สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ความเข้าใจถูกกับทำอะไรถูกหมดต่างกันตรงไหน.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ความเข้าใจถูกกับทำอะไรถูกหมดต่างกันตรงไหน _Panya Prachachit …ความเห็นหลังดูสำมะปี๋ซี่วิต 30 พ.ย. 61 ความคิดแบบพวกท่านนี้ดูเหมือนว่า ใครใช้แกนธรรมะของพุทธเจ้า จะต้องไม่ถูกตั้งคำถามเรื่องความดีงาม พอท่านอ้างแบบนี้ ท่านก็เปิดช่องให้พวกโจรใช้การอ้างแบบนี้ไปอ้างแล้วไม่ต้องถูกตรวจสอบได้เหมือนกัน ท่านอ้างว่า คสช. เป็นประชาธิปไตยโดยบริสุทธิ์ มาจากการเลือกของพวกท่าน ก็แสดงว่าที่ท่านไปชุมนุมกันก็เพราะอยากให้ทหารออกมาปฏิวัติสินะครับ? ประชาธิปไตยเขาระบุความหมายไว้ชัดเจนนะครับ ส่วนแก่นของพระพุทธเจ้าก็อีกเรื่องหนึ่ง ถ้าท่านเข้าใจว่าแก่นของพระพุทธเจ้าคือประชาธิปไตย แล้วจะใข้ได้กับทุกอย่าง ผมว่ามันมักง่ายไปหน่อยนะครับ นอกเสียจากว่าท่านจะนิยามมันเป็นอย่างอื่นอย่าเรียกว่าประชาธิปไตย เรียกว่าอย่างอื่นครับ แบบนี้คนถึงจะยอมรับได้ ไม่ใช่ว่าเอาสิ่งที่ตัวเองคิดว่าใช่แบบนี้มายัดใส่สิ่งที่คนยอมรับว่ามันเป็นอีกแบบหนึ่งแล้ว พ่อครูว่า...อาตมาไม่มีเจตนาอยากให้ใครยอมรับเลย คุณขี้ตู่อาตมาแล้ว คุณเข้าใจอย่างทั่วไป เข้าใจว่าอาตมามีอัตตามีตัณหา เจตนาจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ว่าอาตมาไม่มี อาตมาบอกแล้วว่าอาตมาขยายความรู้ไปให้ถึงความจริง ที่อาตมาพูดอยู่ทุกวันนี้ อาตมาไม่ได้มีความอยากว่าจะต้องเอาอย่างที่ฉันพูด มีแต่ยืนยันว่าสิ่งที่จริงสิ่งที่รู้แสดงความเห็น ที่อาตมาเข้าใจเท่านั้น ส่วนใครจะยอมรับหรือไม่ยอมรับ ศีรษะใครศีรษะมัน อาตมาไม่เคยไปวุ่นวายสักนิดหน่อย ยิ่งการยัดเยียดยิ่งไม่ทำ ไปทำทำไม ใครจะเอาเขาก็เอาไม่เอาก็ไม่เอา อาตมามีหน้าที่อธิบายมีหน้าที่ชี้แจงเท่านั้นเอง คุณเองจะรับหรือไม่รับก็เรื่องของคุณ
_ผมยอมรับว่าพวกท่านเก่งที่สามารสต่อต้านยีนเห็นแก่ตัวในต
อ่านต่อ
ัวของท่านได้ พูดง่ายๆ คือฝืนธรรมชาติได้(พ่อครูว่าที่จริงเราไม่ได้ฝืนธรรมชาติ ธรรมะไม่ใช่แค่ธรรมชาติ มันเป็นสมการที่ผิดไป คือ x = xy มันไม่ถูก) ผมนับถือในตรงนี้ที่พฤติกรรมส่วนใหญ่ของท่านทั้งหลายไม่ได้ไปในทางที่ทำให้ยีนเห็นแก่ตัว แต่ๆ ๆ มันไม่ใช่ว่าท่านทำอะไรจะถูกไปหมด หรือไม่ถูกตั้งคำถาม หรือห้ามตรวจสอบ หรือคนอื่นค้องเชื่อแบบท่าน ธรรมะของพระพุทธเจ้า ก็คือวิธีหนึ่งที่ทำให้คนอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ ท่านดูมด ปลวก ผึ้ง พวกเขาเหล่านั้นพัฒนาโคโลนีในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติมาก่อนศาสดาใดในโลก ผมกำลังอยากจะบอกท่านว่า เรามีวิธีที่หลากหลายในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไม่ใช่เพียงแค่ปฏิบัติตามคำสอนของพุทธเจ้า ธรรมะไม่ใช่ทุกอย่างของโลกนี้ครับ อย่ายึดถือมันมากเกินไป เปิดใจรับสิ่งดีอื่นๆ บ้างครับ พ่อครูว่า...คำว่าท่านทำอะไรสูกหมด กับคำว่าอาตมาเข้าใจถูกหมด ทำอะไร แม้แต่อาตมาก็เคยบอกว่าทำผิดเพี้ยนไปก็มี แต่ขอยืนยันว่าอาตมาเข้าใจถูกหมด คือสัมมาทิฏฐิตามที่พุทธเจ้าสอน เพราะอาตมาเข้าใจศาสนาพุทธถูก และได้ตีทิ้งศาสนาพุทธทั้งหมดว่ามิจฉาทิฏฐิ อาตมาก็ต้องแน่ใจว่าพูดออกไป คนต้องถามคนต้องซัดอาตมาเพราะเขาต้องยึดถืออย่างนั้นมันถูก อาตมาไปค้านแย้งเขาต้องเจอแน่ ไม่ได้ประหลาดหรือแปลกอะไร หากไม่แย้งสิ อาตมาเข้าใจผิดแน่ แต่คุณยึดแล้วว่าอันนั้นถูกแล้วมาตู่ว่าอาตมาผิดไปจากที่คุณคิด อาตมาเชื่อมั่นว่าอาตมาถูกในความเข้าใจอาตมา และอาตมาออกมาพูดก็แน่ใจว่า คนต้องตั้งคำถาม ถ้าคนเข้าใจถูกหมดแล้วอาตมาพูดสิ่งถูกก็ไม่ถูกตั้งคำถาม แต่อาตมาพูดไปนี้มีคนตั้งคำถามก็แน่นอนก็มีคนตั้งคำถาม อาตมาไม่ได้เข้าใจผิดอย่างที่คุณพูด อาตมาก็ไม่ได้ห้ามตรวจสอบ และไม่ได้บังคับให้ใครต้องมาเชื่อตามอาตมาหมด สุดชดาว่า...โคโลนี เช่น แบคทีเรียก็สร้างมวลของมันอยู่รวมกันเป็นก้อนๆโคโลนี พ่อครูว่า...คุณก็มีคิดของคนเข้าใจตามประสาคนแล้วมองเห็นความขัดแย้งที่อาตมาพูดไป ซึ่งอาตมาพูดตามความเห็นอาตมาก็ต้องค้านแย้งกับความเห็นของคุณ เพราะมันก็ไม่ถูกตรงกัน ต่างคนต่างมีความเห็นไปคนละทางก็แล้วกัน จบ เพราะว่าคนเราถ้าเผื่อว่ายึดถือกันแล้วเถียงกันได้ทุกอย่าง อนุสุญญาณูทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาไม่มีอะไรเหมือนกันเท่ากันหรอก ไม่ว่าจะกี่ล้านๆอณูแน่นอนต้องมีความแตกต่างหลากหลายกันไปหมดอาตมาไม่ได้สงสัยเลยในคำพูดนี้ และอาตมาก็ว่า อาตมาต้องพูดยืนยันที่บอกว่าศาสนาของพระพุทธเจ้าเป็นศาสนาที่ทำให้เกิด Unity of diversity พูดไปในไม่กี่วันนี้ แล้ว ท่านก็เข้าใจในความหลากหลาย diversity ท่านก็จะอยู่กับสิ่งที่หลากหลายนี้และมันเป็นความงดงาม ผู้ที่สามารสอยู่กับความหลากหลายได้ อาตมาพูดนี้พูดอย่างไม่ได้เห็นแปลก แต่ชี้บ่งว่า ควรจะเป็นอะไร อาตมาเห็นว่าอย่างนี้ดีก็พูดตามความเห็นว่าอย่างนี้ถูก คำว่าดีคำว่าถูกหรืออาตมานับถือนี้ คุณก็มีสิทธิ์จะยึดถืออันที่คุณนับถืออันที่คุณเห็นดีเห็นงามมันก็มีความหลากหลายไป ทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะพูดของตัวของตน และจะมาให้อาตมาพูดว่า ยึดไม่ได้ แล้วจะมาบังคับอาตมาทำไม คุณไม่ยึดถือก็ไม่ว่าแต่อาตมายึดตามความเห็นดีเห็นงาม แต่อาตมานี้ มีความละเอียดละออ ยึดเพื่อใช้อาศัย ในชีวิตตนไม่ได้ยึดมั่นถือมั่น แล้วอาตมาก็รู้ว่าในขณะที่อาตมายึดนี้ อาตมาไม่ได้รับว่าอันนี้จะตายตัว อนิจจตา ทุกขตา อนัตตาด้วย อย่างนั้นด้วยซ้ำ คุณจะยึดถือว่าของคุณถูกเอาไปเลย ผิดก็ได้ อาตมาผิดก็ได้ คุณจะว่าอาตมาผิด _แซมดิน..ที่เขาว่าที่ไปชุมนุมก็เขาว่าเพื่อให้ทหารออกมา พ่อครูว่า...อาตมาหากไม่เปิดใจรับก็คงอกแตกตายแล้ว มาย้อนทวนที่ว่า เป็นประชาชนเข้าไปชุมนุมประท้วงแบบประชาชนปฏิวัติ ไม่ใช่ทหารปฏิวัติ แล้วคุณก็มาบอกว่าอาตมาปฏิวัติเพื่อให้ทหารออกมาปฏิวัติ ทหารไม่ได้ปฏิวัติ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาไม่ได้ทำการปฏิวัติรัฐประหาร แต่ประชาชนทำรัฐประหารเสร็จแล้ว พลเอกประยุทธ์มีตำแหน่งหน้าที่รักษาความมั่นคงของประเทศเป็นหัวหน้า ก็เข้ามารับงานจากประชาชนไปทำ ก็เป็นการสูกแล้วเขามีหน้าที่ที่จะต้องทำงานและเชื่อมโยงต่อไป พลเอกประยุทธ์ก็บริหารประเทศในขณะที่ไม่มีการเลือกตั้ง บริหารประเทศเข้าตาประชาชน จนอาตมาาตาขานรับว่าบริหารประเทศได้เป็นประชาธิปไตยดีมากกว่า นายกฯที่ผ่านมา เป็นเรื่องจริงที่ประชาชนปฏิวัติรัฐบาล พวกเราชาวประชาชนที่มีกองทัพธรรมเป็นแหล่งที่จะยืนเป็นหลักทำอาหารแจก ปักหลักเป็นปี ปฏิวัติ รัฐบาล ทักษิณ สมัคร สมชาย จนปฏิวัติยิ่งลักษณ์สำเร็จหมด ก็มีวิธีการบริหารต่อไปจนมาถึงวันนี้ 4 ปีแล้ว ครบเทอมของการบริหาร พระพุทธเจ้าก็รู้ประชาธิปไตย แต่ท่านพูดว่า ประชาชนมีอำนาจเหนือกว่าไม่ได้เพราะเป็นยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่รู้จักสภาวะกับภาษาบัญญัติเป็นธรรมะ 2 ใช้ให้ถูกเวลาถูกวาระ คนที่รู้แต่ภาษามีเยอะแต่ไม่เข้าถึงสภาวะมีเยอะมาก ยิ่งจะเป็นสภาวะขั้นปรมัตถ์ก็ยิ่งยาก ก็ใช้กันอยู่แต่บัญญัติพยัญชนะ คนที่เข้าใจได้แค่บัญญัติพยัญชนะ นึกว่าตนเองเข้าใจสภาวะ ที่จริงแล้วก็เข้าใจบ้างนิดๆหน่อย เถียงกันอยู่ทุกวันนี้ยืนยันกันอยู่ทุกวันนี้มีเยอะ ถ้าคุณเข้าใจว่าประชาธิปไตยคือประชาชนมีอำนาจ คุณมาเรียนรู้ในหมู่ชนชาวอโศกดูบ้าง แล้วพยายามอย่าเอาอคติ อย่าเอาความยึดถือความรู้ของตัวเองมาฟัง อย่าเอาถ้วยใส่น้ำชามาเต็ม มาดูว่า ชาวอโศกเป็นนักประชาธิปไตย มีธรรมาธิปไตย สมาชิกในสังคมเป็นผู้บริหารอธิปไตยนั้น เข้าใจโลกเข้าใจอัตตาจัดสัดส่วนโลกและอัตตาสมดุล จึงอยู่กันอย่างสบาย ชาวอโศกไม่ได้มีแค่ความคิดนึกตรรกะ ไม่ได้มีแต่ทิฐิความรู้ความเห็น แต่ได้ทั้งกระทำความรู้ความเห็นการพูดประพฤติจริงจนสำเร็จผลจริง เป็นสังคมมนุษยชาติจริง เป็นสังคมจริงอยู่ท่ามกลางประเทศไทย ประชาชนชาวอโศกทำได้อย่างสุดยอดเป็นขั้นเป็นสังคมสาธารณโภคี ประชาชนในกลุ่มนี้เห็นแก่ส่วนกลาง ทำงานเสียภาษี 100% ประชาธิปไตยในโลกนี้ทำไม่ได้ แต่ประชาชนอโศกทำได้ พอได้ศึกษาธรรมะจนความเห็นแก่ตัวอย่างแรงกล้านั้นหมดไปแล้ว มีความเห็นแก่กลุ่มหมู่ อย่างที่เห็นว่ากลุ่มหมู่นี้สามารสพึ่งแก่พึ่งเจ็บพึ่งตายกันได้ มีเศรษฐกิจร่วมกันได้รัฐกิจร่วมกันได้อย่างดี จึงสมัครใจอยู่กับสังคมนี้กลุ่มนี้ ตามวัฒนธรรมของสังคม ตามหลักเกณฑ์ทางสังคม อย่างนี้เป็นต้น มันเป็นผลสำเร็จของมนุษยชาติ นักรัฐศาสตร์คนเจริญอย่างยิ่งมันหาตัวอย่างนี้ไม่ได้ในโลกทั้งโลกนี้ไม่มี มันมีอยู่ที่นี่ในประเทศไทยไม่ใช่น้อยนะกลุ่มชนชาวอโศก มีในภาคกลางภาคเหนือภาคอีสานมีหมด เป็นสาธารณโภคีบริหารกันอยู่อย่างนี้ ทุกอย่างเข้าส่วนกลาง เศรษฐกิจที่สูงที่สุดที่ดีที่สุดคือเศรษฐศาสตร์แบบคนจนตามในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ตรัสไว้แบบคนจนขาดทุนของเราคือกำไรของเรา นี่เป็นนักประชาธิปไตยเบอร์ 1 ของโลกคือในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระปัญญาธิคุณสูงสุด ทำความเข้าใจให้ดี เราไม่ก้าวหน้าอย่างที่เขาทำกัน เราก็รวยพอสมควรไม่ต้องรวยอย่างเขาไม่ต้องอยากก้าวหน้าอย่างเขา เอาแต่แบบคนจน ซึ่งมันเป็นภาวะโลกุตระเข้าใจได้ยาก มาอยู่อย่างชาวอโศก จนอย่างมีปัญญา มีจิตใจที่เพียงพอสันโดษมักน้อย อัปปิจฉะ แม้ที่สุด ชาวอโศกไม่สะสมสมบัติส่วนตัว โดยเฉพาะเงินทอง อาตมาเห็นความเห็นของคุณไม่เอากับอาตมาเลย ยังดีมีโต้ตอบกับอาตมาให้เห็นก็ขอบคุณอย่างยิ่ง คนตีทิ้งก็แล้วไปแต่คุณนี่ไม่ตีทิ้งมาว่ากันเลย มีอะไรก็มาอีกได้611203_รายการสำมะปี๋ซี่วิต สันติอโศก ครั้งที่ 28