สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน วินัยกับศีล สมมุติกับปรมัตถ์.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน วินัยกับศีล สมมุติกับปรมัตถ์ พ่อครูว่า...ทุกวันนี้วินัยในวงการศาสนาพุทธ เขาเข้าใจว่าเป็นศีลแล้ว แค่พระวินัยก็ยังไม่บริบูรณ์ ขาหักขาเป๋ แต่เอาเถอะ ผู้ที่ปรารถนาดี ผู้ที่ตั้งใจทำดีก็มาพากเพียร ขอรับโทษทัณฑ์ ตามพระพุทธเจ้าตรัสไว้ ถ้าปกปิดไว้ ก็จะเป็นวิบากข้ามชาติ วิบากไม่ได้หายไปจากกรรมนะ คุณไม่ทำคืน ก็มีกรรมซ้ำซ้อน จะปกปิดอีกกี่ชาติ ทับถมซ้อน มันมีดอกเบี้ยออกดอกนะ โทษก็ออกดอก เพราะเป็นกรรม คุณเองปกปิดคุณทำชั่ว โดยเฉพาะเชื่อกัน 2 คนแล้วรู้กันเอง ไม่มีคนที่สามรู้ คุณเองก็โกหก คนที่สามอยู่ คุณไม่บอกเขา ก็คือโกหก คนสองคนคบกันทำกรรมวิบากชั่ว คนอื่นไม่รู้ แต่กรรมนี้ปกปิดไว้ คุณโกหกทุกกรรมกาละ หากปกปิดไม่เปิดเผย ถ้าคนไม่เกี่ยวข้อง ก็แล้วไป แต่คนที่เกี่ยวข้อง เขาก็นึกว่าคุณบริสุทธิ์อยู่ คุณปกปิดไว้ ก็อาบัติทุกกรรมกาละ เปิดเผยสารภาพแล้ว ก็คุณจะต้องสังวรระวัง ไม่ใช่ว่าเปิดเผยเปิดเผยสารภาพแล้ว ก็ทำอย่างเก่า ก็คุณเปิดเผยบอกว่า จะไม่ทำอีกแล้ว กลับไปทำอีก มันเป็นวิบากซับซ้อน จะทำไปทำไม นอกจากว่า มันสุดวิสัย แต่ถ้าไม่สุดวิสัย ก็ต้องพยายาม ถ้าทำได้ไม่ยาก แล้วจะไปทำทำไม คุณไปฆ่ามดตาย มดมันรู้กับคุณไหม ว่าคุณเจตนาหรือไม่ ถ้ามันพยาบาทคุณก็ไปห้ามมันไม่ได้ ไปทำอะไรมันจะโกรธไหม ถึงบอกว่า บาปเราทำด้วยไม่ได้เจตนาก็จริง แต่คนอื่นเขาจะถึงวิบากกับเราก็ได้ แต่ก็ยังดีที่เป็นการถือข้างเดียว เอาล่ะทีนี้ ก็ก่อนหมดเวลา ก็ขอสรุปว่า หลักเกณฑ์ของสังคม เป็นความดีความชั่ว ก็เป็นสมมุติสัจจะ ใครจะบอกว่า สมมุติสัจจะกับปรมัตถสัจจะ อะไรสำคัญกว่าอะไร มันก็ยาก ปรมัตถสัจจะ สำคัญสำหรับเรา ส่วนสมมุติสัจจะ เป็นสมมุติร่วมกัน ถ้าคุณเอง มีชีวิตกับคนร้อยคน สมมุติสัจจะก็ร่วมกั
อ่านต่อ
น 100 คน แต่ถ้าอยู่ร่วมกันกับ คนหนึ่งหมื่นคน คนหนึ่งหมื่นคนนี้ ถือว่าอันนี้ดีอันนี้ไม่ดี ถ้าล้านคน หลายล้านคน สมมุติสัจจะก็สำคัญมากยิ่งขึ้น ใช่ไหม เพราะฉะนั้น คนที่ไปโกหกชาวบ้าน ให้หลงลมได้มาก คุณยิ่งชอบใจยิ่งซวยหนัก นี่คือความโง่ที่ซับซ้อน สมมุติสัจจะกับปรมัตถสัจจะ จะไปถือว่า อะไรสำคัญกว่ากันไม่ได้ สมมุติสัจจะ ในกรณีหนึ่งสำคัญมาก เรายอมแพ้ เรายอมเพื่อส่วนรวม เพื่อหมู่กลุ่ม ไม่เสียหลายหรอก อย่างอาตมายอม ดีนะวิบากไม่ถึงเข้าคุก ถูกให้ติดคุก 2 ปี รอลงอาญาอยู่นอกคุก ถูกคุมประพฤติ คนคุมประพฤติ ก็มาเพียงแค่ 2 ครั้ง แล้วก็ไม่มาอีกเลย ใน 2 ปี ท่านจะมาคุมประพฤติเรา หรือเราจะไปคุมประพฤติท่าน เขาก็รู้แสนรู้ เป็นสัจจะ สิ่งเหล่านี้ศึกษาให้ดี ถ้าเรายังไม่ปรินิพพาน เราก็ต้องอยู่กับมนุษยชาติ อยู่กับสังคม ยิ่งสังคมยุค globalization สังคมที่ไม่มีอะไรกีดกัน สื่อสารสนเทศ อาตมาตด แล้วทำเนียบขาวก็ได้ยินได้ ยังเหลือแต่กลิ่นยังไม่ไป พูดกันคนละภาษา ก็มีเครื่องแปลภาษา ให้รู้กันได้เลยทันที วิทยาศาสตร์ จับวิญญาณได้แค่ พลังงานทางฟิสิกส์ แต่จิตวิญญาณ ยังไม่มีเครื่องมือจับได้ ทางวิทยาศาสตร์ ขนาดสมองที่เสียแล้ว อุปกรณ์สมองเรา ไม่ทำงานแล้ว สมองคืออุปกรณ์ของวิญญาณ ไม่ตอบสนองแล้ว เพราะฉะนั้น ในเวทนา สัญญา สังขาร ที่เป็นนามธรรม อาตมาก็นึกไม่ออกว่า จะทำอย่างไร จะให้หุ่นยนต์ มีอารมณ์ร้องไห้ น้ำตาไหลได้ แต่จะเกิดความรู้สึกจริงๆหรือไม่ ถ้าเขาเข้าใจ พีชนิยามเป็นชีวิตที่ควบคุมตนเองได้ แล้วหุ่นยนต์ที่ละเอียด มีการกำหนดรู้สัญญาได้ แต่เวทนานั้นไม่ได้ ในพืชมีสัญญาสังขาร แต่ไม่มีเวทนา พีชนิยาม จะไปรู้เกินกว่า ที่ตนเองสัญญาไม่ได้ อันนี้นอกเหนือจาก ที่มันรู้จัก มันก็ไม่เอา ผ่านมาก็ผ่านไปไม่เกี่ยว แต่อันนี้สัญญาได้ก็เอา มันมีกำหนดหมด แต่วัตถุ ดินน้ำไฟลมไม่มี กำหนดเองไม่ได้ มีอำนาจนอก มันดันมาให้กำหนดให้ ทั้งความร้อนแสงเสียง แม่เหล็กไฟฟ้า เป็นพลังงานภายนอก กำหนดมัน จะเป็นดินน้ำไฟลม ภายนอกก็ตาม แต่ถ้าเป็นพืชแล้วก็เริ่มรู้ แต่อันอื่นไม่ใช่ ไม่เกี่ยว ไม่ไปทำร้ายมัน อันอื่นบีบคั้นทำลายเขาได้ แต่เขาไม่ทำร้ายอันอื่น ถ้าไม่อัตโนมัติในตัว เหตุแวดล้อมจะทำให้มันเป็น เราก็จะรู้ว่านี่ อุตุ พีช จิต กรรม ธรรมะ อาตมาเรียนรู้จากพระพุทธเจ้า เมื่อมีบัญญัติให้ ก็ค่อยยังชั่ว ที่เอามานี้ นิยามชีวิต 5 เอามาจากวิสุทธิมรรค ไม่มีในพระไตรปิฎก (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) จบ
600317_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก กรณีธรรมกายสังคมได้หรือเสีย