ประชาธิปไตยโลกุตระเน้นคุณภาพไม่เน้นปริมาณ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.98 KB
วันที่แก้ไข17 ตุลาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

ประชาธิปไตยโลกุตระเน้นคุณภาพไม่เน้นปริมาณ พ่อครูว่า... เพราะฉะนั้นเข้ามาหาความเป็นจริงขณะนี้ อาตมามีความต่างจากโลกียะเขา 180 องศาเลย หันหลังชนกัน เพราะฉะนั้น อาตมามองอันนี้เป็นขาว เขาจะเห็นดำ แล้วเขามองดำของเขาเป็นขาว เป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นอาตมาดูคอมเม้นแล้ว ยิ่งยืนยันชัดเจนเลยว่า โอ้โห…พระพุทธเจ้าตรัสไว้ถูกจริงเลย ไม่มีใครไม่ด่าอาตมาเลย _สู่แดนธรรม... ในบรรดาComment เหล่านี้ คนที่จะเชียร์ พ่อท่านก็ไม่กล้าไป Comment พ่อครูว่า... เขาถูกโลกประชาธิปไตยโลกียะหลอก เป็นประชาธิปไตยปริมาณไม่ใช่ประชาธิปไตยคุณภาพ ไม่ใช่ประชาธิปไตยโลกุตระ ประชาธิปไตยปริมาณ ประชาธิปไตยโลกียะ ประชาธิปไตยไม่เป็นโลกุตระ ประเทศไทยนี้เป็นประชาธิปไตยโลกุตระ มีคนจํานวนจริงๆแล้วไม่น้อย แต่อยู่ลึก เขามี แล้วก็แสดงออกอยู่ ยังไม่ถึงระดับขึ้นมาสมบูรณ์ เปรียบเทียบกับต่างประเทศ ไม่มีประชาธิปไตยโลกุตระ ฟังตรงนี้ดีๆ โลกุตระคืออะไร เมื่อกี้พูดไปแล้ว ทวนใหม่ โลกุตระ คือ ธรรมะที่อยู่เหนือความเป็นโลกปุถุชนปกติ เป็นคุณธรรมขั้นพิเศษที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ด้วยพระองค์เองโดยชอบ แล้วตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง ตรัสรู้อะไร ตรัสรู้ จิตเจตสิกรูปนิพพาน ตรัสรู้เรื่องจิต หรืออีกภาษาทางวิชาการเรียกว่า ปรมัตถธรรม ไม่ใช่สมมติธรรมเท่านั้น ปรมัตถธรรม คือ จิต เจตสิก รูป แล้วถึงนิพพาน เพราะฉะนั้น ผู้ที่รู้รูป รู้จิตเจตสิก รู้จักความเป็น 2 ที่ถูกรู้ด้วยปัญญา กับปัญญาที่แปลว่ารู้สิ่งที่ถูกรู้ ปัญญาเป็นธาตุรู้ความฉลาดโลกุตระ ส่วนปัญญาของชาวโลกนั้น เรียกโดยศัพท์วิชาการว่า เฉโก แต่เขาไม่เข้าใจแล้วเพราะโลกมันมีแต่ เฉโก ใครก็เฉโกหมด แล้วใครก็ไม่เรียก ความรู้ความฉลาด เฉโก เขาไปเรียกปัญญาด้วย ไปเอาคำว่า ปัญญามาตีกิน ซึ่งไปชุบมือ

อ่านต่อ

เปิบเอาภาษาคำว่า ปัญญาของพระพุทธเจ้ามาทำเสียหายหมดเลย เอาปัญญามาเป็นความรู้ของความรู้ความฉลาดแบบโลกียะ เฉโก ซึ่งมันผิด ไปดึงเอาภาษาของพระพุทธเจ้ามาเรียกความรู้ความฉลาด ตัวเองยังเป็นโลกีย์อยู่ _สู่แดนธรรม... ฝรั่งแยกดีเหมือนกันนะครับ เขาเรียกว่า อย่างนี้ว่าเรียกGenius ปัญญา เขาเรียกว่าเอนไลท์เทน จะถึงปัญญาหรือไม่ก็ไม่รู้นะ พ่อครูว่า... ไม่ถึง โลกียะ เทวนิยม ที่เป็นพระเจ้านั้นไม่ถึง ภาษาอังกฤษไม่ถึงโลกุตระ Genius ก็ไม่ถึง Enlighten ก็ไม่ถึง ปัญญา มีความตีกลับมันเป็นศูนย์ โลกุตระไม่มีตัวตน แต่ Genius ฉลาดลึกสูงสุด Enlighten ฉลาดสูงสุดอัจฉริยะ เขาใช้คำว่า อัจฉริยะ เท่านั้นเอง เขาข้ามเขตมาเป็นโลกุตระไม่ได้ พระหลวงพ่อชนะมันล้มล้างโลกโลกียเป็นศูนย์หมดเลย ไม่ยึดถือตัวตนซึ่งพูดกันไม่รู้เรื่อง ทีนี้มาเข้าคำว่าไม่มีตัวตน พระเจ้าไม่รู้จักตัวเอง ยืนยันว่า ไม่รู้จักตัวเองคือ พระเจ้าเอาคำสอนมาประกาศ ขออภัยไม่ใช่พระเจ้า พระศาสดาเอาคำสอนมาประกาศ และไม่รู้ว่าคำสอนนั้นเป็นของตัวเองที่ได้สะสมมาด้วยบารมีตนเอง ไม่รู้ว่าเป็นของตนเอง โอ้โห…เป็นความรู้สูงส่งจังเลย เป็นความรู้ยอดจังเลย เอ๊! คงไม่ใช่ตูหรอก ที่สามารถรู้ขนาดนี้ ต้องเป็นพระบิดาให้มานะ เพราะไม่รู้ว่า ตัวเองสร้างมาด้วยกรรมวิบาก เพราะโลกียะเทวนิยม ไม่รู้จักกรรมวิบาก กรรมเป็นของๆตน กรรมเป็นอันทำ สั่งสมลงเป็นวิบากเป็นผล แล้วก็สั่งสมมาจนกระทั่งกลายเป็นของของตน ได้เป็นศาสดาองค์ใดองค์หนึ่ง ศาสนาทางเทวนิยม ไม่รู้จักกรรมวิบากไม่รู้จักตัวเอง เมื่อไม่รู้จักตัวเองก็เลยไม่รู้จักอนัตตา เพราะฉะนั้นจึงสูญ ไม่มี ไม่มีสูญ มีแต่นิรันดร เทวนิยมหรือโลกียะมีแต่นิรันดรตลอดกาล ไม่สูญ สูญไม่มี สูญไม่ได้ก็เป็นความจริงที่เขาเข้าใจอย่างนั้น แต่ศาสนาพุทธนั้น เข้าใจเหนือกว่านั้น จึงเรียนอุตระ เหนือชั้นกว่า ความมีนิรันดร โลกุตระล้มล้างนิรันดร ล้มล้างให้เป็นความไม่มี ยืนยันได้ตั้งแต่ตอนเป็นๆยังไม่ตาย เป็นอนุปคัมมะ รู้จักความมีกับความไม่มี ทั้งอัตถิ หรือนัตถิ หรือโหติ กับ นโหติ โลกสมุทัยหรือว่าโลกนี้ดูทั้ง 2 อย่าง แล้วก็เรายังมีชีวะ แม้ว่าเราจะจิตของเราไม่ยึดติดว่ามีแล้ว ความไม่มีได้อยู่แล้ว แต่เราก็ยังอยู่กับโลกเขา เขาเห็นว่า เรามี เราก็ไม่มีปัญหาอะไร อย่างอาตมาไม่มีกิเลส เขาก็บอกว่า ไอ้นี่มันศึกษาธรรมะบวชเปล่า ๆ มันไม่รู้เรื่องอะไรเลย ทำไมมันไม่มีธรรมะ ซึ่งอาตมามีจนเขารู้ไม่ได้ มันกลับกันหมดเลย สิริมหามายา ที่เขาเป็นมายาแล้วหลงมายา เขาไม่รู้ว่า สูงสุดคืนสู่สามัญ อะไรพวกนี้ สภาพที่ดำคือขาว ขาวคือดำ พูดไปเหมือนมายากล มีหรือไม่มี ตลบตะแลง แต่มันไม่ใช่ มีก็คือมี ไม่มีก็คือไม่มี ไม่เคยพูดผิด สิริมหามายาไม่เคยพูดผิด _สู่แดนธรรม... แต่ต้องพูดตามที่คุณมองมา พ่อครูว่า... แต่ว่าคุณเอง ตามันไม่เห็นความจริง มันมีแต่ตามายา มันเห็นดำเป็นขาวเห็นขาวเป็นดำ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆเลย เขาไม่ได้แกล้งนะ เขาด่าอาตมา เขาไม่ได้แกล้ง เขาเห็นอย่างนั้นจริงๆอาตมาก็เข้าใจเขา เพราะฉะนั้น ยิ่งดูคอมเม้นด่าอาตมาจึงเห็นชัดเจนว่าจริงอย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้จริงๆ ว่า โลกุตระมันได้สูญไปจริงๆอาตมาเอาโลกุตระมาฟื้นคืนเขาบอกว่า บ้า เป็นพระหรือเปล่ามาจากไหน มาจากอะไรรับที่ไหน มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ซึ่งอาตมาก็ยิ่งเห็นว่า อาตมาทำงานมา 50 ปีได้มากะหยิบหนึ่ง ชาวอโศกที่มาดูและมาเข้าใจ แล้วก็มาเอาตัวเองเอาชีวิตมา อย่างพวกคุณนี่เอาชีวิตมาอย่างนี้ แล้วก็มาตายไปทางนี้เลยอยู่กับชีวิตนี้อย่างนี้จนตาย กลับกันเช่น เอาง่ายๆที่พูดกันอยู่แล้วว่า มาจน มาเป็นคนจน แล้วจริงใจนะที่พูดนี้ ไม่ได้หมายความว่าเสแสร้งเล่นดราม่า เหมือนกับนายโน๊ส อุดม ไม่ใช่นะ นี่เป็นเรื่องจริง จริงๆ เลย มาจน จน คืออะไร จนคือไม่ต้องสะสมเงินทอง เป็นคนวรรณะ 9 อปจยะ ไม่สะสมมักน้อยสันโดษ ใจพอ ขัดเกลากิเลสจนมี 0 อยู่กันอย่างไม่มีตัวมีตนไม่มีของตัวของตน แล้วมารวมกันอยู่ร่วมกันสร้าง ร่วมกันกินร่วมกันใช้ไม่ต้องกินมากใช้มาก ประหยัดมันอยู่ในตัวเลยแล้วมันก็มักน้อยสันโดษไป สบาย เป็นเศรษฐศาสตร์สุดยอด พวกชาวอโศกเป็นผู้ที่บรรลุเศรษฐศาสตร์มนุษย์เศรษฐกิจ ไม่เป็นความเดือดร้อนตัวเองไม่เป็นความเดือดร้อนของสังคม ไม่เป็นความเดือดร้อนของประเทศชาติ ไม่เป็นความเดือดร้อนของโลก แต่เป็นผู้อุ้มชูประเทศชาติอุ้มชูสังคม เป็นผู้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น พูดอย่างนี้เหมือนเอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้คนอื่น ถ้ามันเป็นอย่างที่สู่แดนธรรมว่าเป็น The Great word ไม่ใช่ Big word Big word คือขี้โม้ แต่ถ้าเป็น Great Word มันเป็นสัจธรรมที่ยิ่งใหญ่ เป็นคำใหญ่คำที่ยิ่งใหญ่ 651017 โลกุตระคืออะไร และประชาธิปไตยคุณภาพ รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 59

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน