สื่อธรรมะพ่อครู(กรรม) ตอน ประโยชน์และโทษของความโลภเพื่อส่วนตัวหรือส่วนรวม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์7.99 KB
วันที่แก้ไข15 ธันวาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(กรรม) ตอน ประโยชน์และโทษของความโลภเพื่อส่วนตัวหรือส่วนรวม _จับใจ ดิฉันมีความโลภเพื่อส่วนรวมและเพื่อส่วนตัว จะเป็นโทษ หรือ ประโยชน์อย่างไรคะ พ่อครูว่า...เมื่อกี้เขาบอกแล้ว ประโยชน์ท่านเป็นกุศล(สมบัติ) ส่วนประโยชน์ตน(ลดกิเลส)เป็นบุญ(วิบัติ) ผู้ใดทำได้ถูกต้องเลยตนเองไม่ต้องสะสมไม่ต้องเป็นของตัว อาตมาภาคภูมิใจที่ทำสังคมชุมชนชาวอโศกเป็นชุมชนที่เป็นสาธารณโภคี อย่าง สันติอโศกนี่ยังไม่ชัด เพราะยังมีส่วนตัวกระเป๋าใครกระเป๋ามันซ้อนแทรกอยู่ในนี้เยอะ แต่อยู่ในสังคมปฐมอโศกราชธานีอโศกนี้เขาชัดเจน ทำงานส่วนกลางหมด ใครไม่อยู่ในนั้นก็เป็นคนจร เป็นชาวอโศกจร ส่วนชาวอโศกที่เป็นสมาชิก ทำงานแล้วก็เอาเข้าศูนย์กลางหมด เป็นเรื่องไม่ง่ายเป็นเรื่องที่ยากมากเลย แต่เขาก็มีความสุข เขาอยู่ในนี้ 10 ปี 20 ปีตามแต่ละคน ยังอยู่กันก็คิดว่าจะตายตรงนี้อยู่ตรงนี้ก็ยังเป็นจริง เข้าใจทั้งโลกข้างนอกและโลกในสังคมเขา เขาก็เต็มใจอยู่ในสังคมเรา เป็นเรื่องปัญญาที่เราเลือกชัดเจน นี่คือฐานของมนุษยชาติที่เลือกที่จะเป็นอยู่ มีเสนาสนะอันนี้เป็นบุคคลมีเครื่องอาศัยเป็นอาหารมีธรรมะ เป็นสัปปายะ 4 สมบูรณ์แบบ จะเป็นโทษหรือเป็นประโยชน์ ถ้าทำให้ตรงก็เป็นประโยชน์ถ้าทำไม่ตรงก็เป็นโทษ ต้องรู้ว่าทำเพื่อส่วนรวมจริงไหม เพื่อส่วนรวมและเพื่อส่วนตัว หากทำเพื่อตัวเองอยู่ก็ยังเป็นบาป แต่ถ้าไม่มีเพื่อนส่วนตัวอย่างพวกเราชาวอโศก ทำเพื่อส่วนรวมอาศัยกินอยู่ในที่นี้ก็ไม่มีโทษอะไรเลย _แซมดิน อยากถามความในใจของพ่อครูนะครับ คือตึกบริเวณนี้มีคดีอยู่ อาจจะถูกทุบทั้งหมด พ่อครูอยากเห็น สันติอโศกเป็นอย่างไรถ้าถูกทุบ มันก็จะโล่งไปหมด พ่อครูว่า...เขามาทุบตึกก็เจ็บมือนะ มีความหมายนะที่อาตมาพูดนี่ อาตมาว่าเขาไม่ทุบหรอก เขาเสียตังค์ค่

อ่านต่อ

าทุบ เขาไม่ทำหรอก ให้ตายก็ไม่ทำ เขาไม่กล้าหรอก คุณจะให้เขาเท่าไหร่ก็ให้เขา เขาไม่เอาก็ฟ้องศาลเอา จะมาโก่งอะไรไม่ได้ขี้ตะกละเพราะเรื่องเสร็จจบไปแล้ว เขามารื้อฟื้นอีก หากทนายเก่งก็แพ้เขา ทนายไม่เก่งก็แพ้ เพราะจริงๆแล้วในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของเราหรือของใครหรอก เป็นอยู่ที่สมมติสัจจะเราก็ไปแย่งที่สมมติสัจจะเท่านั้น ส่วนปรมัตสัจจะนั้นเรารู้แล้วว่าทุกอย่างไม่มีอะไรเป็นของใคร ที่เถียงกันอยู่นี้เป็นสมมติสัจจะทั้งนั้น เพราะฉะนั้นคารมใครจะดีก็ทำ ผู้ที่จะตัดสินรับรอง เชื่อไหมว่าให้ศาลแต่ละศาลนี้มาตัดสินจะไม่เหมือนกัน ศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์ก็ไม่เหมือนกันศาลฎีกาก็ไม่เหมือนอีก เพราะฉะนั้นอยู่ที่คารมโวหารเท่านั้นเอง 611128_รายการสำมะปี๋ซี่วิต สันติอโศก ครั้งที่ 26

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน