สื่อธรรมะพ่อครู(แสงอรุณทั้ง 7) ตอน รุ่งอรุณแห่งโลกุตระ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.15 KB
วันที่แก้ไข25 มิถุนายน 2563

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(แสงอรุณทั้ง 7) ตอน รุ่งอรุณแห่งโลกุตระ _กลับสู่ทางเกวียนสายเก่า ….สมัยสุโขทัยพ่อขุนได้ตรัสไว้ว่า ”เมืองสุโขทัยนี้ดี ในน้ำมีปลา ในนามีข้าวใครใคร่ค้าช้างค้า ใครใครค้าม้าค้า พ่อกูบ่เอาจะกอบ” นั้นคืออดีตที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของกรุงสุโขทัยนับถึงปัจจุบันเกือบ 1000 ปีมาแล้ว ทำไมเมืองไทยจึงละทิ้งภูมิปัญญาบรรพชน กลับสู่ทางเกวียนสายเก่าดีมั้ย!ในขณะที่โควิด-19 กำลังสำแดงแสนยานุภาพ ผู้คนขาดแคลนอาหาร ขอบพระคุณครับ เป็นต้น นาประโคน 27 เมษายน 2563 พ่อครูว่า...ขอตอบสรุปว่า โควิดกำลังจัดการให้สังคม เพราะฉะนั้นสังคมชาวอโศกนี้ขอยืนยันว่า ปัจจุบันนี้ เป็นอย่างที่สมัยพ่อขุนรามคำแหง ยุคสุโขทัยเป็นแล้ว และขอยืนยันอีกว่า เป็นไปเกินกว่าที่พ่อขุนรามทำได้ในยุคนั้นด้วย เพราะว่าเกิดสาธารณโภคี พ่อขุนรามก็ยังทำสาธารณโภคีไม่ได้ ยังกระจัดกระจายอยู่อย่างนั้น ปล่อยเป็นอิสระเสรีภาพบ้างเท่านั้นเอง ยังจัดให้เป็นเรื่องเป็นราว อธิบายมีองค์ประกอบสมบูรณ์เหมือนในยุคนี้ที่ชาวอโศกก็เป็นไม่ได้ สมัยพ่อขุนรามก็ยังสู้อโศกเป็นอยู่ไม่ได้ พูดไปแล้วเหมือนหลงตัวว่าชาวอโศกประเสริฐเลิศเลอ ขอยืนยันอีกที แต่ขออภัย ไม่มีอะไรสูงกว่าสาธารณโภคีอีกแล้วไม่ว่าจะเป็นรัฐกิจหรือการเมืองหรือสังคม การเมืองก็บริหารโดยไม่ต้องบริหาร เศรษฐกิจก็ทุกคนสบาย กินอยู่กับกองกลาง เสียภาษี 100% อาศัยกินใช้อยู่ในกองกลาง แล้วจิตใจมักน้อยกินไม่มากใช้ไม่มาก มีพลังสร้างสรรค์ มีอปจยะ วริยารัมภะ วรรณะ 9 ครบ สมบูรณ์แบบจริงๆในอนาคตเขาจะได้รู้ความจริงนี้จากชาวอโศก ก็ขอกำชับชาวอโศก ว่า เราได้ความประเสริฐแล้ว และผู้ที่ได้แล้วยังมีไม่พอก็พยายามพากเพียร ไม่ต้องใจร้อนพากเพียรปฏิบัติไปให้ดีๆ ให้เหมาะควรแก่ตัวเองเหมาะสมแก่ฐานะตัวเอง ให้เจริญๆไ

อ่านต่อ

ปเถอะ ยังจะมีความดีที่ประเสริฐกว่านี้ไปอีก เพราะอะไร เพราะว่าผู้ที่เจริญอย่างพวกเรา มันเจริญ 2 ขั้ว คือเจริญทั้ง เจโตและปัญญา เจโต คือจิตเราเป็นได้แล้ว ปัญญาคือความฉลาดรอบรู้ และเป็นความฉลาดรอบรู้ที่เกิดจากการเจริญมีบัญญัติทฤษฎีมีความเห็นความรู้นำทางไปข้างหน้าด้วย เรามาปฏิบัติตามความรู้ที่นำทางมามีปัญญานำปฏิบัติตามให้เกิดจริงเป็นจริงได้ มีปัญญานำไปอีกแล้วเกิดจริงได้ มันจึงสูงที่สุดไปเรื่อยๆจนถึงพระอรหันต์ แล้วยังมีโพธิสัตว์ระดับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ไปอีก มันจะเจริญจริงๆไม่ใช่ว่าอาตมาพูดเล่น เป็นหลักสูตรวิชาการของพระพุทธเจ้าที่แท้จริงเลย จะเป็นไปได้ เพราะฉะนั้นโอกาสที่มันจะเกิดในยุคโควิดนี้ รูปธรรมเข้าสู่ยุคที่เริ่มเกิดแสงอรุณของโลกุตระ เพราะฉะนั้นแสงอรุณ คนจะตาดีมาเห็นว่าหมู่กลุ่มไหนหนอ เป็นหมู่กลุ่มโลกุตระ ประเสริฐแล้วเข้าแกน อย่างชาวอโศก คนตาดีจะค่อยๆเห็นมวลมิตรดีสหายดีนั้น เมื่อเขาเห็นแล้ว เขาจะเกิดฉันทะเป็นมูล มีความยินดีเป็นรากต้น เค้าต้นว่าอย่างนี้หรืออันนี้หรือ เขาจะตาโต จะรู้สึก ต้องพยายามแล้ว เพราะฉะนั้นเขาจะเข้ามาสู่หมู่กลุ่มนี้ เมื่อเข้ามาเป็นมิตรสหายดีในนี้ แม้จะอยู่ห่างไกล ยุคนี้ Globalization ตัวเขาเองมาไม่ได้แต่ก็จะมีสื่อสาร social Media เข้ามาติดต่อประสานไปเรื่อยๆ จึงจะเริ่มต้นด้วยการมีศีล เริ่มต้นด้วยหลักเกณฑ์คือศีล มีองค์ประกอบอย่างนี้ มันถึงทำให้เกิดจิตอย่างนี้ขึ้นมา และศีลหรือวิชาการ ทฤษฎีของพระพุทธเจ้านี้มีไปเพื่ออะไร เพื่อจุดสำคัญจะต้องละอัตตา มีความเข้าใจว่า อัตตาเป็นอย่างไร สภาวะปรมัตถ์ของอัตตา เริ่มตั้งแต่สักกาย อัตตากับกาย เป็นพยัญชนะสองคำที่สิริมหามายา ก็คือตัวตนทั้งนั้น ก็จะเริ่มต้นรู้จึงเป็นผู้ที่เริ่มต้นพ้นสักกายทิฏฐิ ตัวแรก เมื่อเริ่มต้นรู้อัตตา สักกายทิฏฐิ จะเป็นผู้ที่ไม่ประมาทในการฟังธรรม เมื่อไม่ประมาทจะเรียนรู้ให้ลึกซึ้งเข้าไป จนสามารถทำใจในใจเป็น เป็นสุริยเปยยาลข้อที่ 7 หากคนเข้าไม่ถึงโยนิโสมนสิการทำใจในใจไม่ถูกต้องไม่สมบูรณ์แบบ เก้ๆกังๆ สับสนเละเทะอยู่อย่างนั้น คำว่าทำใจในใจคำนี้จึงยิ่งใหญ่ แต่ทุกวันนี้แปลกันไปว่าเป็นการพิจารณา แต่ก็ไม่เข้าถึงจิต ไม่ได้ไปแก้ไขจัดการจิตเลย มีแต่การรู้ๆๆรู้รอบโลกรู้มากมายมหาศาลอย่างที่ผู้รู้ทุกวันนี้จบด็อกเตอร์ มหาด็อกเตอร์ โพสต์ด็อกเตอร์ก็แล้วแต่ แต่รู้จนเฟ้อ แต่ไม่เข้าไปถึงสภาวะไม่ถึงปรมัตถ์ จับจิตจริงไม่ได้อ่านอัตตาอ่านกายไม่สำเร็จ เพราะฉะนั้นพ้นสักกายทิฏฐิข้อแรกสังโยชน์ต้นไม่ง่าย แต่เป็นเรื่องจริงที่ศึกษาให้ดี 630427_รายการเอื้อไออุ่นออนไลน์(สำมะปี๋ซี่วิต) ครั้งที่ 1 สันติอโศก ปฐมอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน