สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน ธรรมนิยาม 5 พัฒนาได้สูงสุด.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข18 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน ธรรมนิยาม 5 พัฒนาได้สูงสุด พ่อครูว่า..ที่จริงแล้ว การเกิดเป็นคนแล้ว ถ้าเผื่อว่าไม่เจริญ ไม่ศึกษา ไม่พัฒนามาในทางคุณธรรม ในทางความรู้ความเฉลียวฉลาด ที่จะเฉลียวฉลาดว่ามนุษย์นั้นเจริญเอาอะไรเป็นเครื่องตัดสินความเจริญ มนุษย์ที่จะเจริญนั้นเราใช้กรรมเป็นเครื่องชี้บ่ง พฤติกรรม กรรมทางกายกรรม วจีกรรม ซึ่งเกิดได้จากมโนกรรมเป็นประธาน มโนปุพพังคมาธัมมา มโนเสฏฐามโนมยา จิต มโน เป็นตัวประธานของสัตว์โลกที่ชื่อว่ามนุษย์ ที่เกิดมาได้ร่างได้องค์ประกอบของร่างกาย ดิน น้ำไฟ ลม กับ องค์ประกอบในข้างในทั้งหมด 32 อาการ 32 อาการนี้มันก็ทำงาน ตามรูปธรรมสรีระของมันไป แต่ใน 32 องคาพยพทั้งหมด ตั้งแต่ผม ขน เล็บ ฟัน หนังไปจนกระทั่งถึงเนื้อ เลือด ไขมัน จนกระทั่งถึงตับไตไส้พุง ครบ พระพุทธตรัสรู้ว่ามันมี 32 อาการ ก็ทำงานไปตามอัตโนมัติของจิตนิยาม นี่คือความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า จิตนิยาม พีชนิยาม ก็แตกต่างจากพลังงานการสังเคราะห์สังขารของอุตุนิยาม ซึ่งยังไม่มีธาตุของความเป็นชีวะครบพร้อม ความละเอียดละออพวกนี้ผู้ที่เกิดมาเป็นมนุษย์สามารถมีธาตุรู้ เรียนรู้ศึกษาเข้าไปรู้ความจริงพวกนี้ได้อย่างถูกต้องลึกซึ้งครบสมบูรณ์ พระพุทธเจ้าตั้งแต่ท่านเกิดเป็นคน บรรลุอรหันต์แล้วศึกษาต่อเป็นโพธิสัตว์ เป็นโพธิสัตว์ถึงจะรู้ว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร เกิดมาเพื่อศึกษาต่อจนจบสุดเรียกว่าสัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระพุทธเจ้าเป็นผู้ที่รู้สูงสุดเลย ในประดาสัตว์โลกที่ได้ชื่อว่าเป็นสัตว์โลกมาเป็นมนุษย์และเป็นมนุษย์สูงสุดได้ก็คือเป็นพระพุทธเจ้า อาตมาเป็นพระโพธิสัตว์ จึงรู้ว่ากว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้าก็ต้องเป็นโพธิสัตว์มาไม่รู้กี่ชาติ สั่งสมบารมี โพธิสัตว์ 9 ระดับ 1.โสดาบันโพธิสัตว์ 2.สกิทาคามีโพธิสัตว์ 3.อนาคามีโพธิส

อ่านต่อ

ัตว์ 4.อรหันต์โพธิสัตว์ 5.อนุโพธิสัตว์ 6.อนิยตโพธิสัตว์ 7.นิยตโพธิสัตว์ 8.มหาโพธิสัตว์ 9.พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งขึ้นมาในโลก จึงรู้ว่าพระพุทธเจ้านี้เกิดมาไม่ได้ศึกษาอะไร นอกจากศึกษาเรื่องคนกับเรื่องสังคมมนุษยชาติ อาตมาพูดมาย้ำซ้ำไม่รู้กี่ทีแล้ว พระพุทธเจ้าเห็นสำคัญว่าไม่มีอะไรน่าศึกษาเท่ากับความเป็นมนุษย์กับความเป็นสังคม เมื่อรู้ชัดเจนในเรื่องของมนุษย์กับสังคมแล้ว เมื่อชัดเจนแล้วก็ทำงานนี้ตลอดไม่เคยทำงานอื่นเลย ผู้บรรลุธรรม เสร็จแล้วก็รู้ว่าเกิดมาเป็นคน ต้องทำงาน งานที่ทำก็ให้คนรู้ตัวเอง รู้เกี่ยวกับมนุษย์ ก็ต้องให้คนมาบรรลุธรรม แล้วก็รู้จักเกี่ยวข้องกับความเป็นมนุษย์เกี่ยวกับสังคมอยู่กับสังคม แล้วเป็นคนที่ทำงานอันนี้แหละสุดยอดในงานแล้ว งานที่ทำงานกับสังคมมนุษยชาติ ให้มนุษยชาติดี มนุษยชาติได้ทำกายกรรมวจีกรรม โดยมีมโนกรรมเป็นประธานให้เป็นสิ่งที่ดี นี่เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คนสามารถที่จะอยู่เหนือ ควบคุมคนด้วยกัน แล้วก็ควบคุมสัตว์ สัตว์ใหญ่ขนาดไหนถ้าเผื่อว่าในยุคนี้มีไดโนเสาร์คนก็เอาไดโนเสาร์มาใช้ได้เหมือนกับช้าง คนขี่ไดโนเสาร์เดินอยู่บนถนนกัน เพราะฉะนั้นความเป็นคนมันยิ่งใหญ่ได้เพราะความรู้ความฉลาด ธาตุรู้ที่สามารถพัฒนาการได้ รู้ได้ทุกอย่าง รู้สิ่งใดก็ควบคุมสิ่งนั้นได้ ไม่รู้สิ่งใดก็ควบคุมสิ่งนั้นไม่ได้ มันจะเล่นงานเอาด้วย คุณไม่รู้เรื่องของจิตวิญญาณก็ควบคุมจิตวิญญาณไม่ได้ คุณไม่รู้เรื่องไฟฟ้า คุณไปยุ่งกับเรื่องไฟฟ้าเข้าก็ตายควบคุมมันไม่ได้ คุณไม่รู้เรื่องน้ำเน่า คุณไปควบคุมน้ำเน่าไม่ได้ น้ำเน่าเอาคุณตาย คุณไม่รู้เรื่องแก๊สพิษ แก๊สที่มีประโยชน์มีโทษคุณไม่รู้ มันเอาคุณตาย เพราะฉะนั้นผู้ที่มาศึกษาความรู้ที่พระพุทธเจ้าสรุปแล้วว่ามาศึกษาให้เป็นพระอรหันต์ แล้วจะรู้ทั้งดินน้ำไฟลม อุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม กรรมนิยาม ธรรมนิยาม ธรรมนิยาม 5 อย่างนี้ นักวิทยาศาสตร์ขั้นสุดยอดของมหาจักรวาลจึงจะรู้จริง รู้ในศาสตร์นี้ ที่แยกได้เป็น อุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม กรรมนิยาม ธรรมนิยาม ยิ่งใหญ่ที่สุด อาตมาเป็นพระโพธิสัตว์ที่ศึกษาตามพระพุทธเจ้ามาปางนี้ปางเจ็ดจึงรู้ว่า พระพุทธเจ้าศึกษาอันนี้เองเราก็ศึกษาตาม ในความเป็นมนุษย์และสังคม แล้วก็ช่วยมนุษย์ช่วยสังคม เมื่อช่วยมนุษย์ช่วยสังคม มนุษย์ก็ไปช่วยสังคม แล้วก็จะไปช่วยสิ่งแวดล้อมทั้งหมด พืชพันธุ์ธัญญาหาร สิงสาราสัตว์ วัตถุ พลังงานทุกอย่างเลย ถ้ายังมีกุศลเจตนา ซื่อสัตย์ ปรารถนาดีมีความมุ่งหมายในสิ่งที่ดี แล้วก็จะช่วยทุกอย่างในโลกได้ เพราะฉะนั้นจึงเป็นสิ่งที่มีความรู้มีอำนาจ มีความสามารถในการที่จะช่วยทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ เมื่อเป็นผู้ที่รู้และช่วยอะไรได้ต่างๆทุกสิ่งทุกอย่าง มันก็จะทำให้เกิดความสมดุลความเป็นอยู่ที่ดีไปตั้งแต่สัตว์โลกมนุษย์ จนกระทั่งพืชพันธุ์ธัญญาหาร ชีวะระดับพีชะ จนกระทั่งดินน้ำไฟลม โลกียะศึกษาวัตถุ ศึกษาอย่างเก่งก็ศึกษาพืชะ ศึกษาสัตว์ พอสูงขึ้นไปเป็นศาสดาก็ศึกษาคน แต่ศาสดาอย่างเก่งก็ศึกษาได้แค่โลกียะ ศึกษาได้แค่สัจธรรมในระดับตีเทวะไม่แตก ธาตุ 2 นี่ตีไม่แตก แยกแยะไม่ออก จึงทำงานไม่ได้พิสดารไม่ได้ครบถ้วน แยกไม่ออกก็ปล่อยให้ธาตุ 2 คือบวกกับลบหรือเทวะ พลังงานที่มีแยกไม่ออก พลังงานนี้เป็นจิตนิยาม คนสามารถศึกษาบวกลบของวัตถุ ของพืชพันธุ์ธัญญาหาร ในสัตว์นั้นพอรู้บ้างแต่ในคนนั้นยากเกินจะรู้ พระพุทธเจ้าสามารถรู้ชัดเจนเลยว่า บวก มันอยู่อย่างไร ลบ มันอยู่อย่างไร แล้วจะจัดการกับบวกกับลบ ให้เกิดความอยู่ร่วมกันอย่างสันติทำให้เกิดภาวะสะเทิน สภาวะที่เป็นกลาง สภาวะนิวตรอน นี่พูดเป็นภาษาวิทยาศาสตร์ พระพุทธเจ้าทำได้โดยเรียนรู้ได้จากของตัวเองก่อน แล้วพยายามให้คนอื่นรู้ตาม ก็เกิดการเรียนรู้ตามโดยไปทำของตัวเอง เมื่อทำให้เกิดการสามารถควบคุมจิตวิญญาณตัวเองได้ ทำภาวะนิวตรอนของตัวเอง ความสงบความอยู่ร่วมกันอย่างสงบ อยู่กันอย่างเป็นประโยชน์แก่กันและกันไม่ทำร้ายไม่ทำลายกัน ไม่สปาร์คให้เสียพลังงานไปเปล่าๆ มีแต่มาร่วมกันเอาพลังงานมาร่วมกันรังสรรค์ เป็นเรื่องสูงสุดเลยตั้งแต่ความเป็นคน จนถึงพลังงานบวกลบเป็นนิวเคลียร์สามารถควบคุมมันได้ ถึงสามารถควบคุมทุกอย่างตั้งแต่คนจนถึงพลังงานบวกลบ มันชัดๆง่ายๆแต่คลุมหมดเลย เพราะฉะนั้นไม่ต้องศึกษาวิชาอื่นเลย มาศึกษาวิชาพุทธศาสตร์นี้ให้ชัดเจน อย่างอาตมาสามารถทำได้ แม้ทำเรื่องรายละเอียดเฉพาะทางวิทยาศาสตร์เรื่องย่อยๆก็ให้เด็กๆเขาทำเราเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ดูแลในกรอบไม่ให้เกิดความเสียหาย หรือดูแลในผู้ที่เขาให้เราดูแล อาตมาจะไม่ไปแส่ ไปดูแลที่เขาไม่ให้ดูแล ใครเขาไม่ให้เราดูแลไม่เกี่ยวข้องเราก็ไม่ไปดูแล เราก็ทำเท่าที่เราทำ แล้วมันจะได้สัดส่วนที่ดี อาตมาทำงานปางนี้ชาตินี้ก็มีมาให้อาตมาทำงานประมาณหนึ่งสบายๆ ไม่มีความวุ่นวายเดือดร้อนเหมือนนายกฯตู่ ที่ต้องทำมาก มีเสือสิงห์กระทิงแรดคนไม่ดีมีมาเยอะ แต่สำหรับอาตมาคนไม่ดีไม่เข้ามา อาตมาไม่ได้ปิดกั้นไม่ได้ทำรั้ว แต่คนไม่ดีเข้ามาไม่ได้เอง อันนี้เป็นนัยยะสำคัญลึกซึ้งเป็นเรื่องสัจจะ คนไม่ดีเขาไม่เข้ามา ถ้าจะเข้ามาเขาจะเข้ามาทำร้าย ข้อสำคัญเราต้องระวังอย่าไปแหย่หนวดเสือ ให้มันดุ ให้มันเข้ามาทำร้ายเรา อันนี้เราต้องระวัง อาตมาก็ประมาณระวัง อาตมานี้ปากจัดไม่ใช่เล่น ด่าเก่ง แต่ประมาณแล้วอย่างใช้สัปปุริสธรรม มหาปเทส ประมาณได้พอดี ถ้าไม่พอดีก็คงจะมีอะไรที่เป็นพิษเป็นภัยเข้ามา ไปแหย่หนวดเสือ เสือก็ต้องมากัดในนี้ แต่นี่ไม่มีเสือเข้ามากัดในนี้ สงบเรียบร้อยดี สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่อาตมาทำ ยถาวาที ตถาการี พูดอย่างไรทำอย่างนั้น ทำมาเกือบ 50 ปีแล้วมนุษย์และสังคมตามมาอยู่ร่วมด้วย ทั้งสอน ทั้งอธิบาย ทั้งนำพา มีชีวิตกินอยู่ร่วมกันสร้างสรรค์เป็นสังคมกลุ่มเรียกว่าชาวอโศก เกือบจะ 50 ปีแล้ว มีมวล ปรากฏการณ์เป็นรูปธรรมชัดเจนยืนยันได้ ว่าสังคมนี้เป็นสังคมที่มีสาราณียธรรม 6 เป็นสังคมที่มีวรรณะ 9 เป็นสังคมที่มี ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ มีวิมุติญาณทัสนะด้วย มีความรู้ในเรื่องความเป็นวิมุติ อธิบายง่ายๆตั้งแต่วิมุติหลุดพ้น ไม่คลุกคลีเกี่ยวข้อง อย่างอสังสัคคะ มาเลย อย่างพวกชาวอโศก อบายมุข พวกเราวิมุติมาหมด ไม่มีใครมีอบายมุขหยาบคายอย่างชาวโลก อบายมุขที่พูดง่ายๆชัดๆคือพฤติกรรมทุจริต อบายมุขแล้ว พฤติกรรมที่จัดจ้านไปในทางบันเทิง จัดจ้านไปในทางแข่งขันแย่งชิงเอาชนะคะคานชาวอโศกเราไม่มี อบายมุขบันเทิงเริงรมย์ไม่มีที่สิ้นสุด สนุกสนานเอร็ดอร่อยไปเป็นนรกปหาสะไป แล้วเขาไม่เข้าใจสัจจะธรรมพวกนี้ เขาก็นึกว่ามี นำหน้าจัดจ้าน สะใจถึงใจ รสชาติทางบันเทิงก็ดี รสชาติแก่งแย่งแข่งขันแข่งดีแข่งเด่นเอาชนะคะคานกันก็ดี เขาตั้งหน้าตั้งตาทำ แล้วก็ได้เป็นแชมป์เปี้ยน เขาก็ได้หน้าได้ตา Champion ทางเซ็กซี่เป็นภาษาฝรั่ง Champion ทางกามารมณ์ Champion ทาง ราคะจริต ถ้ารู้ความหมายของภาษาแล้วน่าอายมาก แต่เขาไม่อายกัน เขาหัวเราะ ภาษาของเขาดูดี แต่เขาก็ทำของเขาโดยไม่รู้ไม่เข้าใจไม่รู้ตัว หลง คนที่โง่ด้วยกันก็สนับสนุนตีกลองเชียร์ใหญ่ ว่าเป็นยอดแห่งความเซ็กซี่เบอร์ 1 มา 4 ปี 5 ปี 6 ปีแล้ว เขาไม่รู้ตัว นึกว่าคนชมเชยยกย่อง หลง หลงขี้เป็นข้าว หลงข้าวเป็นขี้ คนละขั้วกันไป เพราะฉะนั้นคนในโลกนี้ที่ไม่รู้ เห็นแล้วน่าสงสาร น่าเวทนาว่าเขาไม่รู้จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านโลกีย์ จะเป็นทางด้านลาภยศ ไปทางบันเทิงเริงรมย์ หรือการแย่งชิงอำนาจ ยิ่งใหญ่ด้วยลาภ ยิ่งใหญ่ด้วยยศ ยิ่งใหญ่ด้วยสรรเสริญแม้ที่สุดยิ่งใหญ่ด้วยสุข หลงเสพสุข แล้วก็อวดสุขกันทั่วโลก สุขที่เป็นอบายมุขเท่าไหร่ก็ยิ่งโชว์น่าเกลียดเขาก็ยิ่งไม่รู้ เขาก็เอามาโชว์แข่งโชว์ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการบันเทิงเริงรมย์ จะได้รางวัลไม่ว่าจะเป็นรางวัลแกรมมี่ รางวัลออสการ์ เป็นการอวดเรื่องโง่ อวดเรื่อง Champion เอาชนะคะคานเขาได้ มีกลเม็ดกลยุทธ์กลวิธีแทคติกต่างๆเอาชนะคะคานเขาได้ เพราะฉะนั้นคนเราจะไม่เข้าใจว่ามาเป็นผู้แพ้มาเป็นคนที่ไม่ต้องหลงใหลได้ปลื้ม ในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ก็เห็นว่ามันสามัญเป็นอย่างนั้นจริงของมันรูปก็เป็นอย่างนั้นของมัน รสก็เป็นอย่างนั้นของมัน เปรี้ยวหวานมันเค็มก็แล้วแต่ กลิ่นก็เป็นอย่างนั้นของมัน สัมผัสเย็นร้อนอ่อนแข็งก็เป็นอย่างนั้นของมันตามความเป็นจริงของมัน แล้วเราก็เลือกสรร เอามาใช้ในสิ่งที่เหมาะที่ควรสิ่งที่เป็นประโยชน์ เหมาะควรกับที่สังคมเขานิยมไม่รังเกียจ เราก็ต้องจัดสรรให้มันถูก อยู่กับสังคมก็อย่าไปฝืนสังคมเขามากนัก สิ่งที่เป็นสาระประโยชน์ก็ใช้ประโยชน์ให้มันเป็นไปได้ ประโยชน์สูงประหยัดสุด เป็นคนเข้าใจองค์ประกอบของทุกสิ่งทุกอย่างในมนุษย์โลก ตั้งแต่ อุตุ พีชะ จิต กรรม ธรรมะให้มันทรงอยู่ ธรรมะ มีคุณค่ามีประโยชน์ ได้อย่างดีที่สุดเพื่อรักษาให้ได้ยาวนานที่สุดจะได้ประโยชน์สูงประหยัดสุด คนก็จัดสรรชีวิตให้เป็นอย่างนี้ให้ได้ จนกระทั่งได้เป็นผลผลิตของความสามารถที่เราทำ แล้วเราก็เป็นอยู่ร่วมกับสิ่งที่เราทำ อย่างชาวอโศกเรารวมกลุ่มกันแล้วมีชีวิต ทำสิ่งที่ควรทำแล้วก็อาศัยอยู่ โลกเขาจะไปแย่งชิง โลกที่แข่งอะไรก็แล้วแต่แบบโลกๆ ที่เขาให้ราคาให้ค่าอย่างโน้นอย่างนี้พวกเราก็เข้าใจไม่ไปแย่งกับเขา แต่เรารู้ความเป็นสาระดีที่สุดที่เราจะอาศัยไม่ว่าจะเป็นเครื่องกินหรือเครื่องใช้ ที่เหมาะควรที่สุดดีที่สุด เราก็มีปัญญาคัดเลือกแล้วก็อาศัยใช้สอยได้ตามพอเหมาะพอดี ชีวิตของเราก็มีประโยชน์สูงประหยัดสุดสบายๆ อาตมาไม่เก่งที่จะขยายความให้ละเอียดได้ครบครันมากกว่านี้ แต่ถ้าที่อาตมารู้สึกลึกๆในตัวอาตมา ชาวอโศกนี้เป็นกลุ่มชุมชนที่สูงสุด พูดไปแล้วมันน่าหมั่นไส้ คนจะหมั่นไส้ว่าหลงตนเองจัด ยกยอตัวเองหนัก ที่จริงอาตมาว่าอาตมายังยกยอตัวเองน้อยไป เพราะมันไม่มีสิ่งอะไรที่ดีที่สุดกว่านี้แล้ว อาตมาคนเดียวยกยออยู่มันไม่มีพลัง แล้วคนก็จะรู้สึกว่า หลงอยู่คนเดียว แต่ก็มีคนมาช่วยยกย่องยกยอกัน มาเป็นมวลเสริมว่า สิ่งเหล่านี้มันควรต้องทำในโลก 620616_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ เมืองไทยมีพระอรหันต์เมืองไทยก็คือชมพูทวีป

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน