ธรรมะโลกุตระนั้นทวนกระแสโลก ปฏิโสตัง.docx
เนื้อหาในไฟล์
ธรรมะโลกุตระนั้นทวนกระแสโลก ปฏิโสตัง _สู่แดนธรรม... พ่อท่านมาชาตินี้ เอาความรู้ชาติก่อนมาสอนพวกเรา ไม่มีอาจารย์ พ่อครูว่า... ใช่ ยังอีกนาน คนที่เขาหยิ่งผยองในความรู้ของเขา _สู่แดนธรรม... ซึ่งคำของพ่อท่าน ผมเคยคิดว่า ใครฟังแล้วเชื่อในทันที คงเป็นคนที่พิเศษเหมือนกันนะครับ คนเหล่านี้ก็จะถูกมองว่า เป็นพวกบ้าๆบอๆเหมือนกัน พ่อครูว่า... จริงนะ พวกที่บรรลุธรรมที่เป็นโลกุตระ มันเป็นคนแปลกจากกลุ่มโลกียะเขา เขาก็ไปทิศทางเดินแบบเขา ส่วนโลกุตระอารยธรรมของพระพุทธเจ้านั้นสวนทาง ปฏิโสตัง มันสวนทางกัน เพราะฉะนั้น แน่นอนมันย่อมไม่เหมือนกันแน่ ถ้ามันเหมือนกัน มันก็ไม่ใช่ธรรมะของพระพุทธเจ้า ธรรมะของพระพุทธเจ้าต้องไปในทางเดียวกัน เพราะฉะนั้น จะไปทางของคุณที่คุณว่าถูกแล้ว เราก็ไปอีกทางหนึ่ง แต่มันมีอีกอันสวนทางกัน ตอนนี้ไม่ใครก็ใครต้องเป็นผู้ถูก สวนทางกัน ไม่คุณก็เราล่ะถูก คนหนึ่งผิดแน่ เพราะฉะนั้นก็ต้องมาพิจารณากันดูว่า ถ้าฝ่ายใหญ่ กระแสหลักถูก ศาสนาพุทธจะเป็นอย่างนี้ไหมอย่างที่มันเป็นอยู่ทุกวัน ที่คุณบอกว่า โอ้โห! มันเคารพพระกันจะไม่ได้กันแล้ว ต่างๆนานาสารพัดของคุณ แต่คุณเคารพกันอยู่ก็เป็นโลกีย์ว่า ยังมี แต่ธรรมะพระพุทธเจ้านั้นเป็นโลกุตระมันเหนือกว่าตรงสวนทางนี่ล่ะ ถ้าไปโลกียะเหมือนกันมันก็จะไปดีๆสูงสุด แต่นี่ไม่ใช่แม้แต่ดีสูงสุดก็ไม่เอา ของพระพุทธเจ้านี้ ดีสูงสุดก็ไม่เอา แต่ทำดีสูงสุดให้ได้แต่ไม่ได้ยึดดีเป็นเราเป็นของเราไม่เอา เพราะฉะนั้น อาตมาทำดีสูงสุดได้ ขออภัยนะที่พูดตรงๆชัดๆพูดความจริง อาตมาพูด 2 คำ วกไปวนมา ไม่ค่อยเก่ง พูดมีแต่คำจริง เปรี้ยงๆ คำเดียว อาตมานี่ ทำและพูด ก็อย่างเดียว ไม่เป็น 2 อย่าง เป็นโลกีย์บ้าง เป็นโลกุตระบ้าง ไม่ใช่ โลกียะบางทีมันก็ทำดีบ้างไม่ทำดีบ้าง แต่ขอ
อ่านต่อ
งโลกุตระต้องทำดีอย่างเดียวและดีไปหาความสูญด้วย ดีไปหาสูญ จริงๆ อาตมาพูดแต่คำจริง คำไม่จริงไม่มี พูดแล้วก็น่าหมั่นไส้ พูดอะไรไม่จริงไม่มี พูดอะไรจริงหมด มันเป็นไปได้อย่างไร มันก็ต้องมีผิดบ้างพลาดบ้าง อาตมาว่า ยากเนาะ _สู่แดนธรรม... มันมีสภาพย้อนแย้งด้วยครับ ดี ไปหาความสูญ แต่ของพ่อท่านสูญ นี่แหละมีเยอะ สูญ เท่ากับอนันตัง พ่อครูว่า... Infinity เลย _สู่แดนธรรม... ศึกษาแต่ชั่วดีเป็นกุศล ก็จะไม่เหมือนกันกับนักธรรมะ ถ้าเหมือนกันเมื่อไหร่ก็จะเป็นโลกุตรบุคคล บุตรดีเหมือน จะเป็นลูกที่ดีเลยนะ พ่อครูว่า... มันมีชาวอโศกเราคนนึงมีนามสกุล บุตรดีเหมือน ข้อ 489 ย้ำ บุญ เป็นเรื่องจบกิจ จริงๆ อย่าวนเวียน เป็นคนไม่จบกิจ แม้จะหมดบาป หมดบุญแล้วก็อย่าหลงติด ติดอยู่กับพยัญชนะ วนกลับไปเอาอปุญญะ ไปเป็นบาป วนกลับไปเป็นบาปอีก ทั้งๆที่คนผู้นี้ทำกรรมใดก็ไม่เป็นบุญอีกแล้ว ก็ยังไปหลงแปล อปุญญะ เป็นบาปอีก มันก็ไม่สิ้นบุญสิ้นบาปกันได้สักที ถ้าขืนวนกันไม่สิ้นสุดได้เลย การจบกิจก็มีไม่ได้เลย ดังนั้นคำว่า บุญ หรือปุญญะ ถึงไม่ใช่พลังงานที่จะ ปุญญาภิสังขารแล้วยังจะสั่งสมบุญลงไปในจิตอีก และเมื่อผู้ที่ ปุญญาภิสังขารเสร็จ เป็นอปุญญาภิสังขารและ ก็ยังจะให้กลับไปเป็นบาปอีก และเมื่อไหร่ผู้ที่ทำอภิสังขารจึงจะเป็นผู้สิ้นบุญสิ้นบาป ที่บาลียืนยันว่า ปุญญปาปปริกขีโณ กันได้สักที เป็นเรื่องโลกุตรธรรมที่ คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34) ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ ในพระวินัยปิฎกเล่ม 1 สันตา เขาแปลกันง่ายๆว่าสงบ สันตา สันติ เขาแปลง่ายๆว่า สงบ มันคือ…ขออภัยนะ ขอวิจัยตามภาษาไทย ทาง เถรสมาคมเขายี้เลย ส กับ อันตา อันตา แปลว่า ข้างหรือฝ่าย แปลว่าที่สุด ปลายข้างฝ่ายสุด หรือข้างใดข้างหนึ่ง เพราะฉะนั้น สันตาคือ มันไม่มีข้างใดข้างหนึ่งแล้ว เกี่ยวอยู่แต่คำภาษาเท่านั้น ส เกี่ยวอยู่กับภาษา อันตา เท่านั้น แต่ความจริงแล้วมันไม่มีข้างใดข้างหนึ่งเลย หรือแม้มี ทั้งสองข้าง ก็เฉยๆนิ่งๆ สันตา เขาแปลเอาอรรถว่า สงบ มันเป็นสภาพของผู้ที่ รู้แจ้ง รู้จริง ถึงสภาพ 2 อย่าง 2 ข้าง อันตา แปลว่าข้างใดข้างหนึ่ง ในโลกมีกามกับอัตตา 2 ข้าง ผู้นี้เป็นผู้ที่เป็นมัชฌิมาหรืออนุปคัมมะแล้ว เข้าใจความไม่มีกาม ไม่มีอัตตา 2 ข้างแล้ว แล้วไม่เข้าไปอยู่ทั้งสองข้าง เพราะเรายังมีชีวิตและยังมีจิตวิญญาณ มีธาตุรู้ รู้ความจริงอย่างนี้ เราก็ไม่ไป take side ข้างไหน แสดงว่าความหมายคำว่า สงบของสันตา จะไม่ใช่ความหมายตื้น พ่อครูว่า... ปณีตา ไม่ใช่ตื้นๆ สุขุม ปราณีตมาก อตักกาวจา ไม่สามารถด้นเดาด้วยความลึก นิปุณา ละเอียดระดับนิพพาน ยิ่งกว่าปรมาณู เพราะฉะนั้น ผู้ที่เป็นบัณฑิตจริง บัณฑิตเวทนียา มีความรู้เป็นบัณฑิตจริง จึงจะมีความรู้จริงในเรื่องนี้ ไม่ใช่สภาพการณ์ ตักกะเอา อตักกาวจรา ไม่ได้ เก็งความจริงก็ไม่ได้ คุณจะเอาอะไรมาเก็งความจริงนี่ไม่ได้ คุณต้องปฏิบัติประพฤติเข้าไปเป็นอันนั้นจริงๆ คุณจึงจะรู้สิ่งนี้จริง ทั้งหมด นี่คือธรรมะของพระพุทธเจ้า _สู่แดนธรรม... ตอนที่พ่อท่านพูดถึงเรื่องบาป บุญไม่มีเหลือแล้ว มีท่านผู้ชมส่งไลน์มาร่วมแสดงความเห็นด้วย บอกว่า พระอรหันต์ไม่มีงานให้บุญได้ทำ บุญ ไม่มีความหมาย บุญไร้ค่า หมดสภาพ พระอรหันต์เก่งแค่ไหนก็ทำบุญไม่ได้อีกแล้ว แม้มีอิทธิฤทธิ์มากปานใดก็ตาม แม้แต่พระพุทธเจ้าก็ทำบุญไม่ได้อีกแล้ว พ่อครูว่า... ท่านก็ตรัสว่าท่าน ปุญญปาปปริกขีโณ ยืนยันเลยในพระสูตรที่ท่านตรัสรู้ ที่พูดถึงวิบากกรรมเก่า ท่านก็บอกเลย มีพยัญชนะบอกว่า ปุญญปาปปริกขีโณ อยู่ในนั้นด้วย _สู่แดนธรรม... ประโยคสุดท้ายเขาบอกมาว่า คนที่จะทำบุญได้ ต้องมีกิเลสอยู่เท่านั้น แล้วที่สำคัญยิ่ง จะต้องใช้ปัญญาโลกุตระไปทำ พ่อครูว่า... ใช่ คนนี้เข้าใจพูดด้วยสำนวนของเขาเอง ชัดเจนเขาบอกถึงความเข้าใจของเขามา คนนี้เข้าใจดี แหม อาตมาก็สบายใจนะ มาเผยแพร่ธรรมะพระพุทธเจ้า คนฟังเข้าใจได้ อย่างนี้ อันนี้สื่อภาษาก็สื่อออกมา เป็นภาษาของเขาแล้วก็สื่อความเข้าใจของเขาออกมาเป็นสภาวะจริงของเขา อาตมาฟังแล้วก็ได้ อาตมาถึงบอกว่าได้ผล อาตมาทำงานได้ผล 651019 ฟังธรรมให้เกิดปัญญาเพื่อสละตัวตน พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