สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน ในหลวงรัชกาลที่ 9 คือพระโพธิสัตว์.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน ในหลวงรัชกาลที่ 9 คือพระโพธิสัตว์ _2166 พ่อท่านโพธิสัตยระดับ 7 ในหลวง ร 9 ก็โพธิสัตย์ระดับใหญ่ อยากถามว่าทำไมในหลวงไปพบแต่พระสายวัดป่า ไม่เคยมาพบพ่อท่านแม้แต่เพียงครั้งเดียวทั้งที่เป็นโพธิสัตย์ใหญ่พอๆกัน??? พ่อครูว่า...ล้วงความลับ ก็แง้มความลับออกไปบ้างไม่เปิดหมดนะ ก็ตอบไปอย่างนี้ก่อน เพราะในหลวงพระองค์นี้ ส่งเป็นจริง ยิ่งพระองค์แสดงอย่างนี้ อาตมาจึงเห็นชัดเจนว่าท่านเป็นจริงตามภูมิธรรมของพระองค์ จึงเป็นไปตามจริง นั้นๆ หมายความว่าพระองค์ต้องมีข้อมูลความจริงเพิ่มเติมอยู่ เหมือนคนทำวิทยานิพนธ์ ก็ต้องรวบรวมข้อมูล ทั้งหลายมายืนยันกันให้ครบ ไม่ว่าจะเชิงบวกเชิงลบ สายเจโต สายปัญญา จะเห็นได้ว่า พระสายวัดป่านั้น ท่านต้องศึกษาเขา ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระวัดป่ายังต้องศึกษาเขา แต่สายปัญญานั้นท่านจะทรงรับได้ดีกว่าอยู่แล้ว ในหลวงท่านทรงเป็นสายปัญญา เพราะฉะนั้นท่านไม่ต้องไปลงแรงอะไรมากกับสายปัญญา ไม่ต้องไปทรงสัมผัสเลยโดยตรงก็ได้ อีกอย่างหนึ่งคือ ท่านทรงเป็นในหลวงของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นท่านต้องทรงระมัดระวังยิ่ง แม้แต่ในศาสนาอื่นที่ไม่ใช่พุทธ ท่านก็ทรงระมัดระวัง ที่จะต้องไปสัมพันธ์กับเขา ศาสนาอื่นท่านก็ไป เพราะฉะนั้น เจโตก็ต้องไป แต่สายปัญญานั้นไม่ต้องก็ได้ เพราะท่านสายปัญญา ส่วนเถรสมาคมนั้นยกย่องพระป่าหรือพระบ้าน เขายกย่องพระป่า ศาสนาพุทธ ยกย่องพระป่าหรือพระบ้าน ศาสนาพุทธนั้นยกย่องพระบ้าน ยกย่องสังคมสามัญไม่ใช่พระป่า พระป่านั้นเป็นผู้ที่ออกนอกทิศทาง ผิดทิศทาง แม้แต่ดึงกลับมานั้นอาตมาเหนื่อยๆ ยกตัวอย่างนั่งหลับตากับออกป่า พูดมา 47 ปีแล้ว พระพุทธเจ้าเอง จะไปตีพวกนั่งหลับตาก็ไม่ได้ ท่านก็ต้องเอาจากคนที่ลืมตาได้แล้วก็สอนต่อ ไม่ต้องไปตีก็ได้ แ
อ่านต่อ
ต่ท่านตีอย่างพระพุทธเจ้า ไม่เหมือนอาตมา อาตมานี้มันไม่ได้สูงเท่าพระพุทธเจ้า ตีแล้วฝีมือสู้ไม่ได้ มีฝีมือที่หยาบกว่าพระพุทธเจ้าเห็นได้ชัด ในหลวงท่านก็จะต้องทรงอย่างนั้นก็ถูกแล้ว ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นก็ไม่ใช่สัจจะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ซับซ้อนหมุนรอบเชิงซ้อนที่ยากจะอธิบาย มันจะกลับไปกลับมา เป็นสภาพที่หมุนซับซ้อน ที่ใช้ศัพท์ว่า สภาพหมุนรอบเชิงซ้อน ยากที่สุดที่จะศึกษา โลกจะต้องสลับกลับไปกลับมา บางยุคเจโตเด่นครองโลก บางยุค ปัญญาครองโลก ยุคนี้แสวงหาปัญญาแสวงหาความรู้กันทั่วโลก แต่มาเจอแล้วก็มี ประเทศไทยเป็นปัญญา ปัญญาเป็นโลกุตระ ปัญญาเป็นเรื่องพิเศษไม่ใช่ความรู้สามัญ ปัญญาเป็นความรู้พิเศษเป็นความรู้ของคนดาวอีกโลกหนึ่ง เป็นโลกต่างดาว เพราะฉะนั้นคนโลกนี้ พูดกับคนโลกนี้รู้เรื่อง แต่คนต่างดาวมาพูด จึงต้องศึกษาเขาให้มากแต่คนจะพูดกับคนต่างดาวต้องรู้ภาษาโลกนี้ก่อน รู้โลกียะ ถึงรู้โลกุตระ ทุกคนมีแกนของโลกีย์มาก่อนทั้งนั้น มีความโง่มาก่อนทั้งนั้นถึง มีความรู้โลกุตระต่อมา อย่างโลกีย์ที่ไม่สัมมาทิฏฐิ จึงว่าเราจะต้องรวย จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยการให้คนรวยทั้งประเทศ มันเป็นไปได้ที่ไหน เป็นไปไม่ได้ แค่นี้ก็ชัดเจนว่ามันไม่ได้ การทำให้คนรวยทั้งประเทศทำอย่างไร มันทำไม่ได้หรอก การทำให้คนจนทั้งประเทศนี้ง่ายกว่าทำให้คนรวยทั้งประเทศ การทำให้คนรวยทั้งประเทศนั้นยากกว่ามาก ทำให้เป็นคนจนนั้นเป็นคนจนที่มหัศจรรย์เป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่นไม่เป็นภัยไม่ทำร้ายแก่ผู้อื่น มันทำได้ง่ายกว่า เพราะฉะนั้นคนเรามันโง่ไม่ทำสิ่งที่ง่ายไปทำสิ่งที่ยากซับซ้อนอีก คุณเป็นคนรวยอยู่แล้วจะทำให้คุณเป็นคนจนทำวันนี้ทำได้เลย แต่กว่าจะทำให้รวยเท่าที่จะรวยให้ได้มากๆนั้นใช้เวลาใช้ความสามารถมาก กว่าจะรวยเท่านั้นได้ ใช่ไหม เป็นเรื่องที่ชัดเจน ศึกษาไปเถอะ สรุปว่า เมืองไทยเป็นเมืองที่อาตมาบัญญัติไปแล้วว่าเป็นชมพูทวีป DNA ของชมพูทวีปของพุทธธรรมพระพุทธเจ้าที่สัมมาทิฏฐิ อุบัติเหตุแล้วก่อแล้วในมวลประชาชนคนไทย ก่อแล้วมีแล้ว กำลังพัฒนา กำลังจะเดินงอกงามขึ้นมาตลอดเวลา แล้วจะเป็นที่พึ่งของโลก พูดใหญ่ จะเป็นที่พึ่งของโลกจริงๆพากเพียรไปเถิดแต่อย่าหลงตัว ทำให้ได้สัจจะทำให้ได้ความจริงของความดีงามนี้ไป ซึ่งตอนนี้อาตมาก็ดู แม้แต่องค์ประกอบของสังคม มีนายกมีผู้บริหารมีคณะบริหาร ก็กำลังดำเนินไปดี สุคโต ดำเนินไปดีอยู่ใช้ได้ 610615_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ลำดับอัศจรรย์ของ ศีล สมาธิ ปัญญา