สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน โลกไม่ว่างจากพระอรหันต์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.94 KB
วันที่แก้ไข18 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน โลกไม่ว่างจากพระอรหันต์ พยัญชนะที่อาตมาพูดคร่าวๆศึกษาแล้วทำให้ได้จริง สำเร็จผลจริง จบ ชีวิตมนุษย์ก็เป็นอรหันต์ ชีวิตมนุษย์ก็จบ ในยุคของพุทธเจ้ามีพระอรหันต์ในยุคนี้ก็มีพระอรหันต์ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ตราบใดยังมีผู้ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอยู่ โลกจะไม่ว่างจากพระอรหันต์ อาตมายืนยันว่าอาตมาปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ พวกเรามาเรียนรู้และปฏิบัติประพฤติดีปฏิบัติชอบก็มีอรหันต์ แต่เขาไม่รู้จักอรหันต์แล้ว เขาไปเห็นอรหันต์เก๊เป็นอรหันต์ ก็น่าสงสารที่สุด หลงบูชาเคารพยกย่อง โปรปากันด้าว่านี่คืออรหันต์ ซึ่งมันไม่ใช่อรหันต์จริง มันเป็นอรหันต์เก๊ แต่เมื่อเจออรหันต์จริงเขาก็บอกว่าไม่ใช่ เห็นของจริงเป็นของเก๊เห็นของเก๊เป็นของจริง โอ้โฮ มันน่าสงสารสุดสงสารสุดเวทนา สุดเห็นใจ คุณก็จมอยู่กับสงสารไม่รู้จักเวทนา อรหันต์คือผู้ที่ไม่มีทุกข์ไม่มีสุขแล้ว ก็อยู่กับสิ่งที่มันปรุงแต่งไป ด้วยจิตใจของเราไม่มีอาการสุขไม่มีอาการทุกข์เลย แล้วก็ช่วยคนที่เขายังมีความสุขความทุกข์อยู่ ถ้ายังมีความสุขความทุกข์อยู่ก็ยังมีภพมีชาติทั้งนั้นแหละ จะมากหรือน้อยจะละเอียดหรือหยาบเท่านั้น ผู้ที่หมดแล้วละเอียดสุดละเอียด ทุกข์ละเอียดก็ไม่มีหมดแล้วหมดเกลี้ยงสนิทเลย ปฏิบัติแล้วอ่านจิตเจตสิกของเรา เห็นอาการ ลิงค นิมิต อุเทส คือคำอธิบายที่อาตมาอธิบายไป แล้วก็ไปอ่านอาการ ลิงค จับนิมิต เป็นกิเลสให้เอากิเลสออกอย่างนี้ คุณก็ปฏิบัติติดตามไป แล้วมันก็ทำได้ ทำได้ก็เป็นของตน ปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหิติ เรารู้ด้วยตนเองคนอื่นจะมารู้แทนเราไม่ได้ เอาได้จริงเป็นจริงอย่างนี้นะ คุณบรรลุอรหันต์คุณก็รู้เองของคุณ คุณอาจจะเป็นอรหันต์หลงๆ ก็ได้ มันยังไม่หมดก็นึกว่ามันหมดมันก็เป็นอรหันต์หลงๆ บางอย่างสิ่งหยาบเราได้หมดก็เป็นอ

อ่านต่อ

รหันต์ไล่ลำดับมา จนกว่าจะหมดครบแล้ว ถ้าในสังคมมันมีวัตถุมีการกระทบสัมผัสอย่างนี้ เราอยู่เหนือมันหมดเราก็เป็นอรหันต์ เป็นอรหะ ไม่ลึกลับ อย่างสูงสุด อรหะ แปลว่าไม่ลึกลับ อันตะ แปลว่าสูงสุดที่สุด เป็นอรหันต์ก็เป็นผู้ไม่ลึกลับแล้ว มีอะไรเกี่ยวข้องมาเราก็ชัดเจนว่าเราอยู่เหนือมันหมดเราไม่ได้ทุกข์ไม่ได้สุขกับมันสักอย่าง อรหันต์ไม่มีอย่างอื่นที่ยิ่งใหญ่มีเท่านี้ ไม่มีสุขไม่มีทุกข์สูงสุด ความดีความชั่วเป็นสมมติกับโลกเท่านั้น ประเทศไทยสมมุติว่าอย่างนี้ดี อเมริกาสมมุติว่าอย่างนี้ดี เกาหลีเหนือสมมุติว่าอย่างนี้ดี สำหรับเกาหลีเหนือนี้ พวกทหารข้าราชการเต็มไปด้วยเหรียญตรา เต็มแผงหน้าอก เขาจะต้องใช้ (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) สมณะฟ้าไท..พ่อครูแนะนำบรรยายให้เราลดกิเลสจนเป็นพระอรหันต์ได้ในยุคสังคมสมัยนี้ เป็นอกาลิโก หากเราหลงก็รีบกลับตัวทำให้เร็ว หลงไปแล้วรู้แล้วก็ทำใหม่ เพราะผัสสะมันอยู่รอบตัวเรา เป็น ราคะ โทสะ โมหะ ได้อยู่แล้ว พ่อครูว่า...อาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ทำงานกับมนุษยชาติก็ยังไม่ตั้งจิตที่จะจบชีวิต ยังไม่ปรินิพพานเป็นปริโยสาน คำว่า ปรินิพพานเป็นปริโยสาน นี่ก็ไม่เคยได้ยินสำนักไหนอาจารย์ไหนเอามาพูด ทั้งๆที่มันเป็นตัวจบสูงสุดเลย ของการสลายธาตุอัตตา จิตวิญญาณ มีอยู่ในมูลสูตร ก็ยังไม่เคยได้ยินสำนักไหนเอามาบรรยาย ก็เข้าใจเพราะเขายังไม่มีปัญญาไม่มีภูมิรู้เขาก็พูดไม่ได้ อย่างมูลสูตร10 ชัดเจน บอกรากเค้าของการปฏิบัติ 10 หลัก มีความยินดีเป็นรากเค้าของการปฏิบัติ มูลกา หากไม่มีความยินดีในการปฏิบัติศาสนาพุทธ ซึ่งมันเป็นความจริงของจิต ว่ามัน อ๋อ.. ยินดีชื่นชอบ มันพอใจอย่างนี้หรือ ขนาดนี้หรือวิเศษประเสริฐอย่างนี้เหรอ ถึงจะเป็นตัวจูงนำให้เรามีวิริยะ จิตตะ วิมังสา ต่อไป ถ้าไม่มีความยินดีตัวนี้เกิดตัวแรกเลย ศาสนาโลกุตระ ศาสนาพุทธไม่ติด ไม่มีทางที่จะเป็นไปได้ เมื่อคุณยินดีคุณก็จะเริ่มปฏิบัติ คุณจะได้ยินดี คุณจะต้องได้สัมผัสได้ยินได้ฟังจากสัตบุรุษจากผู้รู้จริงเสียก่อน คุณรู้เองไม่ได้ มีแต่พระพุทธเจ้ารู้เองได้ แต่ที่บอกว่ารู้เองก็รู้มาจากพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆทั้งนั้น มีแต่พระพุทธเจ้าเป็นธรรมะสามี พระพุทธเจ้าบอกว่าเราเป็นมิตรดีของเธอ เราได้ยินได้ฟังจากสัตบุรุษแล้วเราก็ยินดี ในสุริยเปยยาลสูตรก็ต้องพบเจอมิตรดีสัตบุรุษก่อน แล้วเราก็ยินดี มีศีล เรียนรู้ล้างอัตตา ไปจนทิฏฐิไม่ผิดพลาดแล้วก็ไม่ประมาท คุณจึงจะครบการทำใจในใจโยนิโสมนสิการได้อย่างดี นี่คือสุริยเปยยาลสูตร 7 ข้อ ก็ไม่เห็นในวงการศาสนาเข้ามาบรรยายกัน ถ้าไม่มี 7 ข้อนี้มาก่อน คุณปฏิบัติมรรคมีองค์ 8 ให้ตายก็ไม่บรรลุผล พระพุทธเจ้ายืนยันว่าต้องมีแสงอรุณก่อนจะเห็นพระอาทิตย์ คนที่สัมผัสแสงอรุณ 7 นี้แล้วจึงจะเจอกับพระอาทิตย์แล้วจะทำงานร่วมกับพระอาทิตย์ได้ คือปฏิบัติมรรคมีองค์ 8 ได้ ถ้าไม่มี 7 นี้ก่อน คุณปฏิบัติมรรคมีองค์ 8 ก็เหลวไหลเลอะเทอะ เพราะไม่มีพื้นฐาน เพราะฉะนั้นคุณไม่มีทางที่จะโยนิโสมนสิการ ซึ่งเป็นตัวที่ 7 ของสุริยเปยยาล นะ คุณจะทำใจในใจไม่เป็น แม้จะทำใจในใจได้ก็จะไปนั่งหลับตาทำ มนสิการแต่เป็น อโยนิโส ไม่ถูกต้อง เป็นไปไม่ได้เลย อาตมาพูดถึงเรื่องหลับตาไม่ลืมตานี่ พวกที่ปฏิบัติธรรมะแบบหลับตามันไม่มีอยู่ในสารบบของศาสนาพุทธพระพุทธเจ้าท่านมีแต่ตีทิ้ง แต่เขาอ่านพระไตรปิฎกไม่แตก ไปเข้าใจไปยึดถือเปลือกผิวที่ผิดเพี้ยนแล้ว ไม่รู้จะทำยังไงก็น่าสงสารเขา คือเขาไม่เข้าใจ ถ้าเมื่อไหร่ประเทศไทย เถรสมาคม นักบวชของพระพุทธศาสนาส่วนใหญ่เข้าใจอันนี้แล้วเลิกนั่งสมาธิ แล้วมาปฏิบัติสัมมาทิฏฐิตามมรรคมีองค์ 8 ให้ได้ หรือมาเตรียมพร้อมเรียน สุริยเปยยาลสูตรให้ครบ 7 ต้องยินดีในโลกุตรธรรม แล้วเป็นไปเพื่อหมดเนื้อหมดตัวจริงๆ นะ แล้วก็มีศีลไปตามลำดับ มีศีลไปเพื่อขจัดอัตตา 3 ต้องทำให้ถูกต้องเสมอเป็นสัมมาทิฏฐิสัมมาปฏิบัติ สัมมาปฏิเวธให้ได้ ตลอดกาลนานเลยนะเป็นตัวที่ 5 ตัวที่ 6 อย่าประมาท ผู้จะมนสิการได้โยนิโสเป็นโยนิโสจริงต้องได้พบสัตบุรุษ แล้วได้ฟังธรรมจากสัตบุรุษอย่างบริบูรณ์ ถึงจะเข้าใจ จึงจะรู้ จึงจะศรัทธาบริบูรณ์ ถึงจะทำการโยนิโสมนสิการได้บริบูรณ์ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อวิชชาสูตร อาหารสูตร วิชชา วิมุติ ล.24 ข้อ 61 เป็นต้นไป ไปค้นอ่านดู ศาสนาพุทธทุกวันนี้ไม่เอาตำราหลักฐานจากพระไตรปิฎกมายืนยันอธิบายศึกษาให้ปฏิบัติการ แต่ไปทำกับเดรัจฉานวิชา ไปอยู่กับดอกใบไม้ผล มาให้ผลชัดๆโลกียสุข แย่งกัน โกหกกันทุจริตกัน ดูแล้วน่าสังเวชใจ ขออภัยอยากใช้ศัพท์ว่าทุเร สะ หรือไม่สุเรศ 620616_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ เมืองไทยมีพระอรหันต์เมืองไทยก็คือชมพูทวีป

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน