580417 รายงานตลาดน้ำอาริยะคืนชีวิตแม่มูน ปี ๒๕๕๘ (1).doc.docx

โฟลเดอร์ปี๒๕๕๘
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์34 KB
วันที่แก้ไข25 มกราคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

รายงานตลาดน้ำอาริยะคืนชีวิตแม่มูน ปี ๒๕๕๘ (งานสงกรานต์ท่องเที่ยววิถีเมืองอุบล ยลตลาดน้ำอาริยะ) งานตลาดน้ำอาริยะคืนชีวิตแม่มูน ปี ๒๕๕๘ ครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ ๓๖ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๓-๑๕ เมษายน ๒๕๕๘ ณ ฝั่งแม่น้ำมูนบ้านราชฯ และฝั่งแม่น้ำมูนอ.เมือง จ.อุบลราชธานี โดยได้รับความร่วมมือระหว่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัด อุบลราชธานี (อบจ.) และสำนักงานขนส่งทางน้ำที่ ๗ สาขาจ.อุบลราชธานี หรือที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า “กรมเจ้าท่า” ร่วมกับ หมู่บ้านชุมชนราชธานีอโศก จัดงานตลาดน้ำอาริยะคืนชีวิตแม่มูนขึ้น โดยทางอบจ.ตั้งชื่องานที่ฝั่งเมืองว่า "งานสงกรานต์ท่องเที่ยววิถีเมืองอุบล ยลตลาดน้ำอาริยะ " โดยจัดตั้งแต่วันที่ ๑๒-๑๘ เมษายน ๒๕๕๘ และร่วมกับทางราชธานีอโศกในระหว่างวันที่ ๑๓-๑๕ เมษายน ๒๕๕๘ วันจันทร์ที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๕๘ ตลาดอาริยะคืนชีวิตแม่มูน ปี ๒๕๕๘ ที่ฝั่งบ้านราชฯ _๐๖.๓๐-๐๗.๓๐ น. พ่อครูนำสมณะ-สิกขมาตุ และพระอาคันตุกะ ออกบิณฑบาต เริ่มตั้งแต่หน้าเฮือนโสเหล่ เข้าสู่ถนนตรงกุ่ม แล้วมุ่งลงสู่ริมมูน ระหว่างเส้นทางมีญาติธรรม ใส่บาตรเป็นจำนวนมาก เป็นการเริ่มต้นเทศกาลตลาดน้ำอาริยะสงกรานต์ปีใหม่ไทย เทศกาลแห่งการให้ อันเป็นอัตถิทินนัง คือทานที่มีผลให้ใจลดความโลภ ด้วยพุทธประเพณี บิณฑบาต ที่พ่อครูพาทำ ขณะที่เทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ไทยของทั่วโลก เต็มไปด้วยความสนุกบันเทิงทางโลกีย์ และประเพณีอันเป็นนัตถิทินนัง เป็นทานที่ไม่มีผลในการลดโลภและเป็นประเพณีแบบเทวนิยมไปเกือบหมดแล้ว แต่พ่อครูพาชาวอโศกมาจัดตลาดอาริยะในวันสงกรานต์ปีใหม่ไทย มาทำการทานที่มีผลให้ลดความโลภ ด้วยการขายสินค้าราคาต่ำกว่าทุน เพื่อเกิดประโยชน์แก่ประชาชน ซึ่งเป็นการทวนกระแสโลกีย์อย่างหัวเดินต่างตีนหรือ ๑๘๐ องศาเลยทีเดียว พ่อครูนำหมู่

อ่านต่อ

นักบวช บิณฑบาตถึงลานจอดรถ มีบรรดาประชาชนผู้สนใจยลตลาดน้ำอาริยะ ต่างมาจอดรถอยู่ที่ลานจอดรถจำนวนหนึ่ง ประชาชนอีกจำนวนหนึ่งก็พากันมาเข้าคิวรอให้ตลาดอาริยะเปิดขาย ซึ่งปีนี้จะเปิดขายเริ่มเวลา ๐๘.๐๐ น. _๐๗.๓๐-๐๘.๐๐ น. เริ่มต้นเปิดงานด้วยการเทศนาธรรมจากพ่อครู ที่บนเวทีชาวบ้าน ริมแม่น้ำมูน ....พ่อครูได้ให้โอวาท ...ณ บัดนี้ก็เป็นวาระของงานตลาดอาริยะครั้งที่ ๓๖ เป็นการพาณิชย์ซื้อขาย ถ้าสังคมใดที่มีการซื้อขายอย่างทวนกระแสสังคมปุถุชน ทวนกระแสทุนนิยม ที่เราเรียกว่าบุญนิยม ทวนกระแสอย่างไร คือเป็นการซื้อขายที่ผู้ขาย พยายามขายให้ขาดทุน การค้าขายมีอยู่ ๔ ระดับ ระดับที่ ๑ การค้าขายต่ำกว่าราคาตลาด ระดับที่ ๒ การค้าขายราคาเท่าทุน (อันนี้ไม่มีบุญหรือบาป เจ๊ากันไป) ระดับที่ ๓ การค้าขายราคาต่ำกว่าทุน อันนี้เริ่มเป็นตลาดอาริยะแล้ว เราก็พยายามให้ถูกที่สุด เช่นเราขายอาหาร ที่จริงก็น่าจะแจกฟรี แต่เราขายจานละบาท เอาแค่บาทเดียวก็ต่ำสุดแล้ว เพราะเดี๋ยวนี้ตลาดชั้นสูงเขาชามละ ๕๐ บาทแล้ว เราก็เข้าใจการกำหนดหมายว่า การพาณิชย์บุญนิยมมี ๔ ระดับ เราจะทำระดับ ๓ ต่ำกว่าราคาทุนได้เท่าไหร่ก็คือตลาดอาริยะ ใครราคาต่ำได้มากที่สุดเท่าไหร่ก็คือเจตนารมย์การสร้างตลาดอาริยะ เช่นว่าเราขายตลาดอาริยะ จบงาน ไม่เอากลับบ้านก็แจกเลยได้ สุดท้ายหากขายไม่หมด ก็เป็นการแจกไม่ใช่การค้าขาย นี่คือแนวคิดบุญนิยม ระดับที่ ๔ การแจกฟรี อันนี้เป็นบุญนิยมระดับสูงสุด ตลาดเราเปิดมา ๓๖ ปี ถ้าเราทำตลาดอาริยะได้จริง ราคาตลาดจะลดซับซ้อนลงไปอีกหลายชั้น จะได้มากเท่าใดก็อยู่ที่ส่วนรวมของตลาดโลก ตลาดสังคมจะทำราคาลดได้เฉลี่ยเท่าไหร่ ถ้าราคาตลาดกลางลดได้เท่าไหร่นั้นคือความสำเร็จของพาณิชย์บุญนิยม การค้าแบบทุนนิยมที่มุ่งแสวงหาแต่กำไรใส่ตัวด้วยการเอาเปรียบ สิ่งเหล่านี้ถ้าคนไม่เห็นไม่เข้าใจไม่รู้โทษภัย แล้วโลภเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัวก็ไม่หยุด แต่ผู้มีน้ำใจเข้าใจก็พยายามมาลดกิเลสตนเองแล้วพยายามมาใช้วิธีพระพุทธเจ้าหรือในหลวงของเรา มาทำแบบเศรษฐกิจพอเพียงหรือแบบคนจน หรือ Our loss is Our gain ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา เราสามารถขาดทุนได้นี่แหละคือกำไรของเรา เราเสียนี่แหละเราได้ ไม่ใช่เรื่องหลอกลวงเหลวไหล แต่เป็นกุศลวิบากแท้จริง เป็นอาริยทรัพย์เป็นปรมัตถธรรม ผู้เห็นจริงจะมาปฏิบัติตาม ผู้ไม่เห็นก็ไม่มา เขาเข้าใจไม่ได้ก็แล้วไปผู้เห็นจริงก็มาช่วยกันทำ เราทำแล้วเราพึ่งตนอยู่ได้ เราทำตลาดอาริยะเรามีแนวคิดเช่นนี้ ปีนี้ปีที่ ๓๖ ปีนี้เราได้รับความร่วมมือจากจังหวัด เขาทำป้ายโฆษณาให้เลย ปีนี้อบอุ่นใจมาก ในระดับ อบจ. จังหวัดจัดให้เลย เป็นนิมิตหมายที่ดีของประเทศชาติ เป็นนิมิตวิเศษย่ิง อาตมาก็สรุปว่า…ผู้มางานนี้อาตมาได้ยินเสียงรถมาตั้งแต่ตีสี่ ตีห้า ปีนี้เราจัดที่จอดรถไว้เยอะ ยินดีต้อนรับเต็มที่เลย จะมาจากจังหวัดไหนก็เชิญ ยินดีต้อนรับทุกคน ก็พยายามดูใจตน แม้เราจะมาซื้อของถูกก็พยายามดูใจตนเอง ว่าอย่าให้โลภมาก ให้เผื่อแผ่แก่คนอื่น มีใจกว้างไปตามลำดับ อาตมาเห็นชัดเจนว่าพวกเราอดทน รอคอยให้ได้สิ่งที่เราประสงค์ก็ควรจะเอาจะทำ ไม่มีของมอมเมาเป็นพิษ มีสิ่งที่มีคุณค่าประโยชน์เผื่อแผ่กัน โดยเฉพาะอาหาร เราทำอย่างดี มีความปลอดภัยมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ปีนี้เราได้รับความร่วมมือจากทางจังหวัดให้ไปจัดตลาดร่วมด้วยที่ฝั่งเมืองก็ขอขอบคุณอย่างยิ่ง ณ บัดนี้เวลา ๐๘.๐๐ น.เป็นเวลาเปิดตลาดอาริยะได้ ณ บัดนี้ _๐๘.๐๐ น. เปิดตลาดอาริยะ _เมื่อพ่อครูได้ให้สัญญาเปิดงานตลาดอาริยะริมฝั่งมูน ณ ราชธานีอโศก บรรดาพ่อให้แม่ให้ก็ได้เปิดร้านให้ประชาชนได้ไปเลือกซื้อหาสิ้นค้าราคาต่ำกว่าทุน... บรรดาประชาชนก็เริ่มทยอยกันเข้ามาชมและซื้อสินค้าอย่างไม่ขาดสาย เพียงไม่นานพื้นที่ตลาดอาริยะริมมูน ที่ในช่วงเช้ามีพื้นที่ว่างอยู่มาก ก็คับคั่งไปด้วยคลื่นมหาชน ที่ไหลเข้ามา หนุนเนื่องเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย _ปีนี้เรามีสถานที่จอดรถ เพ่ิมขึ้นอีก อยู่บริเวณลานกราบสมเด็จปูวิชิตอวิชชาในอนาคต มีเนื้อที่เกือบ ๑๐๐ ไร่ เพียงพอสำหรับรองรับคลื่นมหาชนที่จะมารับบริการ สินค้าดี ราคาต่ำกว่าทุน จากตลาดอาริยะ และลานจอดรถอยู่ใกล้กลับตลาดน้ำอาริยะริมมูนอีกด้วย แต่กระนั้นในเวลาเพียงไม่นาน ภายในช่วงเช้าหลังจากเปิดตลาดอาริยะ ลานจอดรถก็แน่นไปด้วยรถราหลากหลายชนิด ทั้งรถกระบะ รถหกล้อ และรถยนต์ส่วนตัวอื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก การจราจรติดขัด ต้องค่อยๆเคลื่อนเข้าสู่บ้านราชฯ ซึ่งปีนี้ ฝ่ายจราจรที่รับผิดชอบการจอดรถ ก็วางแผนให้รถเข้าออกได้ทางเดียว หมุนเวียนไป เป็นการแก้ไขปัญหาจราจรติดขัด ไม่น่าเชื่อว่าจะมีจำนวนรถที่หลั่งไหลเข้ามา ทำให้รถที่ถนนตรงมูลติดได้ แต่ก็เพียงระยะเวลาไม่นานก็เคลื่อนไปได้อย่างช้าๆ _ที่ตลาดอาหาร มีการขายอาหารจานละ ๑ บาท ตั้งแต่ ๐๖.๐๐-๑๖.๐๐ น. ล้วนแต่เป็นอาหารมังสวิรัติ อาหารที่เป็นกุศลไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์ทั้งสิ้น เช่น ผัดหมี่โคราช, ผัดซีอิ๊ว, ก๋วยเตี๋ยวมังสวิรัติทั้งก๋วยเตี๋ยน้ำและก๋วยเตี๋ยวหลอด,ขนมจีน-น้ำเงี้ยว,ข้าวราดแกงเป็นต้น เป็นอาหารมังสวิรัติอาหารแห่งเมตตาธรรม เพียงจานหรือถ้วยละบาทเดียว , นอกจากนั้นยังมีของหวาน มมีข้าวโพดคั่ว,และอาหารอื่นๆอีกมากมาย ... ตลาดอาหารเปิดให้รับประทานกันตั้งแต่ก่อนเปิดตลาดอาริยะ ๑ วัน ประชาชนที่มาชมงานก่อนเปิดตลาดมาขอซื้ออาหารกิน พ่อค้าแม่ค้าบอกว่าไม่ขายให้ แต่ให้กินฟรีเลย ...แต่พอเปิดตลาดอาริยะแล้ว บอกว่าไม่ให้ฟรี แต่ขายจานละ ๑ บาท _ผักบุ้งไร้สารพิษ ตัดสดๆจากแปลงเลย "คนซื้อผักบุ้งไร้สารพิษ กำละ ๑ บาท ได้ถอนผักสดๆจากแปลงเอง" มั่นใจได้ว่าสดสะอาดจริง ...กำละ ๑ บาทเท่านั้น _สินค้าลดราคา ร้านค้าส่วนกลางลดราคาจากต้นทุน ๑๐-๑๕% ส่วนร้านค้าส่วนเอกชนที่มาร่วมจะต้องลดราคาอย่างน้อย ๒๐% ปีนี้รวมกำไรอาริยะประมาณ ๔ ล้านบาท _ผลิตภัณฑ์ชุมชนชาวอโศกทำเองแล้วมาขายในราคาต่ำกว่าทุน ประชาชนนิยมชมชอบเพราะเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน _ของขายดีอีกชนิดคือ หมอนจากสวนส่างฝัน สินค้าเรามีหลากลาย เช่น น้ำมันพืช น้ำตาลทราย กระติบข้าวเหนียว กระด้ง หม้อ ซึ้ง เครื่องครัว เครื่องเขียน กระติบข้าวเหนียว,กระด้ง,เสื่อ,เสื้อผ้ามือหนึ่งและมือสอง, น้ำยาซักผ้า-ล้างจาน,เครื่องมือการเกษตร และร้านขายเครื่องใช้เซรามิก เช่นถ้วยชามตราไก่ จากจ.ลำปาง ขายดีร้านแทบแตกร้านแทบแตก ประชาชนแห่กันมาซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น ครกกับสากก็มี เตาอั้งโล่หลากหลายขนาดมีให้บริการเป็นของจำเป็นประจำครัวชาวบ้าน แม้แต่ไม้กวาด ทั้งไม้กวาดทางมะพร้าวและไม้กวาดอื่นๆ แม้กระทั่งจานดาวเทียมพร้อมกล่องรับสัญญาณก็มีให้ซื้อหา ,ทั้งยังมี ผลิตภัณฑ์จากพลาสติก ชนิดต่างๆเช่นกระติกน้ำแข็ง ลังพลาสติก เป็นต้น สาธยายกันไม่หมดเลยทีเดียว _ที่เวทีชาวบ้าน.. มีการจัดการขายสินค้าในราคาบาทเดียว แต่ว่าผู้จะซื้อได้ต้องเข้ารวมสนุก ร้องรำไปกับพิธีกรและนักดนตรีวงฆราวาสบนเวทีไปด้วย แล้วจะมีสิทธิ์ซื้อสินค้าต่อชิ้นในราคาบาทเดียว... นอกจากการขายสินค้าบาทเดียวแล้ว ก็ยังมี การแสดงชุดต่างๆจากญาติธรรมและศิลปินต่างๆ เช่น _การแสดงชุด วัฒนธรรมรวมใจชาติไทยให้พัฒนา การแสดงวงบ้านนาฏศิลป์ อันเป็นศิลปวัฒนธรรมไทย จากคณะของครูโย ที่นำนักเรียนจากหลายโรงเรียน มาแสดง ร้องและรำไทยให้ชมกัน เพ่ิมสีสันให้กับเวทีชาวบ้านริมมูน ถูกอกถูกใจท่านผู้ชมโดยเฉพาะท่านผู้อายุยาวเป็นอย่างมาก _การแสดงรำไทย ชุด แตกต่างแต่สามัคคี โดย คณะญาติธรรม _การแสดงประกอบเพลงของพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ จากญาติธรรมกลุ่มวังสีเมฆ และการแสดงอื่นๆอีกมากมาย _ที่โรงปุ๋ยพลังชีวิต มีการขายปุ๋ยอินทรีย์ตรางอกงาม ในราคาพิเศษ ปกติราคา ๒๓๐ บาท แต่งานนี้ลดเหลือกระสอบละ ๑๘๐ บาท โดยประชาชนต้องนำบัตรประชาชนมาใช้เป็นหลักฐานในการซื้อขาย และจำกัดจำนวน ๑ คนซื้อได้ไม่เกิน ๔๐ กระสอบ(๒ตัน) เป็นการคืนความสุขให้ชาวกสิกรอย่างแท้จริง งานนี้ทางโรงปุ๋ยต้องประกาศขอแรงงานคนไปช่วยขึ้นปุ๋ญ เพราะว่า คนมาต่อคิวซื้อปุ๋ยกันยาวเหยียด แทบไม่มีเวลาพักว่างของพนักงานขึ้นปุ๋ยเลยทีเดียว ทั้งสมณะ สิกขมาตุ ญาติธรรมและเด็กนักเรียนก็ต่างร่วมแรงร่วมใจกันไปขึ้นปุ๋ยจนทันกับคนมาซื้อได้ในที่สุด _ตลาดอาหาร จานละ ๑ บาท วันนี้ ขายไปสี่หมื่นกว่าจาน ... _ชาวประชาชนมีพัฒนาการเพ่ิมขึ้นจากปีก่อนๆ นำรถเข็นมาเข็นของไปด้วย นับเป็นพัฒนาการช่วยทุ่นแรงได้ดี เนื่องจากสถานที่ขายของกับสถาที่จอดรถมีระยะทางไกลพอสมควร ประชาชนมีประสพการณ์จากปีก่อนๆจึงได้คิดวิธีการใหม่ๆขึ้น วันจันทร์ที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๕๘ ตลาดอาริยะคืนชีวิตแม่มูน ปี ๒๕๕๘ ที่ฝั่งเมือง _วันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๕๘ เวลา ๑๔.๑๐ น. พ่อครูพร้อมคณะปัจฉาฯและญาติธรรมบางส่วน ได้โดยสารไปกับเรือ "ชราชล" จากฝั่งบ้านราชฯมุ่งสู่ฝั่งอ.เมืองจ.อุบลราชธานี โดยพ่อครูเดินทางไปขึ้นเรือ "ชราชล" ที่วันนี้ มีนายกระทกรก ลูกของคุณกล้าทนมาเป็นกัปตันเรือ คอยควบคุมพวงมาลัยเรือให้สู่จุดหมาย และมีคุณกล้าทนที่เป็นพ่อมาคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ที่ท่าเรือบ้านราชฯ ตรงตลาดอาริยะ มีเรือฉลาดใช้ เรือไฉไลสันติ และเรือท้องแบนหลายลำคอยรับส่งผู้โดยสารระหว่างฝั่งเมืองและฝั่งบ้านราชฯเป็นระยะไม่ขาดสาย ระหว่างการเดินทางทางน้ำไปสู่ฝั่งเมือง ก็สวนทางกับเรือท้องแบนที่นำประชาชนจากฝั่งเมืองมายลฝั่งบ้านราชฯเป็นระยะๆ ทำให้สายน้ำมูนดูมีชีวิตชีวาคึกคักขึ้นมาทันที เป็นการคืนชีวิตให้แม่มูนได้อีกครั้งหนึ่ง พ่อครูใช้เวลาเดินทางประมาณ ๓๐ นาที ก็ถึงท่าฝั่งเมือง มองเห็นมีการประดับธงทิวปลิวไสว จากหน้าวัดหลวง ไปจนถึงหน้าตลาดใหญ่เลยทีเดียว ดูแล้วพื้นที่จัดงานปีนี้มากว่าปี ๒๕๕๖ หลายเท่ จากนั้นเรือก็ได้เทียบท่าฝั่งเมือง พ่อครูจึงได้เดินขึ้นไปชมบนเรือเอี้ยมจุ๊น ทั้ง ๗ ลำ(ชื่อเรือ พกข่วมโอฆะ_ชนะมาร_ย่านซัว_คัวงาน_สานธรรม_กรรมแก้ว_แล่วดี) ของบ้านราชฯที่ตอนนี้ถูกปรับให้เป็นเรือขายสินค้าในราคาตลาดอาริยะ โดยนำเรือทั้ง ๗ ลำผูกต่อกันให้ประชาชนได้ขึ้นมาซื้อสินค้าบนเรือ แล้วมีแพใหญ่ให้คนได้ต่อขึ้นไปบนฝั่งได้อย่างเรียบร้อย พ่อครูเดินขึ้นท่าฝั่งเมือง ไปดูร้านสินค้าตลาดอาริยะบางส่วนที่อยู่บนฝั่งมูน เช่นร้านกลุ่มศิษย์เก่าแร้งขาว, ร้านขายจานดาวเทียม, ร้านยาสมุนไพรปฐมอโศก, ร้านขายเตาอั้งโล่,ร้านขายกล้าไม้,ร้านขายเครื่องเขียน,ร้านขายถ้วยชามเซรามิก ตราไก่จากลำปางก็มา, ร้านขายอาหารมังสวิรัติ จานละ ๑ บาท, และร้านอื่นๆอีก ซึ่งมีลูกค้ามานั่งรอเพื่อซื้อสินค้า ตามกำหนดเวลาเปิดงาน ในเวลา ๑๕.๐๐ น. ของวันนี้ บางคนก็ซื้ออาหารจานละ ๑ บาทมานั่งรับประทานอย่างสบายใจ พ่อครูเดินไปดูบริเวณงานหน้าวัดใหญ่ และได้เดินเข้าไปดูภายในวัดใหญ่ ซึ่งในวันที่ ๑๘ จะมีงานใหญ่ประจำปีของวัด มีการจัดแสดงปราสาทจำลองทั้ง ๑๒ ราศี และมีรูปปั้นไฟเบอร์กลาสพญานาคอยู่หน้าวัด พ่อครูเดินดูเด็กๆที่ฝั่งเมือง เล่นสไลเดอร์น้ำ ที่คณะผู้จัดงานของอบจ.อุบลฯคิดขึ้นมาให้เด็กๆได้เล่นน้ำ โดยอาศัยพื้นที่ลาดเอียง เอาผ้ายางมาปูเป็นร่องแล้วให้เด็กๆไถลตัวลงมาสู่อ่างน้ำข้างล่าง ปรากฏว่าเป็นที่นิยมของเด็กๆย่ิงนัก มีผู้ปกครองพาเด็กๆมาเล่นสไลเดอร์เป็นจำนวนมาก ส่วนทางผู้จัดงานตลาดอาริยะของชาวอโศก ตอนลงข้าวของ ก็เลยคิดวิธีลงของแบบ สไลเดอร์อาริยะ คือเอาซาแลน ทำเป็นสไลด์เดอร์ให้กล่องสินค้าไหลลงจากฝั่งสู่เรือเป็นการประหยัดเวลาและพลังงาน เรียกว่า สไลเดอร์อาริยะ เป็นนวัตกรรมที่ใช้ได้ดีเลยทีเดียว _ในเวลา ๑๕.๐๐ น. คุณมั่นแม่น กะการดี ก็ได้ประกาศบนเวที ให้มีการขายสินค้าตลาดอาริยะที่ฝั่งเมืองได้ เป็นการให้สัญญาณว่าการขายของเริ่มแล้ว เป็นการเปิดการขายที่เรียบง่ายมาก _๑๘.๐๐ น. ขบวนกลองยาว ของนายก อบจ.จังหวัดอุบลราชธานี คุณพรชัย โควสุรัตน์ นำสู่ บริเวณจัดงาน สืบสานประเพณีไทยท่องเที่ยววิถีชีวิตชาวอุบล ยลตลาดน้ำอาริยะ ก่อนจะมีพิธีเปิดงานสืบสานประเพณีไทย สงกรานต์ท่องเที่ยววิถีชาวอุบล ยลตลาดน้ำอาริยะ ที่ฝั่งเมือง ทางอบจ.โดยก่อนหน้าที่จะเปิดงาน ก็มีการทำพิธีสงฆ์ที่วัดหลวงเสร็จแล้วจึงมาเปิดงาน สืบสานประเพณีไทย สงกรานต์ท่องเที่ยววิถีชาวอุบล ยลตลาดน้ำอาริยะ ไว้มีเนื้อหาโดยย่อว่า.. งานสงกรานต์ท่องเที่ยววิถีชาวอุบล ยลตลาดน้ำอาริยะ นี้ จัดระหว่าง วันที่ ๑๒-๑๘ เมษายน ๒๕๕๘ ณ บริเวณท่าน้ำตลาดใหญ่วัดหลวง และบริเวณริมฝั่งแม่น้ำมูน โดยมีวัตถุประสงค์คือ ๑.เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ซึ่งถือว่าเป็นปีใหม่ไทย ให้คงอยู่สืบไป ๒.เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรม อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อนุรักษ์วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวอุบลฯ ๓. เพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชุมชนริมฝั่งแม่น้ำมูน ซึ่งมีวิถีชีวิตชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง ย้อนยุคไปในอดีต จากนั้น นายกฯอบจ.คุณพรชัย โควสุรัตน์ ได้กล่าวเปิดงาน โดยได้กล่าวถึงท่าน้ำวัดหลวงนี้เป็นท่าที่เจ้าคำผง(อดีตเจ้าเมืองผู้ก่อตั้งเมืองอุบลราชธานี) มาขึ้นเทีียบท่าน้ำอยู่ที่ท่าเสด็จ ซึ่งก็น่าจะเป็นที่ท่าวัดหลวงนี้ แต่ก่อนไม่มีถนนหนทางสะดวก การเดินทางนั้นใช้การเดินทางทางเรือ การค้าขายผ่านแม่น้ำมูนเป็นหลัก แม่น้ำมูนจึงเป็นเหมือนเส้นเลือดใหญ่ของชาวอุบลฯและทางอีสานตอนใต้ แม่น้ำมูน มีแม่น้ำสาขาคือแม่น้ำชี เซบก เซบาย โดมใหญ่ โดมน้อย ไหลมารวมกันเป็นสายเลือดของคนอุบลฯ แต่บัดนี้สายเลือดของคนอุบลฯ คนรุ่นหลังหากไม่เล่าความเก่าก็ไม่อาจรู้ได้ วันนี้ก็เลยมาคุยกันเรื่องฟื้นฟูเมืองเก่า มาฟื้นฟูตลาดน้ำเมืองอุบลฯ ก็มาชวนชาวราชธานีอโศก ชุมชนชาวท่าตลาดใหญ่ ชาวท่าวัดหลวง ท่าวัดใต้ มาช่วยกันฟื้นฟูวิถีชีวิตเมืองเก่า เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงอารยะ สืบสานประเพณีอันดีงามต่อไป วันนี้ถือเป็นจุดเร่ิมต้น ของการร่วมมือกันระว่าง อบจ. ,กรมเจ้าท่า, และราชธานีอโศก,ภาคประชาชน มาร่วมกันเพื่อสร้างสรรสิ่งดีงามให้กับประชาชน โดยน้อมนำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้ จากนั้นประธานในพิธี คือ คุณพรชัย โควสุรัตน์ ก็ได้ตีกลองสะบัดชัย เป็นการเปิดงานสืบสานประเพณีไ่ทย สงกรานต์ท่องเที่ยววิถีชีวิตชาวอุบล ยลตลาดน้ำอาริยะ อย่างเป็นทางการของฝั่งเมือง อุบลฯ ต่อมาตัวแทนชาวอโศกคือ คุณธำรงค์ แสงสุริยจันทร์ ก็ได้ขึ้นไปกล่าวความรู้สึกบนเวที โดยทางประธานในพิธีและคณะจัดงานหลายฝ่ายได้เดินชมตลาดน้ำอาริยะฝั่งเมือง ซึ่งเริ่มเปิดขายสินค้าราคาตลาดอาริยะคือขายต่ำกว่าทุน โดยวันนี้ยังไม่มีมีสินค้าจากทางอบจ. มาร่วมขายด้วย ประชาชนที่ร่วมพิธีเปิดและร่วมงานก็ต่างหลังไหลกันไปจับจ่ายซื้อหาสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีพ ราคาต่ำกว่าทุนกันอย่างเบิกบาน _บนเวทีกลาง ก็มีการแสดงของ คณะบ้านนาฏศิลป์ของครูโย ซึ่งวันนี้จัดเต็มชุดใหญ่ แสดงศิลปะวัฒนธรรมไทยหลายด้านเลยทีเดียว เป็นที่ชอบใจของคนไทยหัวใจรักวัฒนธรรมไทยอย่างมาก จากนั้นก็มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยของชาวอโศกขึ้นไปร่วมแสดงด้วยหลายชุด เป็นการร่วมกันสืบสานสิ่งดีๆร่วมกัน ขณะที่บนเวทีของชาวกองทัพธรรมก็มี การร้องรำทำเพลงแบบชาวอโศก บอกเล่าสาระดีๆ ผ่านสุนทรียศิลป์ตามประสาชาวเรา มีการขายสินค้าบาทเดียว โดยวงฆราวาสและทีมงาน เป็นที่พออกพอใจของพี่น้องประชาชนที่เร่ิมมาเข้าร่วมบรรยากาศกันอย่างสนุกสนานครื้นเครง มีสาระ วันอังคารที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๕๘ ตลาดอาริยะคืนชีวิตแม่มูน ปี ๒๕๕๘ ที่ฝั่งบ้านราชฯ _วันที่สองของการจัดงานตลาดน้ำอาริยะ ประชาชนค่อยๆทยอยกันมา และไม่มากเหมือนในวันแรก การจราจรที่ลานจอดรถมีความลงตัว อยู่ใกล้ตลาดอาริยะ ไม่เหมือนปีก่อนที่ลานจอดรถอยู่ไกลมาก ทำให้ประชาชนต้องขนของไปไกล และบางทีก็หากันไม่เจอ เพราะอยู่ไกลกันมาก แต่วันนี้ตอนเช้าบรรยากาศเย็นสบาย มีซุ้มแพทย์วิถีธรรม และสำนักพิมพ์กลั่นแก่นมาขายหนังสือและสื่อธรรมะ คนขายบอกว่า หนังสือธรรมะขายดี รวมทั้งหนังสือสุขภาพและหนังสือเกี่ยวกับการเกษตร วันนี้บรรยากาศค่อยเป็นค่อยไป บางคนบอกว่าวานนี้มาแล้ว อยู่ฝั่งมูนฝั่งตรงข้ามก็ได้นั่งเรือมาเยือนตลาดอาริยะ _๐๗.๐๐ น. สมณะ สิกขมาตุออกบิณฑบาต ตามพุทธประเพณีแห่งการให้ ผ่านตลาดอาริยะริมมูน รับกับต้นดอกทานตะวันที่ออกดอก บาน มากขึ้น จนเกือบหมดทั้งแปลง เป็นทัศนียภาพที่งดงามของยามเข้าริมแม่มูน _เวลา ๐๘.๐๐ น. ประชาชนก็มาเข้าคิวรอเปิดร้านอย่างใจจดใจจ่อ บางคนบอกว่าเมื่อวานมาไม่ได้เพราะไม่มีรถมา จึงมาวันนี้ บอกว่าจะมาซื้ออะไร ก็บอกว่าอยากได้หมดทุกอย่าง เท่าที่เงินในกระเป๋ามี บางคนบอกว่าคนอื่นฝากซื้อของด้วย มีคนถามประชาชนที่มาว่า ทำไมมาซื้อของที่นี่ ประชาชนตอบว่า เพราะที่นี่ของถูก ที่อื่นของแพง บางคนหอบลูกหลานมาด้วย พอถึงคิวก็รีบวิ่งเข้าไปแต่ก็จัดระเบียบกันได้ ปีนี้คนขายมีความสงบเย็นในการขาย และประชาชนที่มาก็เข้าคิวกันเรียบร้อยและเวลาทานอาหารก็ช่วยกันล้างจานกันอย่างดี เป็นเครื่องแสดงจิตวิญญาณที่เจริญขึ้นของทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ เพราะเราจัดกันมาตั้ง ๓๖ ครั้ง จึงเป็นการสั่งสมยัญพิธีที่มีผลให้จิตใจเกิดการลดกิเลสไปด้วยนั่นเอง _กระติกน้ำเป็นสิ่งที่ประชาชนนิยมมากเช่นกัน ปีนี้นำมาขายถึง ๕ รถพ่วง ยังมีให้บริหารแก่พี่น้องอย่างเพียงพอ _ร้านอุปกรณ์การเกษตร วันนี้ จอบขายหมดไปตั้งแต่ก่อนเที่ยง _ร้านขายเสื้อผ้าทั้งมือ ๑ และมือ ๒ ราคาถูก ก็มีลูกค้ามาอุดหนุนอย่างต่อเนื่อง ลูกค้าบางท่านใส่ตัวเก่าของปีก่อนมาให้ดูด้วย _เครื่องใช้เซรามิก จากลำปาง มีสัญลักษณ์ตราไก่ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่น่าเชื่อว่าคนอีสานจะนิยมมาซื้อหาเป็นจำนวนมาก มีร้านเพื่อดินฟ้าเป็นเจ้าภาพ แต่ให้ทางส่วนกลางเป็นผู้จัดหารสินค้าให้ แล้วเราก็เข้าถึงแหล่งโรงงานผลิตสินค้าเลย ทำให้ได้สินค้าราคาถูก คุณภาพดี มาบริการประชาชน _เครื่องจักรสาน เป็นสินค้าที่ต้องค่อยๆจัดเก็บกันมาทั้งปี จะมีกลุ่มชาวบ้านที่ทำให้เรา แล้วเราก็มีแหล่งเก็บของเรา ทยอยเก็บทั้งปี เป็นสินค้าในตำนานตลาดอาริยะ กระติบข้าวนี้ต้องจำกัดจำนวนว่าท่านละไม่เกิน ๒ ชิ้น เพราะวัสดุผลิตกระติบข้าวนี้ใช้วัตถุดิบอย่างดี เราลดราคาลงจนต่ำมากกว่าราคาตลาด คนจึงนิยมมารับบริการ _แปลงผักบุ้งปลูกไว้วันนี้ก็ยังไม่หมด มีให้ตัดขายอีกเพียงพอต่อความต้องการ มีผักสลัดจากชาววังน้ำเขียว ยอดฟักแม้ว ปีนี้ผักมีผลผลิตไม่มากเพราะว่าอากาศแปรปรวนมาก เดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อน _วันนี้ มีชาวบ้าน ขับขี่เรือหางยาวมาซื้อสินค้าตลาดอาริยะฝั่งบ้านราชฯมากว่าเมื่อวาน และได้สินค้าบรรทุกกลับไปบ้าน แต่มีเรือลำหนึ่งของชาวบ้าน มีปัญหาสตาร์ทไม่ติด นายท่าของบ้านราชฯ นศ.วสว.(วิทยาลัยอาชีวะฯ) อาสาขับเรือท้องแบนมาเทียบเรือแล้วย้ายคน ย้ายของ นำทั้งเรือทั้งคนไปส่งถึงที่บ้าน นับเป็นภาพที่น่าประทับใจมาก แม่น้ำมูน มิอาจกั้นน้ำใจ แต่เป็นแม่น้ำมูลกาคือฉันทะทำให้เกิดความมหัศจรรย์ ของการให้ _บรรดาพ่อให้แม่ให้ทั้งหลายก็ได้มาฝึกปฏิบัติธรรมท่ามกลาง แดดร้อนๆเป็นเครื่องฝึกจิตใจตนเอง ให้ดำเนินมรรคองค์ ๘ การได้พบผู้คนมากมายทำให้เราได้ประมาณคำพูดให้พอเหมาะ พร้อมอ่านอารมณ์ของเราด้วย ว่าจิตอกุศลหรือไม่ เราคอยปรับจิตใจเราให้ดีเสมอ แล้วมีปัญหาก็เอาเข้าที่ประชุม เอาที่ประชุมเป็นที่ตัดสิน โดยเราไม่ได้เอาแต่ใจตนเอง ประชาชนก็ได้มาพบถิ่นคนทำบุญทำกุศล เช่นการล้างจานทำไมต้องให้ล้างเอง ท่านผู้ปกครองบางท่านก็ใช้เป็นที่ฝึกฝนนิสัยดีๆให้แก่ลูกหลาน บางคนก็มีจิตอาสามาช่วยล้างให้ มีตัวอย่าง ชาวจีนตอนแรกมาก็ล้างจานไม่เป็น เราก็ต้องสอนทั้งที่สื่อภาษาไม่รู้เรื่องแต่ก็สื่อได้ในที่สุด เขาก็ล้างจานเองเป็น ต่อมาเขาก็อาสามาล้างเองด้วย มีจานคนอื่นไม่ได้ล้างเขาก็มาช่วยล้างอีก เป็นความสำเร็จอีกให้งานนี้เกิดบุญเกิดกุศลทางพฤติกรรมของผู้ให้และผู้รับ _ตลาดอาหาร ที่ฝั่งบ้านราชฯมี ๑๓ ร้านอาหาร ฝั่งเมืองมี อุทยานบุญนิยมผนวกกับชมร.สันติอโศก+ชมร.จตุจักร อาหารเราจัดเมนูตามภาคต่างๆ แม่ครัวเรามีหลากหลายจังหวัด หลากหลายพุทธสถาน มีแผนกจัดซื้อ แผนกขนส่งวัตถุดิบ เราได้ผักสดจากริมมูนโดยเฉพาะผักบุ้ง ถั่วงอกเราเพาะเองแต่ว่า ผักอื่นเราใช้ผักปลอดสารพิษจากตลาด เนื่องจากปีนี้อาการไม่ดีทำให้ปลูกพืชผักไม่ได้ผลผลิตมากเพียงพอจัดตลาดอาริยะ ปีนี้เราจัดตลาดอาหารฝั่งละ ๑ ที่ บรรยากาศการทำอาหาร มีความอบอุ่นในหมู่แม่ครัวแต่ละชุมชนที่มาร่วมกันทำ มีทีมงานค่อยล้างหม้อหรือภาชนะใหญ่ๆจากชมร.สันติอโศก ส่วนร้านอาหารอื่นๆก็จะล้างภาชนะเอง ปรุงอาหารเอง ก็ทำให้เบาภาระส่วนกลาง จะมีหน่วยม้าเร็วไปค่อยดูว่า แต่ละร้านขาดวัตถุดิบอะไรก็จะสั่งมาให้ได้ทันการณ์ _วันนี้ที่เวทีชาวบ้านฝั่งบ้านราชฯ มีศิลปิน เสก ศักดิ์สิทธิ์มาเล่นดนตรีให้สีสันแก่งานตลาดอาริยะ มีการแสดงศิลปะวัฒนธรรมล้านนาไทย จากสัมมาสิกขาภูผาฟ้าน้ำ ตีกลองสะบัดชัยและรีวิวประกอบเพลงพ่อครูของสมณะโพธิรักษ์ มีการขายสินค้าบาทเดียว โดยมีวงฆราวาสคอยมาให้สีสันสาระบันเทิงแก่ประชาชน โดยเฉพาะ สินค้าพิเศษ รถจักรยานราคาบาทเดียว ผู้คนให้ความสนใจอย่างมาก วันอังคารที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๕๘ ตลาดอาริยะคืนชีวิตแม่มูน ปี ๒๕๕๘ ที่ฝั่งเมือง _วันที่สองของงาน สงกรานต์ท่องเที่ยวเมืองอุบล ยลตลาดน้ำอาริยะ ณ ฝั่งเมือง หน้าตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี วันนี้เปิดตลาดสินค้าตั้งแต่บายสามโมงเป็นวันที่สอง ตลาดฝั่งนี้มีความพิเศษ ที่จัดขายสินค้าบนเรือเอี้ยมจุ๊นทั้ง ๗ ลำ ซึ่งวันนี้ก็มีประชาชนได้มาใช้บริการไม่ขาดสาย มีครอบครัว จูงลูกหลานมาขึ้นเรือโบราณที่แทบทุกคนบอกว่า ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยได้มาขึ้นเรือแบบนี้เป็นครั้งแรก เรือเอี้ยมจุ๊นหรือเรียกอีกชื่อว่าเรือฉลอม (เอี่ยมจุ๊น → เอี้ยม=เกลือ จุ๊น=เรือ) ในประเทศไทยนั้นเดิมมีแต่ในลำน้ำเจ้าพระยา ใช้บรรทุกเกลือและข้าวสาร แต่ปัจจุบัน เรือแบบนี้ถูกทิ้งร้างรอวันผุพัง เนื่องด้วยมีการคมนาคมอย่างอื่นมาทดแทน แต่ด้วยวิสัยทัศน์ของพระโพธิสัตว์ จึงเกิดโครงการอนุรักษ์เรือไทยขึ้นมาและชุบชีวิตเรือเอี้ยมจุ๊นเหล่านี้ให้มีชีวิตอีกครั้ง เพื่อปลุกแม่น้ำมูนให้ตื่นจากการหลับใหล เพราะหัวใจของแม่น้ำมูนก็คือคนเมืองอุบลฯนั่นเอง หากคนอุบลฯตื่นตัวหันมาทำประโยชน์ให้ประโยชน์จากลำน้ำแม่มูน แม่มูนก็จะคืนชีวิตได้อีกครั้งดั่งในอดีตกาล เรือลำแรก ชื่อ พกข่วมโอฆะ (แปลว่า พาข้ามโอฆะสงสาร) เป็นสินค้าจาก สถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ พ่อแม่พี่น้องที่มาก็ดูมีความสุขกับการได้เลือกซื้อสินค้า เสื้อผ้าสำหรับทุกวัย ราคาเพียง ชิ้นละ ๑ บาทเท่านั้น เรือลำที่สอง ชื่อเรือชนะมาร ขายสินค้าธรรทัศน์สมาคม คือสื่อธรรมะและสื่อสุขภาพ เช่นหนังสือ ซีดี ดีวีดี กับสินค้าจำพ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน