สื่อธรรมะพ่อครู(ญาณ 16) ตอน ญาณ 16 อย่างย่อ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข15 ธันวาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ญาณ 16) ตอน ญาณ 16 อย่างย่อ ต่อมาคุณ Guru ultraman...เพราะอะไร เราจึงไม่มีแรงทำ "ความไม่มี" ตราบใดที่เรายังไม่เบื่อหน่ายตนเอง แสดงว่า เรายังไม่รู้จักตัวเองดีพอ ถ้ารู้จักตัวเองดีพอ จะเห็นว่าเราเองยังมีอะไรๆ ก็การมีอะไรแล้วยังสำคัญมั่นหมายว่า มันเป็นดีกรีของเรา นั่นแหละ ควรจะเบื่อหน่ายในความมีโทษ มีภัย ของการมีดีกรีชั้นสูง ที่ผูกไว้บางๆใสๆ ก็แน่นเหนียว จนยากที่จะเห็นความผูกตัวไว้เป็นตนของเรา พ่อครูว่า...ใช้พยัญชนะทุกตัวให้ความหมาย สรุปแล้วคุณเข้าใจก็ดีทำให้มันได้ คนที่เข้าใจหมดแล้วจริงๆนั้น มีโบราณาจารย์ได้พยายามรวบรวม ญาณ ความรู้ แค่ญาณ 16 ก็เหลือกินเหลือใช้ ญาณ16 ตั้งแต่ นามรูปปริจเฉทญาณ ญาณกำหนดแยกนามรูป คือปัญญากำหนดรู้เข้าใจในนามและรูป (นามรูป) ปัจจัยปริคคหญาณ ญาณกำหนดจับปัจจัยแห่งนามรูป คือปัญญากำหนดรู้ทั้งในนามและรูปว่าล้วนเกิดแต่เหตุปัจจัย ทุกอย่างเป็นปัจจัยให้แก่กันและกันก็จะรู้ว่าธรรมะ 2 มันเป็นปัจจัยแก่กันและกัน ผลักก็ได้ดูดก็ได้หรือไม่ผลักไม่ดูด ภาวะกลางๆ หากเคหสิตะ ก็เป็นกลางๆ แต่เนกขัมสิตะ ถ้ากลางๆแล้วเราทำได้โดยเป็นเจตนาให้ยาวยืน ส่วนเคหสิตะยาวยืนไม่ได้หมดอำนาจก็กลับกลายเป็นผลักหรือดูด สัมมสนญาณ ญาณพิจารณานามรูปโดยไตรลักษณ์ คือมีนามรูปแล้วมีประธาน เกิด cyclic เคลื่อนที่แล้ว สามเส้า รูปกับนามเป็นสองมีอีกอันคือจิตวิญญาณของเราที่เกี่ยวข้องกันมันจัดการสังเคราะห์กันกลายเป็นความเคลื่อนที่สังเคราะห์สังขาร ผลักก็ได้ดูดก็ได้ พลังงานนิวเคลียร์มีนิวเคลียสมีพลังงานในตัวมันเอง ในนิวเคลียสไม่มีประธาน โดยวัตถุที่เป็นอุตุไม่มีประธาน แต่ถ้าตัวมันเองมีพลังงานเพิ่มเข้าไปถึงขีดก็จุดระเบิดได้ หรือ คนอื่นมาจุดพลังงานนี้เสริมให้มันระเบิดก็ได้ ใ

อ่านต่อ

นนิวเคลียส ระเบิดออกไปก็เป็นนิวเคลียร์ พุ่งออกไปเป็นนิวเคลียร์ แบ่งออกเป็น 2 ดูดกับพุ่งออกไป Fission กับ Fusion อุทยัพพยานุปัสสนาญาณ ญาณตามเห็นความเกิดและความดับแห่งนามรูป สายเทวนิยมนั้นจะให้อยู่ไปตลอดกาลนิรันดร แต่มันไม่เที่ยงหรอกแม้มันจะไปอีกเป็นล้านปีแต่มันก็ไม่เที่ยง สุดท้ายมันก็จะเปลี่ยนแปลงไปแต่คนไม่รู้ได้เพราะมันยาวนานมากตามไปไม่ทันไม่ถึง ภังคานุปัสสนาญาณ ญาณตามเห็นจำเพาะความดับเด่นขึ้นมา อะไรที่เกิดแล้วไม่ดับเป็นไม่มี มีความผูกและความยึดเท่านั้น หากยึดได้อย่างต่อเนื่องอย่างชาวเทวนิยม พระเจ้ายึดถือตัวเองแต่พระเจ้าอยู่ที่ไหน ท่านหมดแรงยึดหรือยัง แต่611209_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ สิ้นยุคประชาธิปไตย-เผด็จการคุณแต่ละคนต่างหากเล่าเป็นธาตุรู้ที่คุณเอง คนสมมุติว่าพระเจ้ายังยึดถืออยู่จนบัดนี้ยังมีพระเจ้า แต่ก็มีชาวเทวนิยมนั่นแหละว่า พระเจ้าตายแล้ว เขาบอกว่าไม่มีพระเจ้าและพระเจ้าตายแล้ว เพราะอะไร ก็พระเจ้ามาออกฤทธิ์เดชกับเขาไม่ได้ เขาไม่เอาพระเจ้าพระเจ้าก็ไม่สามารถออกฤทธิ์เดชกับเขาได้ พวกเราชาวอเทวนิยม พระเจ้าก็มาทำอะไรเราไม่ได้ นี่ก็เป็นเรื่องยากว่าทำไมพระเจ้ามาทำอะไรเราไม่ได้ ก็เพราะว่าพลังงานที่เราไม่ยอมรับอันนั้นแล้ว เหมือนพวกที่ไม่ยอมรับไสยศาสตร์ ไสยศาสตร์ก็มาทำอะไรเขาไม่ได้ แต่พวกที่ยอมรับมันจะเป็นเลยไสยศาสตร์ ยอมรับกันว่าอันนี้จริงมันก็เป็นไปตามนั้นได้ คือจิตอุปาทานมันเป็นได้ แต่สุดท้ายแนวโน้มจะมาหาดับ จึงสามารถทำปรินิพพานเป็นปริยโยสานได้ ความจริงนั้นมันดับอย่างนิรันดรได้ แต่เทวนิยมนั้นธาตุจิตนั้นไม่มีทางดับ อัตภาพอาตมันไม่มีวันดับ เป็นนิรันดรเป็นอย่างนั้น เมื่อผู้ใดเห็นญาณที่โน้มไปทางดับ ภยตูปัฏฐานญาณ ญาณอันมองเห็นสังขารปรากฏเป็นของน่ากลัว ยึดมั่นถือมั่นไม่ได้ หากจะให้ไม่ดับก็เติมพลังงานยึดต่อไป มันก็ไม่ดับ แต่หากไม่เติมก็มีแต่ชรตา เสื่อมสูญเมื่อผู้ใดเห็นว่ายึดไม่ได้เป็นภัยโทษทุกข์ อาทีนวญาณก็เจริญต่อไป อาทีนวานุปัสสนาญาณ ญาณคำนึงเห็นโทษ ด้านปัญญาความเฉลียวฉลาดจะเห็นอันนั้นมากกว่า คือเห็นโทษภัย ยกตัวอย่างให้ชัด อาตมานี่เมื่อย อยากเบื่อนะ แต่มันเบื่อไม่ลงเบื่อไม่ได้เพราะปณิธานตั้งไว้แล้ว จริงนะ เพราะฉะนั้นจึงต้องเติมพลังงาน พลังงานที่เติมอาตมาถึงสร้างพลังงานสัมประสิทธิ์ ที่เติมเข้าไปให้มันเป็นระดับคูณระดับยกกำลัง ถ้าขืนปล่อยให้มาหาระดับ + เดี๋ยวเสร็จอีด่างเลย มันไม่ได้ ตายอย่างเขียดเหยียดขาตายเลย Coefficient สัมประสิทธิ์ของอาตมาจึงต้องเติม หากว่าไม่รู้อันนี้และไม่ทำอันนี้ก็จะไปแล้ว เพราะมันน่าเหนื่อยจริงๆ ทำไมถึงขนาดนี้หนอมนุษยชาติ แต่มันจะต้องรักษาความสุดยอดของมนุษย์ที่จะเป็นไปได้คือไปเป็นพระพุทธเจ้าเป็นจิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ให้ได้ หรือ คุณจะต้องเป็นจิตวิญญาณที่ถึงขั้นเป็นอรหันต์ให้ได้ หากไม่มีใครสืบสาวราวเรื่องยกยอดเอาไว้ ตีนก็หาย หากยอดนี้ไม่อยู่ ตีนนี้ก็หาย ยอดก็จะลดลงๆสุดท้ายตีนก็ไม่เหลือ พุทธถึงจะต้องเอาไว้ให้เหลือจึงจะต้องประคองเอาไว้ อันนี้เป็นหน้าที่เป็นปณิธานที่อาตมาจะต้องทำ ถ้าไม่ทำนี้มันไม่เหลือถึง 5,000 แน่นอน พุทธศาสนาพระสมณโคดมไม่ไปถึง 5,000 ปี แน่นอนเลย เพราะว่าทุกวันนี้มันผิดเพี้ยนไปหมดแล้วเลย ที่อาตมานำมาคืนนำมากล่าวยังไม่หมด แต่ก่อนนี้พูดแต่คำว่ากาย พูดแต่คำว่าบุญ พูดแต่คำว่าสมาธิ คำว่าฌาน มันได้ผิดเพี้ยนไป ตอนนี้กำลังขยายความเทวะ ที่เขาเข้าใจไม่ได้เข้าใจเทวะไม่ได้ แล้วในเทวะธรรมะ 2 จะมีนัยยะอีกหลากหลาย แต่ว่าหลากหลายนั้นก็คือองค์ประกอบ เนื้อแท้ก็คือเวทนา เวทนาในเวทนานี่แหละสำคัญ ถ้าคุณชัดเจนอันนี้แหละทำได้ก็จบคุณหมดทุกข์ เมื่อหมดทุกข์แล้ว ถ้าคุณอยู่ก็มีแต่ความเจริญ ถ้าคุณจะปรินิพพานเป็นปริโยสานก็จบไป แต่ถ้าหากไม่ปรินิพพานเป็นปริโยสานก็มีแต่จะเจริญขึ้นไป เพราะมันสุดยอดแล้วในความเป็นธาตุจิตของมนุษย์ เป็นธาตุจิตนิยามที่สูงสุดแล้ว จบแค่นี้แล้ว ทำได้ก็ต้องจบ ทำไม่ได้ก็ต้องทำให้ได้ต่อ นิพพิทานุปัสสนาญาณ ญาณคำนึงเห็นด้วยความหน่าย ถ้าคุณจะรักษาสิ่งประเสริฐนี้ให้แก่จิตนิยามให้เจริญขึ้นได้เป็นมนุสโส ก็ต่อ แต่หากคุณจบแล้ววางได้จริงมีญาณจริง ญาณที่คุณไม่ยึดไว้แล้วปล่อย มุญจิตุกัมยตาญาณ ญาณหยั่งรู้อันให้ใคร่จะพ้นไปเสีย ผู้ที่ปรินิพพานเป็นปริโยสานได้เสื่อมสูญได้แล้วก็ไปได้เลย แต่ก็มีซ้ำซ้อนต่อไปอีกเพื่อทบทวน ปฏิสังขานุปัสสนาญาณ ญาณอันพิจารณาทบทวนเพื่อจะหาทาง ข้อต่อไปนี้ต่อไปเป็นการทบทวนวิปัสสนาญาณทั้ง 9 ก็ต้องสร้างญาณรู้ขึ้นมาอีก รู้นัยยะที่มันปรุงแต่งสังขาร สังขารแล้วจนกระทั่งยืนทำให้อุเบกขาได้อย่าง สังขารุเปกขา สังขารุเปกขาญาณ ญาณอันเป็นไปโดยความเป็นกลางต่อสังขาร สามารถจะยืนหยัดได้ คนก็ยังเหลือเชื้อ สัจจานุโลมิกญาณ ญาณเป็นไปโดยควรแก่การหยั่งรู้อริยสัจจ์ คุณจะอนุโลมจะอยู่หรือไม่อยู่ มันก็มีภาวะที่เกิดกับดับ อุปจยะ กับชรตาสองอัน หากคุณจะอยู่ต่อก็ยังโคตรเอาไว้ให้ได้ ยังตระกูลไว้ให้ได้ โคตรภูญาณ ญาณครอบโคตร หรือญาณอันเกิดแต่ปัญญาที่เป็นหัวต่อระหว่างภาวะปุถุชนและภาวะอริยบุคคลยังตระกูลไว้ให้ได้ ต้องมี มรรคญาณผลญาณ มรรคญาณ ญาณอันสำเร็จให้เป็นอริยบุคคลต่อไป ผลญาณ เมื่อมรรคญาณเกิดขึ้นแล้ว ผลญาณก็เกิดขึ้นเป็นลำดับถัดไปจากมรรคญาณนั้นๆในชั่วมรรคจิต ตามลำดับแต่ละขั้นของอริยบุคคล ปัจจเวกขณญาณ ญาณที่เกิดขึ้นเพื่อพิจารณามรรค ผล กิเลสที่ละแล้ว กิเลสที่ยังเหลืออยู่ และพิจารณานิพพาน (เว้นพระอรหันต์ไม่มีการพิจารณากิเลสที่ยังเหลืออยู่) เป็นอันจบกระบวนการบรรลุมรรคผลในขั้นหนึ่งๆคืออริยบุคคลขั้นหนึ่งๆ หรือถึงพระนิพพาน

ไปทำการทบทวนแล้วทุกคน ทวนแล้วทวนอีก นี่ 16 ญาณ หากคุณรู้ชัดเจนและทำสภาวะได้เป็นจริงตามนั้นแน่นอน ไม่มีปัญหาเลยสิ่งเหล่านี้จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน