สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน พ่อแม่ที่ทำให้เกิดสัตว์โอปปาติกะ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน พ่อแม่ที่ทำให้เกิดสัตว์โอปปาติกะ ต่อมามีมาตา ปิตา สัตว์โอปปาติกะมี มารดา แปลว่า ผู้ให้กำเนิด ที่เป็น อิตถีภาวะ ปิตา แปลว่า ผู้ให้กำเนิดที่เป็น ปุริสภาวะ ไม่ได้หมายถึง ตัวตนบุคคลเราเขา ที่เป็นแท่งก้อน แต่หมายถึงธรรมะ ธรรมะอะไรที่มาทำให้เกิดลูก เป็นสัตว์โอปปาติกะ จะต้องมีธรรมะ 2 ช่วยกันเสมอ เรียกว่า เทวฺธัมมา ตรวจผลเป็นสอง ต้องทำให้เป็นหนึ่งให้ได้ ทำเอกสโมสรณา ทำให้จิตเรารวมลงเป็นหนึ่ง มันมีภาวะที่เป็น 2 คือหนึ่ง มันเป็นเวทนาแท้ สอง มันเป็นเวทนาเทียม เวทนาเก๊ เช่น สัมผัสแล้วเกิดความชอบหรือชัง ชอบหรือชัง เป็นเวทนาเท็จ ถ้าสัมผัสแล้วเฉยๆ สัมผัสบักติ๊งต่าง (ลูกโทงเทง) เราสัมผัสแล้ว คนที่เคยสัมผัส ก็บอกว่า ลูกข้างในมันดีไหม สัมผัสมะขาม สัมผัสมะเขือเทศ สัมผัสแล้วก็เกิดชอบเกิดความชัง เกิดความอยากได้หรือไม่อยากได้ อยากจะทำลาย มันเป็นภาวะ ที่เรียกว่า เวทนาเท็จ ประกอบขึ้น เป็นเวทนา 2 ก็ต้องทำให้เหลือเวทนา 1 อย่าให้มีอาการชอบหรือชัง ผลักหรือดูด มะเขือเทศ มันก็เป็นสีนี้ ควรจะรับประทานก็เอามา มันไม่ควรรับประทาน ก็ไม่ต้อง เราก็ทำความรู้สึก ให้มันเป็นจริงอย่างเดียว ทำให้เป็นหนึ่ง ถ้ามันเกิดความชอบหรือความชัง นั่นแหละคือกิเลส ธรรมะมันชัดเจน ธรรมะมันง่ายๆ แล้วก็ทำใจในใจ อย่าให้มีความชอบ หรือความชัง ทำให้เป็นฐานอุเบกขา อย่างนี้ให้ได้ เพราะฉะนั้น วิธีปฏิบัติ ท่านบอกว่า ให้มีแม่มีพ่อ คือมีหลักเกณฑ์ปฏิบัติ เสร็จแล้วปฏิบัติให้เกิดผล ช่วยกัน จึงเรียกว่าแม่กับพ่อ มีศีล แล้วต้องควบคุมศีล ด้วยสติปัญญา ให้ชำระกิเลส คือทำจิตนี้ ให้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใส อย่าให้มีความชอบ หรือความชัง ถ้าเราสัมผัสแล้ว มีความชอบ หรือความชัง ก็ต้องพยายามปฏิบัติ ไม่ให้เกิด สัมผัสสัตว์โ
อ่านต่อ
ลกทั้งหลายแหล่ สัมผัสแล้วไม่มีความรักก็ความชัง ไม่มีความโลภก็ความโกรธ ถ้ามีความระลึกถึง แบบความโลภความโกรธ จะมีความเบาบางอย่างไรก็ทั้งนั้นเลย เราก็ฝึกอ่านใจเรา อย่าให้มี คนบางคนเจอหน้าคนนี้ อยากจะฆ่า ไม่รู้เป็นคู่อาฆาตพยาบาทมาแต่ไหน เจอหน้าแล้วทำไมมันมีความชัง อยากจะทำร้าย มันก็เกิดอาการ หรือเกิดเจอคนนี้แล้วก็ชอบใจรักใคร่ ยิ่งเป็นกามเลย รักแต่สัมผัสแรก อย่างนี้ นี่หละกิเลสใหญ่ อ่านให้ทันอเราก็มีหลักเกณฑ์ว่า อย่าให้เกิด อันแรก ก็คือชัง ปานาติบาต อันที่สอง คือรักชอบอยากได้ แม้ไม่ใช่ของเราก็จะเอา อันที่สอง ก็ฝึกหัดจิตใจ ให้สัมผัส แล้วอย่าไปชังจนฆ่า อย่าไปรักจนจะขโมย อันที่สาม ก็เพลาลงหน่อย สัมผัสแล้ว อย่าผิดจารีตประเพณี ไปทำร้ายหรือไปรักแรง ก็อย่าไปผิดขอบเขต จารีตประเพณี ข้อ 4 วจีกรรม ข้อ 5 มโนกรรม อย่าไปเมาเลย เจอแล้วเมาเลย ให้เรียนรู้ฝึกฝน บิดา มารดา คือเหตุ เป็นศีลและปัญญา ช่วยให้จิตใจไม่เกิดความเมา อย่าไปพูดปด พูดอยากได้ พูดเอาของเขา หรือพูดทำร้ายใช้เล่ห์เหลี่ยมเชิงชั้น เพื่อจะให้ผู้อื่นเสียหาย อย่าทำ สิ่งต่างๆนานาพวกนี้ รู้จักเนื้อหาสาระ ของความหมาย แล้วก็เรียนรู้ให้ได้ว่า สิ่งที่จะช่วยให้จิตสะอาด โอปปาติกะ ทำให้จิตใจลดละเลิก หายจากกิเลส เอากิเลสออกไป สิ่งที่ไม่สะอาดออกจากใจให้หมด ผู้นั้นแหละ เป็นผู้ที่ศึกษาฝึกฝน ไม่ว่าจะเป็นฆราวาสหรือนักบวช ก็ต้องมาเรียนรู้ เพื่อที่จะทำให้สะอาดบริสุทธิ์อย่างนี้ทั้งนั้น ปฏิบัติเรียนรู้โลกนี้โลกหน้า เอากิเลสออก จนเป็นโลกโลกุตระ เป็นโลกใหม่ ปรโลก โลกโลกุตระ เอากิเลสออก เป็นโลกุตระสูงสุดให้ได้ แล้วก็รู้ว่า กิเลสเราหมดแล้ว สูงสุดแล้ว สำเร็จแล้วนั่นแหละ เป็นผู้ที่บรรลุธรรม เป็นผู้ที่หมดกิเลส 600213_ทวช.พุทธาภิเษก#41 ปฐมอโศก สมาธิของศาสนาพุทธ ตอนที่ 2