580415_ตลาดนำ้อาริยะฝั่งบ้านราชฯ วันสุดท้าย (1).doc.docx

โฟลเดอร์ปี๒๕๕๘
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.31 KB
วันที่แก้ไข25 มกราคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

580415_ตลาดนำ้อาริยะฝั่งบ้านราชฯ วันสุดท้าย วันนี้เป็นวันสุดท้ายของงานตลาดน้ำอาริยะคืนชีวิตแม่มูน แม้ว่าสินค้าหลายอย่างในตลาดอาริยะก็หมดลงไปตั้งแต่วันที่สองแล้ว แต่ก็ยังมีสินค้าที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันของประชาชนเพียงพอให้ประชาชนได้มาจับจ่ายซื้อหากัน วันนี้ประชาชนก็ยังคงหลังไหลกันมา วันนี้ มีนร.อาชีวะ ที่เคยสร้างเรือไฉไลสันติมาพบปะพูดคุยบอกเล่าประสพการณ์ดีๆให้กับรุ่นน้องศิษย์ปัจจุบันของโรงเรียนอาชีวะศึกษาของบ้านราชฯบนเรืออีกด้วย หลังจากปิดตลาดอาริยะฝั่งบ้านราชฯวันนี้หลังเที่ยง ทีมงานเรือโดยสารที่ฝั่งบ้านราชฯจะมีบริการพิเศษสำหรับพ่อให้แม่ให้ ให้มาล่องเรือชมแม่น้ำมูนและชมตลาดอาริยะฝั่งเมือง เพราะตอนเปิดตลาดอาริยะ พ่อให้แม่ให้ไม่มีโอกาสที่จะขึ้นเรือไปชมน้ำมูน ทางทีมงานเรือโดยสารจึงจัดให้เป็นโอกาสพิเศษ โรงปุ๋ยพลังชีวิตปีนี้คึกคักกว่าทุกปี ในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ ค่อนข้างจะฝืดเคือง แต่เราก็สามารถขายได้วันแรกถึงเกือบ ๔๐,๐๐๐ กระสอบเลยทีเดียว เป็นเพราะว่าเราขายในราคาที่ถูกมากเพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชน วันสุดท้ายของงานตลาดอาริยะปีใหม่สงกรานต์ โรงปุ๋ยพลังชีวิตคึกคักกว่าเมื่อวาน แรงงานเริ่มอ่อนแรง ขณะที่มีลูกค้ามาซื้อปุ๋ยอย่างต่อเนื่อง แม้จะขาดแรงงานขนปุ๋ย แต่เมื่อประกาศเรียกเมื่อไร่ ก็มีแรงงานจิตอาสามาได้ทันที ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างเมื่อยไปตามๆกัน แต่ทุกคนทำด้วยใจ ไม่มีค่าจ้างอิ่มกุศลกันถ้วนหน้า วันที่สองของงานขายได้ ผักบุ้งไร้สารพิษ ที่ยังมีปริมาณเพียงพอสำหรับทุกคน เป็นผักบุ้งที่ใครๆก็อยากได้ไปรับประทาน เพราะผักงามและไร้สารพิษ กำละเพียง ๑ บาท ลูกค้าได้ลงมือตัดถอนผักบุ้งเองสดๆกับมือเลย เพราะชาวอโศกพากเพียรปฏิบัติตามหลักทฤษฎีของพระพุทธเจ้าและในหลวง ที่พ่อครูไ

อ่านต่อ

ด้นำพาทำมาตลอด ๔๕ ปี ทำให้เกิดความมหัศจรรย์อันไม่เคยได้พบได้เห็นมาก่อน ความมหัศจรรย์ ๔ อย่าง ของตลาดน้ำอาริยะคืนชีวิตแม่มูน ๑.เป็นการจัดขายของขาดทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะเราทำตามปรัชญาในหลวงที่ว่า ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา Our loss is Our gain ทั้งที่พวกชาวอโศกเป็นคนจน แต่เราทำแบบคนจนตามที่ในหลวงบอก ให้เราเป็นคนจนมหัศจรรย์ที่มีจนเพราะมักน้อยและไม่สะสม แต่มากล้นด้วยสมรรถภาพที่จะสร้างสรรทำเพื่อให้เพื่อแบ่งแจกแก่สังคม ๒.เป็นตลาดที่ปลอดอบายมุข ไม่ใช่เฉพาะแค่เหล้าเบียร์ซึ่งไม่มีแน่ แม้แต่บุหรี่ก็รณรงค์ไม่ให้เกิดการสูบบุหรีในงานนี้ ผู้ที่มาก็เข้าใจ เพราะว่ามากันหลายปีแล้ว พยายามไม่นำเอาอบายมุขเข้ามาเสพในนี้ ๓.เป็นตลาดที่ปราศจากการเบียดเบียนชีวิตสัตว์ เพราะขายอาหารมังสวิรัติ จานละ ๑ บาทตลอดงาน ๔.เป็นตลาดที่ผู้ขายไหว้ผู้ซื้อ ทั้งที่ผู้ขายเจตนามาให้มาเสียสละ ขายของขาดทุนกับผู้ให้ แล้วก็ยังคงเจตนาสร้างวัฒนธรรมดีงาม ผู้ขายไหว้ผู้ซื้อ เพราะ พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ได้อบรมสั่งสอนพวกเราว่า... ในโลกแห่งความอลวน ... จะสันติได้ก็ด้วย "ผู้รับ" และ "ผู้ให้" โดย "ผู้รับ" ก็รับแต่เพียงพอดี ทั้งรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ "ผู้ให้" และมีปัญญารู้ ทุกข์ ของการรับไว้ "ผู้ให้" ก็รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณผู้รับ ทั้งรู้จักใช้ปัญญา ในการให้ และเห็นโทษภัยของการเก็บสะสมหอบหวงกักตุนไว้ นี้แหละคือทางสายเดียว ที่จะค้ำจุนโลกให้สงบ ร่มเย็น มีสันติสุขโดยแท้ ชาวอโศกเรามีหลักการทำตลาดอาริยะ ที่พ่อครูให้ไว้ว่า ๑. กำไรของชีวิตคือการ "ให้" การ "เสียสละ" ๒. สินค้าที่ขายต้องขายต่ำกว่าทุน(ยอมขาดทุนนั่นคือ เสียสละ) ๓. เจตนาให้ผู้ซื้อสินค้าได้แสดงน้ำใจ เปิดโอกาสให้ผู้อื่น ซื้ออย่างแบ่งปันไม่โลภ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน