สื่อธรรมะพ่อครู(ศิลปะโลกุตระ) ตอน งานศิลปะแบบโลกุตระคืออย่างไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศิลปะโลกุตระ) ตอน งานศิลปะแบบโลกุตระคืออย่างไร _ส.มือมั่น ..ช่วงเดือนมิถุนายนเป็นบรรยากาศของการไหว้ครู ปรากฏว่าในสังคมหลายโรงเรียน ทำพานไหว้ครูก็เป็นการล้อการเมือง ก็มีเสียงวิจารณ์ว่าเหมาะสมไม่เหมาะสมบ้าง พ่อครูมีความเห็นว่าอย่างไรบ้าง พ่อครูว่า...อาตมาก็เห็นกระแสสังคมมันเป็นเช่นนั้นก็พอจะรู้อยู่ ก็ไม่เป็นไร ถ้ามีแนวคิด มีสิ่งที่เราจะเสนอแก่สังคม จะเป็นแนวคิดที่แสดงออกด้วยทำวัตถุ ทำพานไหว้ครู จะทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ก็แล้วแต่ มีความคิดประกอบเข้าไปเป็นความคิดความอ่านที่ดี สะดุดใจคนที่สัมผัสก็เรียกว่าศิลปะ คนสัมผัสงานของเราและเกิดความคิด เกิดความคิดที่ดี ถ้าเป็นความคิดระดับที่จะไปเรียนรู้ความชั่ว ความเป็นโลกุตระ ความสุขความทุกข์ หรือความมีกิเลสหรือไม่มีกิเลส คนสัมผัสรับรู้ได้งานนั้นก็เป็นงานโลกุตระที่ทำให้คนสัมผัสแล้วเกิดการกลับมามองตัว กลับมาอ่านจิตใจตัวเอง เห็นจิตใจตัวเองว่าเรามีความคิดแบบนี้มันควรหรือไม่สมควร มันประกอบไปด้วยกิเลส หรือไม่ประกอบไปด้วยกิเลส ผู้ที่สัมผัสแล้ว แล้วก็รู้ตัวเองอ่านจิตใจตัวเองออก อย่าว่าแต่พานไหว้ครูเลย ทำอาหารให้กิน ทำเครื่องใช้ไม้สอยอย่างโน้นอย่างนี้มา ตัดเสื้อผ้ามาให้ใส่อย่างไรก็แล้วแต่ แล้วก็จิตมันมีนัยยะสำคัญ สามารถที่จะสะดุดไปอ่านจิตอ่านกิเลสได้ อันนี้เป็นงานศิลปะโลกุตระ ทางตะวันตกเทวนิยมจะไม่มีศิลปะที่เป็นโลกุตระ ทั่วโลกเลย ศิลปะมีแต่โลกีย์ ไม่มีศิลปะที่เป็น สิปปัง เอตัมมังคะละมุตตะมัง ศิลปะเป็นมงคลอันอุดม เป็นสิ่งที่จะนำพาไปสู่ชั้นสูงเป็นอุตตมะอุตระ เป็นสิ่งที่เหนือโลก มีอยู่ในของศาสนาพุทธในเมืองไทย และก็ไม่ค่อยรู้เรื่องกัน อาตมานี่แหละเอามาพูดขึ้นให้รู้ว่าศิลปะเป็นโลกุตระนั้นเหนือชั้นกว่าศิลปินแห่งชาติ หรือศิลปินรางวัลซีไรต์
อ่านต่อ
หรือแม้แต่รางวัลโนเบลเขาจะไม่รู้เรื่องโลกุตระ แม้แต่กรรมการเขาก็ไม่รู้ ศิลปินเองก็ไม่มี มันมีอยู่ในเมืองไทยบ้าง ศิลปะที่เป็นโลกุตระก็มีศิลปินคนเดียวที่เป็นโลกุตระจะยก ศิลปินที่เป็นโลกุตระมีอังคาร กัลยาณพงศ์คนเดียวเท่าที่เห็นว่าแสดงออกทางโลกุตระ นอกนั้นยังไม่เห็นสักคนเดียว ก็มีอังคาร กัลยาณพงศ์ ที่เป็นศิลปินโลกุตระ เขาจะมองกลับกันกับโลกียะกันทั้งนั้นเลย เขาจะเห็นการยิ้มกับมดคุยกับสายลมแสงแดดที่เป็นสาระไม่ใช่คุยอย่างเพ้อเจ้อ มีพวกเพ้อเจ้อที่ไม่เป็นศิลปะ ศิลปะมันมี 2 อย่างใหญ่ คือสุนทรียศิลป์และสาระศิลป์ ต้องเป็นเทวะ มี 2 อย่าง ต้องรู้จักแก่นสารที่เป็นสารศิลปแล้วมีองค์ประกอบทางโลกีย์ที่เป็นสุนทรียะ เป็นสิ่งที่ชวนให้เป็นโลกีย์บ้างเป็นรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ฉาบสี ฉาบกลิ่น ฉาบรสให้ชวนชม แต่อย่าไปกลบเกลื่อนให้คนไปหลงใหลในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสนั้น แต่ให้เขาเข้าสาระจริงจะเรียกว่าศิลปะโลกุตระถ้าไม่เข้าข่ายเช่นนี้ไม่เรียกว่าศิลปะโลกุตระ ยกตัวอย่าง คุณเขียนภาพคนเปลือยแล้วทำให้คนกิเลสลดนั่นคืองานศิลปะ แต่ถ้าใครสัมผัสภาพนั้นแล้วอาการ กามราคะขึ้น งานนั้นเป็นงานราคะ ลามก
อาตมาแบ่งสิ่งที่จะเป็นศิลปะออกเป็น 5 ขั้น 1.ลามก 2.ราคะ 3.สาระ 4.ธรรมะ 5.โลกุตระ สาระหากไม่มีสุนทรียศิลป์ประกอบมันก็เป็นสารคดีจะแข็งทื่อ หากทำให้มีคนมาชมเติมโน่นนี่บ้าง ยิ่งทำให้ได้รู้จักสัดส่วนที่เป็นโลกุตระก็เรียกว่าศิลปะโลกุตระซึ่งมีพวกเราทำ เพราะเราเข้าใจว่าศิลปะคืออะไร มี interest point องค์ประกอบจัดส่วนคอมโพสิต ให้มันได้สัดส่วนนำไปสู่จุดหมายเป้าหมาย Interest point หรือโกล ของมัน620617_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 53