580413_ตลาดน้ำอาริยะคืนชีวิตแม่มูน ฝั่งเมือง วันแรก (1).doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
580413_ตลาดน้ำอาริยะคืนชีวิตแม่มูน ฝั่งเมือง วันแรก วันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๕๘ เวลา ๑๔.๑๐ น. พ่อครูพร้อมคณะปัจฉาฯและญาติธรรมบางส่วน ได้โดยสารไปกับเรือ "ชราชล" จากฝั่งบ้านราชฯมุ่งสู่ฝั่งอ.เมืองจ.อุบลราชธานี โดยพ่อครูเดินทางไปขึ้นเรือ "ชราชล" ที่วันนี้ มีนายกระทกรก ลูกของคุณกล้าทนมาเป็นกัปตันเรือ คอยควบคุมพวงมาลัยเรือให้สู่จุดหมาย และมีคุณกล้าทนที่เป็นพ่อมาคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ที่ท่าเรือบ้านราชฯ ตรงตลาดอาริยะ มีเรือฉลาดใช้ เรือไฉไลสันติ และเรือท้องแบนหลายลำคอยรับส่งผู้โดยสารระหว่างฝั่งเมืองและฝั่งบ้านราชฯเป็นระยะไม่ขาดสาย ระหว่างการเดินทางทางน้ำไปสู่ฝั่งเมือง ก็สวนทางกับเรือท้องแบนที่นำประชาชนจากฝั่งเมืองมายลฝั่งบ้านราชฯเป็นระยะๆ ทำให้สายน้ำมูนดูมีชีวิตชีวาคึกคักขึ้นมาทันที เป็นการคืนชีวิตให้แม่มูนได้อีกครั้งหนึ่ง พ่อครูใช้เวลาเดินทางประมาณ ๓๐ นาที ก็ถึงท่าฝั่งเมือง มองเห็นมีการประดับธงทิวปลิวไสว จากหน้าวัดหลวง ไปจนถึงหน้าตลาดใหญ่เลยทีเดียว ดูแล้วพื้นที่จัดงานปีนี้มากว่าปี ๒๕๕๖ หลายเท่ จากนั้นเรือก็ได้เทียบท่าฝั่งเมือง พ่อครูจึงได้เดินขึ้นไปชมบนเรือเอี้ยมจุ๊น ทั้ง ๗ ลำ(ชื่อเรือ พกข่วมโอฆะ_ชนะมาร_ย่านซัว_คัวงาน_สานธรรม_กรรมแก้ว_แล่วดี) ของบ้านราชฯที่ตอนนี้ถูกปรับให้เป็นเรือขายสินค้าในราคาตลาดอาริยะ โดยนำเรือทั้ง ๗ ลำผูกต่อกันให้ประชาชนได้ขึ้นมาซื้อสินค้าบนเรือ แล้วมีแพใหญ่ให้คนได้ต่อขึ้นไปบนฝั่งได้อย่างเรียบร้อย พ่อครูเดินขึ้นท่าฝั่งเมือง ไปดูร้านสินค้าตลาดอาริยะบางส่วนที่อยู่บนฝั่งมูน เช่นร้านกลุ่มศิษย์เก่าแร้งขาว, ร้านขายจานดาวเทียม, ร้านยาสมุนไพรปฐมอโศก, ร้านขายเตาอั้งโล่,ร้านขายกล้าไม้,ร้านขายเครื่องเขียน,ร้านขายถ้วยชามเซรามิก ตราไก่จากลำปางก็มา, ร้านขายอาหารมังสวิ
อ่านต่อ
รัติ จานละ ๑ บาท, และร้านอื่นๆอีก ซึ่งมีลูกค้ามานั่งรอเพื่อซื้อสินค้า ตามกำหนดเวลาเปิดงาน ในเวลา ๑๕.๐๐ น. ของวันนี้ บางคนก็ซื้ออาหารจานละ ๑ บาทมานั่งรับประทานอย่างสบายใจ พ่อครูเดินไปดูบริเวณงานหน้าวัดใหญ่ และได้เดินเข้าไปดูภายในวัดใหญ่ ซึ่งในวันที่ ๑๘ จะมีงานใหญ่ประจำปีของวัด มีการจัดแสดงปราสาทจำลองทั้ง ๑๒ ราศี และมีรูปปั้นไฟเบอร์กลาสพญานาคอยู่หน้าวัด พ่อครูเดินดูเด็กๆที่ฝั่งเมือง เล่นสไลเดอร์น้ำ ที่คณะผู้จัดงานของอบจ.อุบลฯคิดขึ้นมาให้เด็กๆได้เล่นน้ำ โดยอาศัยพื้นที่ลาดเอียง เอาผ้ายางมาปูเป็นร่องแล้วให้เด็กๆไถลตัวลงมาสู่อ่างน้ำข้างล่าง ปรากฏว่าเป็นที่นิยมของเด็กๆย่ิงนัก มีผู้ปกครองพาเด็กๆมาเล่นสไลเดอร์เป็นจำนวนมาก ส่วนทางผู้จัดงานตลาดอาริยะของชาวอโศก ตอนลงข้าวของ ก็เลยคิดวิธีลงของแบบ สไลเดอร์อาริยะ คือเอาซาแลน ทำเป็นสไลด์เดอร์ให้กล่องสินค้าไหลลงจากฝั่งสู่เรือเป็นการประหยัดเวลาและพลังงาน เรียกว่า สไลเดอร์อาริยะ เป็นนวัตกรรมที่ใช้ได้ดีเลยทีเดียว ในเวลา ๑๕.๐๐ น. คุณมั่นแม่น กะการดี ก็ได้ประกาศบนเวที ให้มีการขายสินค้าตลาดอาริยะที่ฝั่งเมืองได้ เป็นการให้สัญญาณว่าการขายของเริ่มแล้ว เป็นการเปิดการขายที่เรียบง่ายมาก ๑๘.๐๐ น. ขบวนกลองยาว ของนายก อบจ.จังหวัดอุบลราชธานี คุณพรชัย โควสุรัตน์ นำสู่ บริเวณจัดงาน สืบสานประเพณีไทยท่องเที่ยววิถีชีวิตชาวอุบล ยลตลาดน้ำอาริยะ ก่อนจะมีพิธีเปิดงานสืบสานประเพณีไทย สงกรานต์ท่องเที่ยววิถีชาวอุบล ยลตลาดน้ำอาริยะ ที่ฝั่งเมือง ทางอบจ.โดยก่อนหน้าที่จะเปิดงาน ก็มีการทำพิธีสงฆ์ที่วัดหลวงเสร็จแล้วจึงมาเปิดงาน สืบสานประเพณีไทย สงกรานต์ท่องเที่ยววิถีชาวอุบล ยลตลาดน้ำอาริยะ ไว้มีเนื้อหาโดยย่อว่า.. งานสงกรานต์ท่องเที่ยววิถีชาวอุบล ยลตลาดน้ำอาริยะ นี้ จัดระหว่าง วันที่ ๑๒-๑๘ เมษายน ๒๕๕๘ ณ บริเวณท่าน้ำตลาดใหญ่วัดหลวง และบริเวณริมฝั่งแม่น้ำมูน โดยมีวัตถุประสงค์คือ ๑.เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ซึ่งถือว่าเป็นปีใหม่ไทย ให้คงอยู่สืบไป ๒.เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรม อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อนุรักษ์วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวอุบลฯ ๓. เพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชุมชนริมฝั่งแม่น้ำมูน ซึ่งมีวิถีชีวิตชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง ย้อนยุคไปในอดีต จากนั้น นายกฯอบจ.