เรื่องกรรมวิบากพวกนี้ เขาไม่เข้าใจ มีพระพุทธเจ้านี้ พาสอนให้หลุดหนี้ พ้นหนี้ แล้วยังแถม ถ้าจะว่าแล้วเป็นเจ้าหนี้ เกื้อกูลช่วยเหลือคนอื่น แต่เราไม่ได้ทำสัญญาให้เขาต้องมาใช้ต้นใช้ดอกอะไร ให้เขาไปเลย ให้โดยไม่มี สาเปกโขไปเลย สุดยอดจริงๆ มหัศจรรย์จริงๆ
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรมแม้ใกล้กลียุค พ่อครูว่า... อาตมาเกิดมาในยุคนี้จึงเป็นยุคที่ชาวพุทธเสื่อมจากศาสนา เสื่อมจาก อนุสาสนีปาฏิหาริย์ เสื่อมจากโลกุตระธรรมที่พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้แล้ว อาตมากอบกู้ขึ้นมาเอามาประกาศ เออ ยังมีคนรู้ได้เป็นคนที่มีธุลีในดวงตาน้อย เข้าใจก็ทยอยมารวมกันมา จนทุกวันนี้ถูกพวกตามืดตาบอด ท้วง จะปราบให้อาตมานี่หายไป บอกว่า มาสอนอะไรที่ผิดไปจากที่เขายึดถือ ผิดไปจากที่เขาถือว่าถูกต้อง ทั้งๆที่เขาผิดเต็มประตูเลย เขาเป็นโจรปล้นศาสนาพุทธด้วย ทำลายศาสนาพุทธอยู่โดยไม่รู้ตัว เป็นโลกียะ ของพระพุทธเจ้านั้นเป็นโลกุตระ ของเขาเต็มไปด้วยลาภ ยศ สรรเสริญโลกียสุข แย่งชิงกัน หรือว่าหลงทิศทาง เป็นเดียรถีย์ ไปนั่งหลับตาแล้วจะไปปรินิพพานอะไรไป แล้วรวมหัวกัน จะมาเล่นงานอาตมา ก็เลยไปกันใหญ่ แต่ธัมโม หะเว รักขะติ ธัมมะจาริง ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม อาตมาก็รอดมาได้ ยืนยันความจริง ยืนยันความบริสุทธิ์ใจของพระพุทธเจ้า จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ อาตมาอายุ 80 กว่า ถ้าถึง 100 อาตมาก็ทำงานศาสนาไปได้ถึง 64 ปี ไม่ใช่น้อย ก็พยายามอยู่นะ เจตนาพยายามจะให้ถึง 100 แต่ไม่รู้มันจะถึงหรือไม่ถึง มันฝืนอายุขัยของตัวเอง ซึ่งอาตมาก็เคยพูดว่าอายุขัยของอาตมา 72 ก็พยายาม ตามที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่า อานนท์ เราจะพยายาม ยังอายุขัย ให้ไปถึงหนึ่งกัปหรือเกินกว่ากัปได้ อันนี้ก็เป็นความจริง อาตมาก็พิสูจน์ความจริงอันนี้ตามที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า ความรู้ในเรื่องของสัจธรรมทางจิตวิญญาณ อมตะบุคคล มันสามารถที่จะยืดอายุตัวเองได้อยู่ แต่มันก็มีขอบเขตเหมือนกันมีที่สุด ซึ่งเราก็พยายามต่อ ต่อด้วยกรรมวิบาก ต่ออายุด้วยกรรมวิบาก ไม่มีใครมาต่อให้เราหรอก เราต้องต่อกรรมวิบากด้วยสัมประสิทธิ์ที่เราจะต้องพากเพียรสร้างอยู่ มันก็ถึงที่สุดของมันจนได้ ซึ่งเราก็พยายามที่จะเรียกว่า ตะกละ จะเรียกว่า โลภมากก็ได้ คือจะไม่ตายง่ายๆเอาเถอะ โลภ จะอายุยืน เราจะโลภเอาอายุยืนไปทำ เพื่ออะไร อายุยืนไปเพื่อรักษาลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุขหรือสุขอะไรก็แล้วแต่เถอะ มันไม่ใช่ แม้แต่สุข มันก็ไม่ได้เสพสุขเสพทุกข์อะไร ก็กลางๆ เป็น อนุปคัมมะ แล้วสบาย พวกเราเรียนสูงพูดอนุปคัมมะได้ เข้าใจรู้เรื่อง แต่ผู้ยังไม่เข้าใจก็ติดตามไปพิสูจน์ได้อย่างน่ามหัศจรรย์ เพราะฉะนั้นเมื่อมีชีวิตอยู่เราก็พยายามสร้างสิ่งที่ประเสริฐ เราไปสร้างวัตถุ เราไปสร้างเครื่องบิน เราไปสร้างคอมพิวเตอร์ก็มหัศจรรย์ คอมพิวเตอร์ก็มหัศจรรย์ สร้างเครื่องบินจรวดก็มหัศจรรย์ สร้างอาวุธฆ่าคนก็มหัศจรรย์ แต่มันโง่หนัก สร้างเครื่องบินสร้างคอมพิวเตอร์อะไรก็ยังพอสมควรพอทำเนาใช้ประโยชน์ แต่สร้างอาวุธยิ่งร้ายยิ่งแรงเท่าไหร่ มันก็คือแสดงถึงความไม่เป็นมนุษย์ กลายเป็นพวกอสูร อสุระ พวกขี้กลัว คนขี้กลัวถึงพยายามที่จะมีอาวุธ คนที่ไม่กลัว จะไม่แสวงหาอาวุธ จะไม่อยากได้อาวุธ อาตมาไม่เคยคิดอยากได้ปืน และจะมีปืน ไม่เคยเลย ไม่เอาแล้วอย่าเอามาใกล้ ไม่เกี่ยว แต่เคยยิงปืนไหม..เคย เรียนหนังสือต้องไปเรียนรักษาดินแดน ต้องไปฝึกยิงปืน มันกระแทกไหล่ตึงๆตึงๆ ก็ดูดีเหมือนกัน ตอนนั้นก็สนุกเหมือนกันแต่มันไม่ไหว ไม่ได้ชอบอะไร คือ ลึกๆของจิตคน อาตมารู้แล้วว่าคนมันไม่สมควรจะต้องไปใช้อันนี้ ไปทำอันนี้ ไปประพฤติพวกนี้ มันเลว มันคนชั้นต่ำ แต่เขาหลงผิดเป็นคนชั้นสูงสร้างอาวุธได้เยี่ยมยอด อะไรที่ร้ายแรงประสิทธิภาพสูงยิ่งเยี่ยมยอดแล้วนั่นก็คือพวกหลงผิด หลงสร้างบาปสร้างเวร สร้างอาวุธมาฆ่ากันเอง แล้วเอาไปทำกันจริงๆ แล้วมันก็เป็นกรรมวิบากจริงๆ เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่อง อจินไตย พูดทิ้งไว้เท่านั้น ฝากไว้
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน ปาฏิหาริย์ของคนจนมหัศจรรย์ ที่ผู้รู้จริงจึงให้รางวัล พ่อครูว่า... มาพูดถึงความมหัศจรรย์ทางโลกุตระ ชาวอโศกเป็นคนที่มีอยู่ในโลก ที่เป็นคนมหัศจรรย์ที่สุดที่มนุษย์ยังไม่เห็น มนุษย์ส่วนใหญ่ชาวโลกียะเขามองไม่ออก แม้แต่ชาวพุทธซึ่งเสื่อมไปจากโลกุตรธรรมกันก็ไม่รู้ ชาวพุทธไทยนี่แหละ ชาวอโศกนี่แหละ คนไทยชาวพุทธไทย แล้วมีโลกุตระเป็นมหัศจรรย์ โลกุตระก็คือผู้ที่อยู่เหนือโลก คำว่า เหนือโลก คำนี้ไม่ได้หมายความว่าค่อมอยู่กับโลก ขี่โลกแล้วขับโลกไป..ไม่ใช่ หรือนั่งมอเตอร์ไซค์ไปก็ไม่ใช่ เหนือโลกหมายความว่าความหมุนเวียน หมุนวนระหว่างกรรมวิบาก เป็นวิบากชั่ว วิบากต่ำ วิบากเลว คือ ผลของกรรมที่ไม่ดี เราเลิกทำ คนเลิกทำชั่วประพฤติดี เป็นคนมหัศจรรย์แล้ว ภาษาโลกๆ แล้วก็ดีชั่วอย่างโลกๆ ตามสมมุติกัน คนไทยก็สมมุติอย่างคนไทย คนฝรั่งชาตินั้น ชาตินี้ก็สมมุติตามวัฒนธรรมของเขาความยึดถือของเขา คนไทยเราก็แบบไทยๆ เราก็ไม่ทำชั่วที่คนไทยเราถือกัน ดีที่คนไทยเราถือ เราก็ทำดีนั้น นี่เป็นขั้นต้นของโลกียะก็สำเร็จแล้ว คนที่ไม่ทำชั่ว ทำดีได้ แล้วก็ไม่ยึดติดในการทำดีไม่ทำชั่ว เป็นคนที่รู้จักถึงนามธรรม ถึงเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ถึงจิต เจตสิก รูปนิพพาน มีสัญญา มีการกำหนดรู้ มีธาตุรู้ธาตุที่อยู่ในสัญญาสามารถกำหนดองค์ประชุม ของรูปนาม ของสภาวะ 2 ได้ เรียกว่ากายก็ตาม เรียกว่าเทวดาก็ตาม เรียกว่ารูปนามก็ตาม มีอายตนะสัมผัสเข้าก็เกิดอายตนะ เกิดสะพานเชื่อมขึ้นมา ยืดยาวออกไปก็จะรู้ สะพานยาว เป็นอิทัปปัจจยตาหรือเป็นปฏิจจสมุปบาทขึ้นมาได้ ยืดเฉพาะเวทนา ยืดไปเป็น 108 อย่างนี้เป็นต้น มันเกิดจากตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ 6 ทวาร แล้ว 6 ทวารนี่แหละ แต่ละส่วน ตาก็ดี หูก็ดีจมูกก็ดี ลิ้นก็ดี เกิดความทุกข์สุขหรือไม่ทุกข์ไม่สุข ไม่ทุกข์ไม่สุขก็มี 2 อย่าง เป็นโลกีย์ก็คือไม่ทุกข์ไม่สุข ด้วยวิธีการกดข่ม ด้วยวิธีใดด้วยวิธีเทวะเขาก็ทำได้ แต่มันไม่ถาวรไม่ยั่งยืน เพราะไม่ได้เรียนรู้ผัสสะโลกุตระถึงขั้นจิตเจตสิก พระพุทธเจ้าสอนถึงโลกุตระถึงจิตมีเหตุ เพราะมันโง่มันไม่รู้จักเหตุ ต้องรู้จักเหตุว่าเหตุคือการไปหลงว่าสุขว่าทุกข์ จนรู้เหตุ อ๋อ.. เหตุไปยึดถืออย่างนี้ก็สุขก็ทุกข์ เมื่อรู้ว่าเหตุแล้วว่าไปยึดถือว่าสุขและทุกข์ เป็นบัญญัติเป็นภาษาเป็นสิ่งที่ไป ถ้าชอบใจก็เป็นสุข ไม่ชอบใจก็เป็นทุกข์ แต่พระพุทธเจ้าสอน ก็สุขหรือทุกข์ที่มันยังอวิชชา มันก็โง่ที่จะมีสุขมีทุกข์ โง่ คือตัวธาตุที่ไม่รู้ความจริง พอธาตุรู้ความจริงว่า อ๋อ มันสังขารปรุงแต่งกันได้อย่างนี้นี้ มันก็เป็นอย่างนี้ เช่น ดอกสุพรรณิการ์ดอกนี้ โอ้โห ดอกใหญ่เหลือง นี่เก็บมาหลายชั่วโมงแล้วยังไม่เหี่ยวเท่าไร ก็สวยงาม อันนี้จะว่าเราปรุงแต่งมัน มันก็เหมือนปรุงแต่งจะว่าเราไม่ปรุงแต่งมัน มันก็เกิดอยู่ในดินแดนของชาวเรา เทียบกับหน้าอาตมาเห็นไหม ไม่ใช่ดอกเล็กๆเลย สวย อาตมาก็เรียกตามบัญญัติโลกเขาว่า สวย ตามสมมุติโลกไป อาตมาไม่ได้หลงสมมุติ ก็รู้สมมุติพูดโดยสมมติไปเหมือนกับโลกเขาสมมติกันได้ทั้งนั้นแหละ อาตมาไม่ได้ขี้หลงขี้ลืมอะไร เขาสมมุติว่าอย่างนี้ตามสากล โดยเฉพาะคนไทยก็ตามได้ ดอกนี้เกิดขึ้นในราชธานีอโศก ต้นอยู่ใกล้ๆนี่เอง มันทิ้งใบหมดเลย มีแต่ดอกเต็มไปหมด เก็บมาเต็มโต๊ะเลย มีหลายที่ด้วย ดูมันก็งาม มันก็ทำให้ดูสว่างไสว ตามสมมุติโลกเขาว่างดงาม เราก็งดงามไป เราปลูกหอมหัวใหญ่ ใหญ่ เทียบกับหน้าอาตมาเล็กเมื่อไหร่ ขาวใส ผ่อง เขาขมวดใบมันเอาไว้ยาวเกือบเมตร หอมหัวใหญ่เราก็ปลูก เอาไว้เป็นอาหาร ดอกสุพรรณิการ์เราก็ตามโลกเขาไป เราก็ไม่ได้เน้นถูกมากอะไรก็มีพอสมควร มีดอกสุพรรณิการ์มี ดอกทองอุไร ที่เรามาตั้งชื่อใหม่ว่า เหลืองไม่หยุด เหลืองไปเต็มมันก็ดู ชาวโลกเขาเห็นว่าอย่างนี้มันงาม เราก็มาทำสิ่งที่งามตามโลก เราไม่ได้ไปขัดแย้งอะไรกับโลกเขาเลย นี่ เราก็ปลูกในที่นี้มันก็สวยงาม ก็อาศัยกิน อาศัยแจก อาศัยเผื่อแผ่ไปเป็นประโยชน์เป็นอาหาร หมากผักไซเจ๊ก ภาษาอีสาน ภาษาไทยคือ มะระจีน ส่วนมะระลูกเล็กๆนั้นเรียกว่ามะระขี้นก เนื้อมันไม่มากเหมือนมะระจีน ตามประวัติเดิมของอาตมา เย็นเมื่อส่งหนังสือพิมพ์เสร็จไปที่ร้านไม่ต้องสั่งเลย มะระสดแกงจืดกับเครื่องในไก่ ข้าว 1 ชาม พริกหอมมะนาว 1 ถ้วย เท่านั้นแหละ ซัดข้าว 2 ชาม 3 ชามไป กับต้มมะระแกงจืดกับเครื่องในไก่ ที่ร้านราชวัตร อาตมาเดินเข้าไป กุ๊กเขาเห็นไม่ต้องสั่งหรอก เขาก็ทำมาให้เลยกินอยู่เป็นนานหลายปี ทำงานเลี้ยงชีพ อาตมาถีบจักรยานส่งหนังสือพิมพ์ เย็นเสร็จก็แวะไปกินข้าว ที่ราชวัตร นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ สู่แดนธรรม... รุ่นของพวกอาหลงผิดกันไปบ้าง ไปหลงอิทธิปาฏิหาริย์ต้องมีการทำได้แบบเหนือคนทั่วไปที่ยากจะทำกันได้ง่ายๆ แต่พระพุทธเจ้าตร้สว่าสิ่งนั้นไม่ใช่คำสอนของพระพุทธองค์ พระพุทธองค์ยกย่องคำสอนที่ทำให้คนปฏิบัติได้ตาม เป็นปาฏิหาริย์ที่คนทั่วไปสามารถทำกันได้ พ่อครูว่า... คนจนที่สุขสำราญเบิกบานใจหรือคนจนที่อุดมสมบูรณ์ คนจนที่เผื่อแผ่แจกจ่ายเจือจานผู้อื่น คนจนที่ไม่เป็นหนี้ แต่ได้เป็นเจ้าหนี้แต่ไม่ได้ยึดถือว่าเราเป็นเจ้าหนี้เขา นี่แหละคือคนจนมหัศจรรย์ ชาวอโศกนี่แหละเป็นคนจนมหัศจรรย์ มหัศจรรย์แม้แต่ดอกสุพรรณิการ์ก็ดอกใหญ่งามจริงๆเลย แล้วมากมาย ไม่ได้ปลูกแต่มันก็เกิดตามประสา หักไปเสียบบ้าง มันก็เกิดก็มี แม้แต่มะระจีน ดูสิ ลูกหนึ่งแกงได้ 2 หม้อ หม้อเล็กๆนะ เคยพูดว่ามันประชดหรือยังไงปลูกอะไรก็งดงามก็ใหญ่ ต่างๆนานาพวกนี้ สู่แดนธรรม... มันเป็นเพราะพวกเราชาวอโศกเป็นคนจนอย่างมหัศจรรย์ มีความรักในดิน ก็เลยบำรุงดินมาตั้งแต่แรก พ่อครูว่า... มันเป็นความพยายามที่เรารู้เหตุแล้วก็จะสร้างเหตุให้มันดี สร้างเหตุคือ สั่งดินให้มันดีสร้างเหตุปัจจัยที่จะเกิดพืชพันธุ์ธัญญาหารดี แล้วก็ลงทุนทำเหตุผลมันก็เกิดอย่างที่มันเป็น สู่แดนธรรม... เราซื้อที่ดินแพงเลยก็ต้องทำให้มันคุ้ม พ่อครูว่า... ด้วย มาพยายามเข้าไปลึกๆ พูดกันอธิบายให้เข้าถึงลึกๆ เป็นคนจนมหัศจรรย์ มาเป็นคนจนไม่ใช่เรื่องไม่ได้เรื่อง ไม่ใช่เรื่องตกต่ำ ไม่ใช่เรื่องเสื่อมทรามอะไรเลย มันเป็นเรื่องประเสริฐจริงๆ แล้วเราก็ยินดีที่จะมาเป็นคนจน ใครยังจนไม่ลงก็ตัวใครตัวมัน ยังยักไว้ ยังสะสม ยังมีอะไรต่ออะไรอยู่ไม่กล้าจนอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะอยู่ในนี้มีส่วนกลาง มีสาธารณโภคีที่จะ ถ้าเราไม่เป็นคนต้องการมาก มักมาก อยู่กับส่วนกลางที่มีตามที่เขาให้ ถ้าเราไม่เป็นหมาหัวเน่าจริงๆ มันก็อยู่ได้สบาย ก็พออยู่พอกินเลี้ยงชีพอะไรไปสบาย สังคมคนชนิดนี้เป็นสังคมคนที่มหัศจรรย์ที่สุด ที่คนเข้าใจได้ยาก เขาไม่เชื่ออย่างสนิทใจด้วยซ้ำไปว่า พวกเราเป็นสุขสงบ เขาว่าต้องกดข่มต้องฝืนต้องลำบาก ซึ่งเราก็ไม่ได้ฝืนไม่ได้ลำบาก ไม่ต้องกดข่มเลย เรามีอย่างนี้มีอยู่มีกิน มีการพึ่งเกิดพึ่งแก่ พึ่งเจ็บเพิ่งตายกันได้ ชีวิตเป็นญาติธรรม จะเป็นลูกใครหลาน ใครตระกูลไหนก็มาเป็นญาติธรรม เป็นความมหัศจรรย์ก็หนึ่งในความมหัศจรรย์ 8 อย่าง ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ใน ปหาราทสูตร ว่า แม่น้ำสายไหนๆก็มาไหลรวมกันตรงนี้ จะชื่อแม่น้ำอิรวดี แม่น้ำยมุนา แม่น้ำคงคาอะไรไหลมาถึงมหาสมุทรมีแล้ว ชื่อต่างๆหายหมด ตระกูลต่างๆเลิก มาเป็นมหาสมุทรเดียวกันหมดเลย ลบชื่อ ลบตระกูล เพราะฉะนั้นชื่อตระกูลของชาวอโศกจึงชอบคำว่า จน ก็เลยมาตั้งตระกูลจนกันไม่รู้กี่ตระกูลกันเลยชาวอโศกนี้ เข้าใจกันทั้งนั้น เป็นเพียงจิตของคนบางคนยังไม่จนได้สนิท มันจนจนกระทั่งจริงๆเราไม่ต้องมีไม่ต้องสะสมหรอก ก็กินใช้กับส่วนกลางนี่แหละ ป่วยเจ็บก็ส่วนกลางดูแล ไม่รักษาก็ตาย วางใจ ถ้าเราเป็นหมาหัวเน่าเป็นคนที่สังคมไม่ค่อยชอบหน้า คุณก็ตายทรมานหน่อย แต่ถ้าคุณเองไม่ได้เป็นหมาหัวเน่า ก็มีคนดูแลจนวาระสุดท้ายตามที่จะช่วยเหลือเฟือฟายกันได้ จะต้องเสียเงินรักษากันเป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้านอะไร เราก็ช่วยกันไป แต่ละคนแต่ละคนเท่าที่อยู่ในฐานะของเรา ซึ่งเป็นเรื่องมหัศจรรย์มากเลย ว่า คนอย่างนี้อยู่ในโลกทุกวันนี้ มันยังมีโลกสังคมแบบนี้ สังคมที่พึ่งเกิด พึ่งแก่ พึ่งเจ็บ พึ่งตายกันได้ สังคมที่เป็นสาธารณโภคี เป็นสังคมสาราณียธรรม อยู่กันด้วย เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม พูดได้อย่างคล่องได้อย่างสบาย เพราะพระพุทธเจ้าท่านค้นพบ อาตมาพาพวกเรามาปฏิบัติพิสูจน์ได้แล้วก็เป็นได้ มันเลยพูดได้อย่างสบายปาก พูดได้อย่างไม่สะทกสะท้าน ไม่
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive