ปฏิบัติธรรมเอาจริงอย่างไรจึงได้โสดาบัน.docx
เนื้อหาในไฟล์
ปฏิบัติธรรมเอาจริงอย่างไรจึงได้โสดาบัน _ชาญณรงค์ จินดาธรรม : กราบนมัสการแทบเท้าพ่อท่านครับ อยากเรียนถามว่า พ่อท่านเคยเทศน์ไว้ว่า"คนปฏิบัติธรรมเอาจริงจะบรรลุโสดาบันน์ทุกคน แต่จะไม่บรรลุในชาตินี้ทุกคน" เนื้อหามีพลความประมาณนี้ครับ ผมจึงอยากเรียนถามพ่อท่านว่า ปฏิบัติธรรมให้เข้มข้นแค่ไหนจึงจะบรรลุโสดาบันน์ในชาตินี้แน่ๆ(แบบบรรลุ100%) ผมไม่อยากรอถึงชาติหน้าหรือชาติไหน ๆ เพราะวัฏฏสงสารช่างยาวนานและแสนจะน่ากลัวครับ(ความรู้สึกนี้เป็น"อภิชัปปา"หรือไม่ครับ?) กราบนมัสการด้วยความเคารพยิ่งครับ พ่อครูว่า...ดีเข้าใจอย่างนี้ดี ความรู้สึกนี้ก็ไม่เชิงอภิชัปปา คือตัณหาล้ำหน้า แต่ต้องการสิ่งที่ควรได้เบื้องต้นคือ ต้องการบรรลุพระโสดาบันเป็นข้อต้น เพิ่งเริ่มต้น ไม่ใช่ว่าคุณอยากได้อรหันต์เลย ยังไม่ได้เริ่มต้นเป็นพระโสดาบันจะเอาพระอรหันต์แล้ว อย่างนี้เป็นต้น ตอนนี้คุณก็เริ่มต้นถูกอยู่ แต่มันมีแรงอยากได้มากเท่านั้นเอง ก็ทำตามลำดับ ศีล สมาธิ ปัญญา ไม่ได้เริ่มต้นอื่นเลย คือ คุณมาเร่ิมต้น ศีลข้อที่ 1 เป็นต้น ศีลข้อที่ 2 ศีลข้อที่ 3 ศีล 3 ข้อนี้ เป็นหลักการครอบคลุม ข้อ 1 เกี่ยวกับสัตว์ ข้อที่ 2 เกี่ยวกับของ ข้อที่ 3 เกี่ยวกับกามคุณ 5 มาเรียนรู้ สิ่งเหล่านี้มีผัสสะเป็นปัจจัยและมันเกิดกิเลส สัมผัสกับสัตว์แล้วเกิดกิเลส รัก หรือชัง ชอบไม่ชอบ สัมผัสกับของก็เกิดชอบหรือไม่ชอบเหมือนกัน แต่จะเอา จะเอาอย่างไร ทุจริตหรือสุจริต ถ้าคุณชอบแล้วคุณสุจริตคุณก็เอาก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าคุณชอบ คุณจะเอาแบบไม่สุจริต อันนี้แหละ เป็นสิ่งของนี่แหละ คือ สิ่งของกับพืชมันไม่มีวิบาก ไม่มีการโต้ตอบแก่กันและกัน ส่วนสัตว์นั้นมีวิบากแก่กันและกัน มีผลกระทบกัน ความชอบไม่ชอบเดี๋ยวก็เกิดปฏิกิริยา ส่วนสิ่งของกับพืช คุณเป็นผู้ที่เป็นตัวจิต
อ่านต่อ
นิยาม พืชกับของกับวัตถุมันไม่มีอะไรขึ้นไปกระทบ มันก็เหมือนกับตบมือข้างเดียว คุณคนเดียว แต่เป็นวิบากหรือไม่เป็นวิบาก ก็เป็นของคุณคนเดียว คุณจะเห็นแต่จิต จะยึดติดหรือไม่ก็คุณคนเดียว เพราะฉะนั้นมันต้องเกี่ยวข้องกัน ของกับวัตถุมันต้องเกี่ยวข้อง มันต้องสัมพันธ์ มันต้องทำงานร่วมกัน มันต้องอาศัย คุณไม่อาศัยพืชไม่ได้ คนไม่อาศัยวัตถุไม่ได้ ก็เอาแต่เพียงว่า อย่าไปทุจริตก็แล้วกัน เอาให้สุดต้องอาศัยให้ดีอย่างดี แต่ต้องอาศัยไปตราบเท่าที่คุณจะปรินิพพานเป็นปริโยสาน คุณต้องอาศัยพืช แต่สัตว์นั้นคุณต้องมีระยะที่จะสัมผัสมีปฏิกิริยาอะไรต่อกัน มันจะมีมาก แต่พืชกับวัตถุนั้นมันไม่เกี่ยว คุณคนเดียวมันไม่ใช่ 2 แต่สัตว์มันเป็น 2 ไม่คุณก็อีกที่เป็นคู่จะเป็นสัตว์หรือเป็นคนก็แล้วแต่ คู่นี้มีนิยาม อย่างนี้เป็นต้น ที่คือนัยละเอียดที่เราจะต้องศึกษาไปเรื่อยๆ สรุป โสดาบัน คุณเรียนรู้เรื่องกาย เรื่องสองสภาวะกายมีสอง เอาแต่แค่ศีลข้อ 1 ให้รู้ก่อน ข้อเดียวก็ได้ สัมผัสตั้งศีลขึ้นมาว่า เราเกี่ยวข้องเอาตั้งแต่คน คุณสัมผัสกับใครก็แล้วแต่ก็เกิดจิตรัก หรือเกิดจิตชัง คุณอ่านจิตให้ออก หากอ่านออกแล้วรู้ มันรักมากหรือรักน้อย ชังมากหรือชังน้อย ใหม่ๆ น้อยๆมันอาจยังไม่รู้ แต่ก็เท่าที่คุณจะรู้ทัน รักมากรักน้อย โดยเฉพาะรักอย่างกาม รักอย่างราคะ คุณรู้ให้ได้ ถ้าคุณเริ่มรู้ว่าอันนี้คือกิเลสที่คุณจัดการ คุณทำเรื่องนี้ คุณเริ่มจะมีญาณปัญญาที่รู้ปรมัตถ์ รู้จิตเจตสิกรูปนิพพาน รู้อาการนี้เรียกว่า รู้ตัวกิเลสตัวตัณหาตัวราคะ ตัวนี้ไม่ดี มันจะดียังไงก็ไม่เอาให้มันอยู่กลางๆ ให้มีแต่ความเกื้อกูลกันไม่ใช่ว่ากามจะต้องมาใกล้ชิด มาสัมผัสเสียดสี มาเสพรสอีก
630904_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ประชาธิปไตยดีที่สุดต้อง“โลกุตระ”