คุณพรชัย โควสุรัตน์ ได้กล่าวเปิดงาน โดยได้กล่าวถึงท่าน้ำวัดหลวงนี้เป็นท่าที่เจ้าคำผง(อดีตเจ้าเมืองผู้ก่อตั้งเมืองอุบลราชธานี) มาขึ้นเทีียบท่าน้ำอยู่ที่ท่าเสด็จ ซึ่งก็น่าจะเป็นที่ท่าวัดหลวงนี้ แต่ก่อนไม่มีถนนหนทางสะดวก การเดินทางนั้นใช้การเดินทางทางเรือ การค้าขายผ่านแม่น้ำมูนเป็นหลัก แม่น้ำมูนจึงเป็นเหมือนเส้นเลือดใหญ่ของชาวอุบลฯและทางอีสานตอนใต้ แม่น้ำมูน มีแม่น้ำสาขาคือแม่น้ำชี เซบก เซบาย โดมใหญ่ โดมน้อย ไหลมารวมกันเป็นสายเลือดของคนอุบลฯ แต่บัดนี้สายเลือดของคนอุบลฯ คนรุ่นหลังหากไม่เล่าความเก่าก็ไม่อาจรู้ได้ วันนี้ก็เลยมาคุยกันเรื่องฟื้นฟูเมืองเก่า มาฟื้นฟูตลาดน้ำเมืองอุบลฯ ก็มาชวนชาวราชธานีอโศก ชุมชนชาวท่าตลาดใหญ่ ชาวท่าวัดหลวง ท่าวัดใต้ มาช่วยกันฟื้นฟูวิถีชีวิตเมืองเก่า เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงอารยะ สืบสานประเพณีอันดีงามต่อไป วันนี้ถือเป็นจุดเร่ิมต้น ของการร่วมมือกันระว่าง อบจ. ,กรมเจ้าท่า, และราชธานีอโศก,ภาคประชาชน มาร่วมกันเพื่อสร้างสรรสิ่งดีงามให้กับประชาชน โดยน้อมนำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้ จากนั้นประธานในพิธี คือ คุณพรชัย โควสุรัตน์ ก็ได้ตีกลองสะบัดชัย เป็นการเปิดงานสืบสานประเพณีไ่ทย สงกรานต์ท่องเที่ยววิถีชีวิตชาวอุบล ยลตลาดน้ำอาริยะ อย่างเป็นทางการของฝั่งเมืองอุบลฯ จากนั้น ตัวแทนชาวอโศกคือ คุณธำรงค์ แสงสุริยจันทร์ ก็ได้ขึ้นไปกล่าวความรู้สึกบนเวที โดยทางประธานในพิธีและคณะจัดงานหลายฝ่ายได้เดินชมตลาดน้ำอาริยะฝั่งเมือง ซึ่งเริ่มเปิดขายสินค้าราคาตลาดอาริยะคือขายต่ำกว่าทุน โดยวันนี้ยังไม่มีมีสินค้าจากทางอบจ. มาร่วมขายด้วย ประชาชนที่ร่วมพิธีเปิดและร่วมงานก็ต่างหลังไหลกันไปจับจ่ายซื้อหาสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีพ ราคาต่ำกว่าทุนกันอย่างเบิกบาน บนเวที ก็มีการแสดงของ คณะบ้านนาฏศิลป์ของครูโย ซึ่งวันนี้จัดเต็มชุดใหญ่ แสดงศิลปะวัฒนธรรมไทยหลายด้านเลยทีเดียว เป็นที่ชอบใจของคนไทยหัวใจรักวัฒนธรรมไทยอย่างมาก จากนั้นก็มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยของชาวอโศกขึ้นไปร่วมแสดงด้วยหลายชุด เป็นการร่วมกันสืบสานส่ิงดีๆร่วมกัน บนเวทีของชาวกองทัพธรรมก็มี การร้องรำทำเพลงแบบชาวอโศก บอกเล่าสาระดีๆ ผ่านสุนทรียศิลป์ตามประสาชาวเรา มีการขายสินค้าบาทเดียว โดยวงฆราวาสและทีมงาน เป็นที่พออกพอใจของพี่น้องประชาชนที่เร่ิมมาเข้าร่วมบรรยากาศกันอย่างสนุกสนานครื้นเครง มีสาระ