580413_ตลาดดอาริยะคืนชีวิตแม่มูน ปี ๒๕๕๘ ที่ฝั่งบ้านราชฯ (1).doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
580413_ตลาดอาริยะคืนชีวิตแม่มูน ปี ๒๕๕๘ ที่ฝั่งบ้านราชฯ ๐๖.๓๐-๐๗.๓๐ น. พ่อครูนำสมณะ-สิกขมาตุ และพระอาคันตุกะ ออกบิณฑบาต เร่ิมตั้งแต่หน้าเฮือนโสเหล่ เข้าสู่ถนนตรงกุ่ม แล้วมุ่งลงสู่ริมมูน ระหว่างเส้นทางมีญาติธรรม ใส่บาตรเป็นจำนวนมาก เป็นการเร่ิมต้นเทศกาลตลาดน้ำอาริยะสงกรานต์ปีใหม่ไทย เทศกาลแห่งการให้ อันเป็นอัตถิทินนัง คือทานที่มีผลให้ใจลดความโลภ ด้วยพุทธประเพณี บิณฑบาต ที่พ่อครูพาทำ ขณะที่เทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ไทยของทั่วโลก เต็มไปด้วยความสนุกบันเทิงทางโลกีย์ และประเพณีอันเป็นนัตถิทินนัง เป็นทานที่ไม่มีผลในการลดโลภและเป็นประเพณีแบบเทวนิยมไปเกือบหมดแล้ว แต่พ่อครูพาชาวอโศกมาจัดตลาดอาริยะในวันสงกรานต์ปีใหม่ไทย มาทำการทานที่มีผลให้ลดความโลภ ด้วยการขายสินค้าราคาต่ำกว่าทุน เพื่อเกิดประโยชน์แก่ประชาชน ซึ่งเป็นการทวนกระแสโลกีย์อย่างหัวเดินต่างตีนหรือ ๑๘๐ องศาเลยทีเดียว พ่อครูนำหมู่นักบวช บิณฑบาตถึงลานจอดรถ มีบรรดาประชาชนผู้สนใจยลตลาดน้ำอาริยะ ต่างมาจอดรถอยู่ที่ลานจอดรถจำนวนหนึ่ง ประชานอีกจำนวนหนึ่งก็พากันมาเข้าคิวรอให้ตลาดอาริยะเปิดขาย ซึ่งปีนี้จะเปิดขายเร่ิมเวลา ๐๘.๐๐ น. ๐๗.๓๐-๐๘.๐๐ น. เร่ิมต้นเปิดงานด้วยการเทศนาธรรมจากพ่อครู ที่บนเวทีชาวบ้าน ริมแม่น้ำมูน ....พ่อครูได้ให้โอวาท ...ณ บัดนี้ก็เป็นวาระของงานตลาดอาริยะครั้งที่ ๓๖ เป็นการพาณิชย์ซื้อขาย ถ้าสังคมใดที่มีการซื้อขายอย่างทวนกระแสสังคมปุถุชน ทวนกระแสทุนนิยม ที่เราเรียกว่าบุญนิยม ทวนกระแสอย่างไร คือเป็นการซื้อขายที่ผู้ขาย พยายามขายให้ขาดทุน การค้าขายมีอยู่ ๔ ระดับ ระดับที่ ๑ การค้าขายต่ำกว่าราคาตลาด ระดับที่ ๒ การค้าขายราคาเท่าทุน (อันนี้ไม่มีบุญหรือบาป เจ๊ากันไป) ระดับที่ ๓ การค้าขายราคาต่ำกว่าทุน อันนี้เร่ิม
อ่านต่อ
เป็นตลาดอาริยะแล้ว เราก็พยายามให้ถูกที่สุด เช่นเราขายอาหาร ที่จริงก็น่าจะแจกฟรี แต่เราขายจานละบาท เอาแค่บาทเดียวก็ต่ำสุดแล้ว เพราะเดี๋ยวนี้ตลาดชั้นสูงเขาชามละ ๕๐ บาทแล้ว เราก็เข้าใจการกำหนดหมายว่า การพาณิชย์บุญนิยมมี ๔ ระดับ เราจะทำระดับ ๓ ต่ำกว่าราคาทุนได้เท่าไหร่ก็คือตลาดอาริยะ ใครราคาต่ำได้มากที่สุดเท่าไหร่ก็คือเจตนารมย์การสร้างตลาดอาริยะ เช่นว่าเราขายตลาดอาริยะ จบงาน ไม่เอากลับบ้านก็แจกเลยได้ สุดท้ายหากขายไม่หมด ก็เป็นการแจกไม่ใช่การค้าขาย นี่คือแนวคิดบุญนิยม ระดับที่ ๔ การแจกฟรี อันนี้เป็นบุญนิยมระดับสูงสุด ตลาดเราเปิดมา ๓๖ ปี ถ้าเราทำตลาดอาริยะได้จริง ราคาตลาดจะลดซับซ้อนลงไปอีกหลายชั้น จะได้มากเท่าใดก็อยู่ที่ส่วนรวมของตลาดโลก ตลาดสังคมจะทำราคาลดได้เฉลี่ยเท่าไหร่ ถ้าราคาตลาดกลางลดได้เท่าไหร่นั้นคือความสำเร็จของพาณิชย์บุญนิยม การค้าแบบทุนนิยมที่มุ่งแสวงหาแต่กำไรใส่ตัวด้วยการเอาเปรียบ ส่ิงเหล่านี้ถ้าคนไม่เห็นไม่เข้าใจไม่รู้โทษภัย แล้วโลภเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัวก็ไม่หยุด แต่ผู้มีน้ำใจเข้าใจก็พยายามมาลดกิเลสตนเองแล้วพยายามมาใช้วิธีพระพุทธเจ้าหรือในหลวงของเรา มาทำแบบเศรษฐกิจพอเพียงหรือแบบคนจน หรือ Our loss is Our gain ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา เราสามารถขาดทุนได้นี่แหละคือกำไรของเรา เราเสียนี่แหละเราได้ ไม่ใช่เรื่องหลอกลวงเหลวไหล แต่เป็นกุศลวิบากแท้จริง เป็นอาริยทรัพย์เป็นปรมัตถธรรม ผู้เห็นจริงจะมาปฏิบัติตาม ผู้ไม่เห็นก็ไม่มา เขาเข้าใจไม่ได้ก็แล้วไปผู้เห็นจริงก็มาช่วยกันทำ เราทำแล้วเราพึ่งตนอยู่ได้ เราทำตลาดอาริยะเรามีแนวคิดเช่นนี้ ปีนี้ปีที่ ๓๖ ปีนี้เราได้รับความร่วมมือจากจังหวัด เขาทำป้ายโฆษณาให้เลย ปีนี้อบอุ่นใจมาก ในระดับ อบจ. จังหวัดจัดให้เลย เป็นนิมิตหมายที่ดีของประเทศชาติ เป็นนิมิตวิเศษย่ิง อาตมาก็สรุปว่า…ผู้มางานนี้อาตมาได้ยินเสียงรถมาตั้งแต่ตีสี่ ตีห้า ปีนี้เราจัดที่จอดรถไว้เยอะ ยินดีต้อนรับเต็มที่เลย จะมาจากจังหวัดไหนก็เชิญ ยินดีต้อนรับทุกคน ก็พยายามดูใจตน แม้เราจะมาซื้อของถูกก็พยายามดูใจตนเอง ว่าอย่าให้โลภมาก ให้เผื่อแผ่แก่คนอื่น มีใจกว้างไปตามลำดับ อาตมาเห็นชัดเจนว่าพวกเราอดทน รอคอยให้ได้ส่ิงที่เราประสงค์ก็ควรจะเอาจะทำ ไม่มีของมอมเมาเป็นพิษ มีสิ่งที่มีคุณค่าประโยชน์เผื่อแผ่กัน โดยเฉพาะอาหาร เราทำอย่างดี มีความปลอดภัยมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ปีนี้เราได้รับความร่วมมือจากทางจังหวัดให้ไปจัดตลาดร่วมด้วยที่ฝั่งเมืองก็ขอขอบคุณอย่างยิ่ง ณ บัดนี้เวลา ๐๘.๐๐ น.เป็นเวลาเปิดตลาดอาริยะได้ ณ บัดนี้ ๐๘.๐๐ น. เปิดตลาดอาริยะ _เมื่อพ่อครูได้ให้สัญญาเปิดงานตลาดอาริยะริมฝั่งมูน ณ ราชธานีอโศก บรรดาพ่อให้แม่ให้ก็ได้เปิดร้านให้ประชาชนได้ไปเลือกซื้อหาสิ้นค้าราคาต่ำกว่าทุน... บรรดาประชาชนก็เริ่มทยอยกันเข้ามาชมและซื้อสินค้าอย่างไม่ขาดสาย เพียงไม่นานพื้นที่ตลาดอาริยะริมมูน ที่ในช่วงเช้ามีพื้นที่ว่างอยู่มาก ก็คับคั่งไปด้วยคลื่นมหาชน ที่ไหลเข้ามา หนุนเนื่องเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย _ปีนี้เรามีสถานที่จอดรถ เพ่ิมขึ้นอีก อยู่บริเวณลานกราบสมเด็จปูวิชิตอวิชชาในอนาคต มีเนื้อที่เกือบ ๑๐๐ ไร่ เพียงพอสำหรับรองรับคลื่นมหาชนที่จะมารับบริการ สินค้าดี ราคาต่ำกว่าทุน จากตลาดอาริยะ และลานจอดรถอยู่ใกล้กลับตลาดน้ำอาริยะริมมูนอีกด้วย แต่กระนั้นในเวลาเพียงไม่นาน ภายในช่วงเช้าหลังจากเปิดตลาดอาริยะ ลานจอดรถก็แน่นไปด้วยรถราหลากหลายชนิด ทั้งรถกระบะ รถหกล้อ และรถยนต์ส่วนตัวอื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก การจราจรติดขัด ต้องค่อยๆเคลื่อนเข้าสู่บ้านราชฯ ซึ่งปีนี้ ฝ่ายจราจรที่รับผิดชอบการจอดรถ ก็วางแผนให้รถเข้าออกได้ทางเดียว หมุนเวียนไป เป็นการแก้ไขปัญหาจราจรติดขัด ไม่น่าเชื่อว่าจะมีจำนวนรถที่หลั่งไหลเข้ามา ทำให้รถที่ถนนตรงมูลติดได้ แต่ก็เพียงระยะเวลาไม่นานก็เคลื่อนไปได้อย่างช้าๆ _ที่ตลาดอาหาร มีการขายอาหารจานละ ๑ บาท ล้วนแต่เป็นอาหารมังสวิรัติ อาหารที่เป็นกุศลไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์ทั้งสิ้น เช่น ผัดหมี่โคราช, ผัดซีอิ๊ว, ก๋วยเตี๋ยวมังสวิรัติทั้งก๋วยเตี๋ยน้ำและก๋วยเตี๋ยวหลอด,ขนมจีน-น้ำเงี้ยว,ข้าวราดแกงเป็นต้น เป็นอาหารมังสวิรัติอาหารแห่งเมตตาธรรม เพียงจานหรือถ้วยละบาทเดียว , นอกจากนั้นยังมีของหวาน มมีข้าวโพดคั่ว,และอาหารอื่นๆอีกมากมาย ... ตลาดอาหารเปิดให้รับประทานกันตั้งแต่ก่อนเปิดตลาดอาริยะ ๑ วัน ประชาชนที่มาชมงานก่อนเปิดตลาดมาขอซื้ออาหารกิน พ่อค้าแม่ค้าบอกว่าไม่ขายให้ แต่ให้กินฟรีเลย ...แต่พอเปิดตลาดอาริยะแล้ว บอกว่าไม่ให้ฟรี แต่ขายจานละ ๑ บาท _ผักบุ้งไร้สารพิษ ตัดสดๆจากแปลงเลย "คนซื้อผักบุ้งไร้สารพิษ กำละ ๑ บาท ได้ถอนผักสดๆจากแปลงเอง" มั่นใจได้ว่าสดสะอาดจริง ...กำละ ๑ บาทเท่านั้น _สินค้าลดราคา ร้านค้าส่วนกลางลดราคาจากต้นทุน ๑๐-๑๕% ส่วนร้านค้าส่วนเอกชนที่มาร่วมจะต้องลดราคาอย่างน้อย ๒๐% ปีนี้รวมกำไรอาริยะประมาณ ๔ ล้านบาท _ผลิตภัณฑ์ชุมชนชาวอโศกทำเองแล้วมาขายในราคาต่ำกว่าทุน ประชาชนนิยมชมชอบเพราะเป็นส่ิงจำเป็นในชีวิตประจำวัน _ของขายดีอีกชนิดคือ หมอนจากสวนส่างฝัน สินค้าเรามีหลากลาย เช่น น้ำมันพืช น้ำตาลทราย กระติบข้าวเหนียว กระด้ง หม้อ ซึ้ง เครื่องครัว เครื่องเขียน กระติบข้าวเหนียว,กระด้ง,เสื่อ,เสื้อผ้ามือหนึ่งและมือสอง, น้ำยาซักผ้า-ล้างจาน,เครื่องมือการเกษตร และร้านขายเครื่องใช้เซรามิก เช่นถ้วยชามตราไก่ จากจ.ลำปาง ขายดีร้านแทบแตกร้านแทบแตก ประชาชนแห่กันมาซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น ครกกับสากก็มี เตาอั้งโล่หลากหลายขนาดมีให้บริการเป็นของจำเป็นประจำครัวชาวบ้าน แม้แต่ไม้กวาด ทั้งไม้กวาดทางมะพร้าวและไม้กวาดอื่นๆ แม้กระทั่งจานดาวเทียมพร้อมกล่องรับสัญญาณก็มีให้ซื้อหา ,ทั้งยังมี ผลิตภัณฑ์จากพลาสติก ชนิดต่างๆเช่นกระติกน้ำแข็ง ลังพลาสติก เป็นต้น สาธยายกันไม่หมดเลยทีเดียว _ที่เวทีชาวบ้าน.. มีการจัดการขายสินค้าในราคาบาทเดียว แต่ว่าผู้จะซื้อได้ต้องเข้ารวมสนุก ร้องรำไปกับพิธีกรและนักดนตรีวงฆราวาสบนเวทีไปด้วย แล้วจะมีสิทธิ์ซื้อสินค้าต่อชิ้นในราคาบาทเดียว... นอกจากการขายสินค้าบาทเดียวแล้ว ก็ยังมี การแสดงชุดต่างๆจากญาติธรรมและศิลปินต่างๆ เช่น _การแสดงชุด วัฒนธรรมรวมใจชาติไทยให้พัฒนา การแสดงวงบ้านนาฏศิลป์ อันเป็นศิลปวัฒนธรรมไทย จากคณะของครูโย ที่นำนักเรียนจากหลายโรงเรียน มาแสดง ร้องและรำไทยให้ชมกัน เพ่ิมสีสันให้กับเวทีชาวบ้านริมมูน ถูกอกถูกใจท่านผู้ชมโดยเฉพาะท่านผู้อายุยาวเป็นอย่างมาก _การแสดงรำไทย ชุด แตกต่างแต่สามัคคี โดย คณะญาติธรรม _การแสดงประกอบเพลงของพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ จากญาติธรรมกลุ่มวังสีเมฆ และการแสดงอื่นๆอีกมากมาย _ที่โรงปุ๋ยพลังชีวิต มีการขายปุ๋ยอินทรีย์ตรางอกงาม ในราคาพิเศษ ปกติราคา ๒๓๐ บาท แต่งานนี้ลดเหลือกระสอบละ ๑๘๐ บาท โดยประชาชนต้องนำบัตรประชาชนมาใช้เป็นหลักฐานในการซื้อขาย และจำกัดจำนวน ๑ คนซื้อได้ไม่เกิน ๔๐ กระสอบ(๒ตัน) เป็นการคืนความสุขให้ชาวกสิกรอย่างแท้จริง งานนี้ทางโรงปุ๋ยต้องประกาศขอแรงงานคนไปช่วยขึ้นปุ๋ญ เพราะว่า คนมาต่อคิวซื้อปุ๋ยกันยาวเหยียด แทบไม่มีเวลาพักว่างของพนักงานขึ้นปุ๋ยเลยทีเดียว ทั้งสมณะ สิกขมาตุ ญาติธรรมและเด็กนักเรียนก็ต่างร่วมแรงร่วมใจกันไปขึ้นปุ๋ยจนทันกับคนมาซื้อได้ในที่สุด _ตลาดอาหาร จานละ ๑ บาท วันนี้ ขายไปสี่หมื่นกว่าจาน ... _ชาวประชาชนมีพัฒนาการเพ่ิมขึ้นจากปีก่อนๆ นำรถเข็นมาเข็นของไปด้วย นับเป็นพัฒนาการช่วยทุ่นแรงได้ดี เนื่องจากสถานที่ขายของกับสถาที่จอดรถมีระยะทางไกลพอสมควร ประชาชนมีประสพการณ์จากปีก่อนๆจึงได้คิดวิธีการใหม่ๆขึ้น