650909 ไอแบบใจสบาย ไอ...สไตล์พ่อครู__บันทึกปัจฉาพ่อครู โดย ส.แสนดิน.docx

โฟลเดอร์บันทึกปัจฉา จาก ส.แสนดิน
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.77 KB
วันที่แก้ไข27 ตุลาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

🍀 ไอแบบใจสบาย ไอ...สไตล์พ่อครู 💦

เช้านี้ 9 กันยายน 2565 หลังสรงน้ำตอนหกโมงเช้า พ่อครูก็ไอระเบิดเลย ไอเป็นชุด มีเสมหะด้วย ...พ่อครูว่า...มันกะด้อกะเดี้ย(ภาษาอีสาน แปลว่า อะไรกันนักหักหนา, อะไรจะขนาดนั้น,มากมาย , มากเกินไป, ออกหน้าออกตา) คือ มันจะไออะไรกันนักกันหนานั่นเอง

พ่อครูว่า อันนี้ คือ ต้นตอมันยังไม่ได้หั่นออก(หมายถึง กระเปาะที่หลอดลม) มันก็ยังเป็นต้นเหตุของการไอ มันก็เป็นอยู่อย่างนี้แหละ ...เวรานุเวรเอ๋ย ทำไมมาลงที่เรา ทำไมคนอื่นไม่แบ่งไปบ้าง....อ้อ มันกรรม มันแบ่งไม่ได้มันเป็นกรรม กรรมเป็นของๆตน ตนเป็นทายาทของกรรมนั่นเอง...มันกำไว้

พยาบาลถามพ่อครูว่า... ไอประมาณนี้เหนื่อยไหมคะ

พ่อครูตอบว่า...ก็พอสมควร ใช้พลังงาน มองไปอย่างหนึ่งก็คือเป็นการ stimulate(กระตุ้น) ชนิดหนึ่ง มองไปอีกอย่างหนึ่งก็คือการจ่ายพลังงานชนิดหนึ่ง มองเป็นสองนัย แต่เราก็พยายามที่จะให้มัน stimulate

มันจะเอาเราสูญเสีย สลายพลังงาน เราก็จะ stimulate มัน เราจะ Coefficient

ปัจฉาว่า...หากมีประกวดไอชิงแชมป์โลก ไอแล้วยังเทศน์ได้ ไอแล้วอายุยืน พ่อครูยืน 1 แน่ ...................................................... พ่อครูมักมีอารมณ์ขันอยู่เสมอ แม้กับเรื่องการไอ ไอหนักอย่างไร...บางทีท่านก็ว่า ของเราไอ....สไตล์, การไอเป็นการออกกำลังกายชนิดหนึ่ง, ของเขาไอที ของเราไอหลายที เป็นต้น

พระพุทธองค์ตรัสในพระไตรปิฎกเล่มที่ 20 ข้อ 461 "คิลานสูตร" ..."ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนไข้มีปรากฏอยู่ในโลกนี้ 3 จำพวก คือ

1.คนไข้บางคนในโลกนี้ ได้โภชนะ (อาหาร) ที่สบายหรือไม่ได้ก็ตาม ได้เภสัช (ยา)ที่สบายหรือไม่ได้ก็ตาม ได้อุปัฏฐาก (คนดูแลหรือหมอ) ที่สมควรหรือไม่ได้ก็ตาม ย่อมไม่หายจากอาพาธ (เจ็บป่วย) นั้นได้เ

อ่านต่อ

ลย

2.คนไข้บางคนในโลกนี้ ได้โภชนะที่สบายหรือไม่ได้ก็ตาม ได้เภสัชที่สบายหรือไม่ได้ก็ตาม ได้อุปัฏฐานที่สมควรหรือไม่ได้ก็ตาม ย่อมหายจากอาพาธนั้นได้

3.คนไข้บางคนในโลกนี้ ได้โภชนะที่สบายจึงหายจากอาพาธนั้น เมื่อไม่ได้ย่อมไม่หาย ได้เภสัชที่สบายจึงหายจากอาพาธนั้น เมื่อไม่ได้ย่อมไม่หาย ได้อุปัฏฐานที่สมควรจึงหายจากอาพาธนั้น เมื่อไม่ได้ย่อมไม่หาย

............................................. พ่อครูเคยเทศน์ไว้เมื่อ 24 สิงหาคม 2565 ว่า.... “อย่างอาตมานี่ เห็นใจตนเอง คือว่า อยู่กับความพยายาม พยายามอยู่ พยายามทำความอยู่ พยายามมีชีวิตอยู่ ยังไม่ยอมตาย แล้วโรคมันไม่ถึงกับทำให้ตายในทันทีทันใด ก็เป็นวิบาก มีแต่คัน ไอแรง เบาไม่ได้ เบามันไม่หาย อาการนั้น มันไม่หยุด ต้องแรงถึงขีดที่มันต้องหยุดมันถึงจะหยุด เป็นไฟต์บังคับจริงๆเลย แล้วเป็นอะไรมากกว่านั้นมั้ย ก็เหลือแต่ขาดใจก็จบ ไอจนขาดใจก็จบ อาตมาก็รออยู่อย่างนั้น 1.ไอจนขาดใจก็จบ 2.ไม่ไอหรอก แต่นอนหลับไม่ตื่นก็จบ 2 ประตู รอดูว่าจะออกประตูไหน”

............................................. เมื่อคนเราเจ็บป่วยบางโรคอาจหายเองได้ แต่บางโรคต้องอาศัยยาและการรักษาจึงหาย แต่ก็มีโรคบางอย่าง รักษาอย่างไรก็ไม่หายป่วย ทำได้เพียงวางใจ และบรรเทาไปเท่าที่จะทำได้ พ่อครูเป็นตัวอย่างให้พวกเราเห็นว่า...โรคภัยที่เป็น หากวางใจได้ ก็สามารถมีอารมณ์ขันกับมันได้เสมอๆ หมอดังๆรักษาไม่หาย ก็อาศัยหมอขำ ช่วยทำให้ใจเบิกบาน แล้วค่อยบรรเทาอาการไปตามลำดับ กับทุกข์ที่เลี่ยงไม่ได้นี้

............ ปิดท้ายด้วยโศลกธรรมของพ่อครูสมณะโพธิรักษ์... “เราควรทำชีวิตของเราให้เบิกบานยิ่งกว่าดอกไม้ ถ้าเราไม่เบิกบาน ก็สู้ดอกไม้ไม่ได้ เราควรทำชีวิต ของเรา ให้มีคุณค่ายิ่งกว่าดอกไม้” 🙏

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน