ความเที่ยงและความไม่เที่ยงที่นิรันดรมีในศาสนาพุทธ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข17 ตุลาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

ความเที่ยงและความไม่เที่ยงที่นิรันดรมีในศาสนาพุทธ _สู่แดนธรรม... ทำอย่างไรจะให้คนเห็นดีขึ้นงามกับความจนมาเข้าถึงความรู้สึกเวทนา พ่อครูว่า... มีนัยยะสำคัญมาก โลกียะเรียกว่า เคหสิตเวทนา 18 ตากระทบรูป หูกระทบเสียง จมูกกระทบกลิ่น ลิ้นกระทบรส โผฏฐัพพะกระทบภายนอก มโนกับธัมมายตนะภายใน 6 ทวาร กระทบแล้วมันจะเกิดสุข ก็ได้เกิดทุกข์ก็ได้ อทุกขมสุข ไม่ทุกข์ไม่สุขเป็นกลางๆก็ได้ อทุกขมสุข อย่างโลกีย์ เขากระทบแล้วเขาก็เฉยๆกลางๆ เป็น อัพยากฤต แยกไม่ออกหรอกเขาไม่รู้เรื่อง แต่ว่าเขาก็ไม่สุขไม่ทุกข์นะเขาก็เฉยๆ อันนี้เรียก อัพยากฤต เป็นความเฉยๆกลางๆแบบ อวิชชา แบบไม่รู้ความจริง เฉยๆ อย่างไม่รู้ความจริงแล้วเขาทำเฉยได้คือ กลวิธี วิธีการอะไรก็แล้วแต่ ทำได้ แต่ของ พระพุทธเจ้านั้นเฉยเพราะรู้จักปฏิจจสมุปบาท ทั้งหมด รู้ว่ามันมีสภาพ 2 สภาพปรุงแต่งกันอยู่ แล้วเกิดวิญญาณเป็นธาตุรู้ แยกออกไปเป็นนามรูป เมื่อมันสัมผัสกัน ก็เป็นอายตนะ คนเข้าใจว่า อายตนะตัวนี้แหละเป็นความรู้สึก อายตนะเป็นความรู้สึก แล้วความรู้สึกนี้ เขาแยกไม่ออกว่ามันเป็น 2 สุขหรือทุกข์ ส่วนผู้ที่รู้ด้วยวิชชาจะรู้ว่า อายตนะมีทั้งสุขและทุกข์ ที่ปรุงแต่งกันอยู่ เป็นเวทนาสุขหรือทุกข์ สุขเพราะเหตุอะไร เพราะเหตุอวิชชา สุขเพราะยึดถือว่ามันมี มันมีสุข มีทุกข์ ที่จริงสุขทุกข์นั้น เป็นความยึดติดของคนที่ ยึดติดทั้ง 2 ข้าง เพราะฉะนั้นผู้ที่รู้แล้วว่าในโลกนี้มันเป็น 2 ข้าง มันมีสุขกับทุกข์ คุณสุข คุณก็เอียงไปข้างหนึ่ง คุณทุกข์ คุณเอียงไปข้างหนึ่ง คุณก็รู้ว่า สุขกับทุกข์มันมี 2 ข้าง แล้วคุณก็ไม่ต้องไปเข้าข้างอันไหนเลยเรียกว่า อนุปคัมมะ เป็นคนที่ชัดเจนแล้ว เป็นคนที่ถึง มัชฌิมะ ทรงไว้ซึ่งมัชเฌนธรรม เป็นธรรมอันเป็น กลาง เป็นกลาง คืออะไร ไม่ใ

อ่านต่อ

ช่เดินอยู่ 2 สาย 2 ข้างแล้วเดินอยู่ตรงกลาง ไม่ใช่ รู้ว่าข้างหนึ่งคือ กาม ข้างหนึ่ง อัตตา ไม่มีอันตาทั้ง 2ข้าง จิต เราไม่มีอันตาไม่มีข้างในเลย จิตเราไม่เอียงไปข้างนั้นข้างนี้ จิตเราเป็นกลาง อุเบกขาแล้ว บริสุทธิ์จากกาม จากอัตตา 2 อย่าง กามคือข้างนอก อัตตาคือข้างใน รู้ทั้ง 2 ด้านเลย ไม่ไปหลงเอาข้างในจนกลายเป็นพญานาค ไม่เอาหลงไปข้างนอกจนเป็นพญาครุฑ ไม่เอา ทั้งสองอย่าง ทั้งสองด้าน ไม่เป็นพญาทั้ง 2 อย่าง ไม่หลงบินเหาะไปเหินหาวจนกระทั่งมีวิมานอยู่ตรงไหนไม่รู้ พญาครุฑ หรือก็จมอยู่ใต้บาดาลที่ไหนก็ไม่รู้เป็นพญานาค นี่ใช้พยัญชนะะสื่อเท่านี้ เพราะฉะนั้น ผู้ที่รู้จัก ต้น กลาง ปลาย ที่แบ่งเป็น 2 ไม่หลง 2 ในมหาจักรวาลนี้ จึงเกิด 2 เท่านั้น ตัวเทวะแปลว่า 2 พยัญชนะ เทวะ หรือเทวดา ชาวเทวะเที่ยง เป็นเทวะ 2 เป็น 1 พระเจ้าเป็นหนึ่ง แล้วไม่เที่ยงไม่แปรปรวนด้วย ซึ่งไม่จริง 2 เป็นตัวแปรปรวนเป็นตัวสังขารอยู่ไม่เที่ยงเสื่อมเป็นธรรมดา สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง เสื่อมเป็นธรรมดานี่เป็นความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้นใครยึดถือความเที่ยงจึงเป็นลัทธิอีกศาสนาหนึ่ง ใครยึดความไม่เที่ยงแล้วเห็นจริงในความไม่เที่ยง นอกจากจะจริงในความไม่เที่ยงแล้วยังเห็นความสูญ สามารถทำสูญได้ สุญญ สุญญตา ทำสูญคืออะไร ทำสูญ คือ ทำจิตนิยามหรือจิตเจตสิกต่างๆให้มันเลิกยึดติดกัน เกาะกันอีก สลายมันเป็นดินน้ำไฟลมได้ นี่คือความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ที่เรียกว่า โลกุตระ ทำความไม่เที่ยง จริงๆแล้วเที่ยง เที่ยงตัวนี้เกินกว่าจะเรียกว่า ไม่มีอยู่ในระหว่าง นิรันตระหรือนิรันดร แปลว่า ไม่มีอยู่ในระหว่าง _สู่แดนธรรม... ถ้ามันเกินกว่าจะคิดว่าอยู่ในระหว่าง พ่อครูว่า... ระหว่างก็ไม่มีแล้วในระหว่างก็ไม่มีแล้ว นิระ ไม่มีเลย มันหายไปจากทุกระหว่าง ไม่มีแม้แต่ในอนาคามี 5 สุทธาวาส 5 ก็ไม่มี ไม่มีในระหว่างไหนเลย อันตราปรินิพพายี ก็ไม่เหลือ ไม่เหลือแม้อันตระ ยิ่งจะไปหลงตัวเองว่า อกนิฏฐะ ข้านี่และใหญ่เป็นพระพรหม เป็นพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ ยิ่งไม่มีใหญ่เลย ในสุทธาวาส 5 ไม่มีเลย เป็นการรู้ยิ่งเห็นจริงแล้วไม่เหลือแม้แต่สุทธาวาส _สู่แดนธรรม... อันนี้เป็นภูมิอนาคามี 5 พ่อครูว่า... ใช่ ชั้นที่ 12 อวิหาสุทธาวาสภูมิ ชั้นที่ 13 อตัปปาสุทธาวาสภูมิ ชั้นที่ 14 สุทัสสาสุทธาวาสภูมิ ชั้นที่ 15 สุทัสสีสุทธาวาสภูมิ ชั้นที่ 16 อกนิฏฐสุทธาวาสภูมิ ไม่มีไม่มีความยึดถือไม่มีความเห็นพวกนี้ พระพุทธเจ้าตรัสว่าเราไม่เคยติดในสุทธาวาสท่านี้เลย ไม่เข้าไปแต่ไม่เข้าไปติด รูปทั้ง 5 แต่เราไม่เข้าไปติดยึดไม่เสียเวลา _สู่แดนธรรม... พ่อท่านอธิบายเรื่องความเที่ยงที่พิเศษใช่ไหมครับ พ่อครูว่า... เที่ยงคืออะไร คือ สูญนิรันดร สูญแล้วนิรันดรเลย สูญแล้วไม่มีอีกเลย นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) สูญแล้วสูญเลย ไม่เวียนกลับมาอีกเลย แต่นิรันดรของโลกียะเขานั้นเที่ยง ไม่สูญ ไม่หายไปไหน ไม่สูญหายไปไหนมีนิรันดร มันเป็นไปไม่ได้มันไม่เที่ยง คุณจะนึกว่าคุณจะยิ่งใหญ่เป็น อกนิฏฐาพรหม ขนาดไหน คุณก็ไม่เที่ยงคุณต้องตกต่ำ แต่เขาไม่รู้ความจริงอันนี้ เพราะฉะนั้นเขาจึง นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) นัตถิอุปมา ไม่มีอะไรจะเทียบเคียง ไม่มีอะไรจะมาอุปมาอุปไมยอีกแล้ว มันยึดหนึ่งเดียว ยึดนี่ละ่ เป็นความยึดอย่างนี้ว่าเที่ยง ยั่งยืนตลอดกาลไม่แปรเปลี่ยนเลย ไม่เป็นอื่นเลย ไม่มีอะไรล้มล้างอีกเลย อกนิฏฐา เทียบ อะไรก็ไม่ได้เพราะมันสูงสุดแล้ว อะไรยอดสุด ไม่มีอะไรมาเทียบอุปมาอุปไมยได้ มันหลงเที่ยง _สู่แดนธรรม... อันนี้เป็นของผู้ที่ได้นิพพานหรือไม่ครับ พ่อครูว่า... เป็นผู้ที่ได้ความรู้ความจริงอันนี้แล้ว มันจึงตรงกันข้ามกับพวกเทวนิยมที่เขามี อเทวนิยมมาล้มล้างอันนี้ทั้งหมด แล้วทำได้จริงด้วย ที่นี้ผู้ที่ทำได้จริงเป็นอมตะ วิมุติหลุดพ้นโลกโลกีย์ได้แล้วก็เป็นอมตะบุคคล อมตะบุคคลคุณจะทำสูญก็ได้หรือไม่เป็นสูญก็ได้ แต่ถ้าทำเป็นสูญแล้ว สูญตลอดนิรันดรเลย ผู้ที่ทำตัวเอง กายสเภทปรัมมาณา หลังจากกายแตกตายแล้ว ปรินิพพานเป็นปริโยสาน คุณจะกลับมาเป็นที่นิยมอีกไม่ได้แล้วอันนี้นิรันดรแท้ๆเลย คุณเป็นดินน้ำไฟลมไปแล้วเลิกจิตนิยามเลิกกันนะสนิท นิรันดรจริงๆเลย กลับมาเป็นตัวเองอีกไม่ได้เลย เห็นไหมมันสุดยอดขนาดไหนความสุดยอด มันเหมือนกับคำว่า เที่ยง มันไม่จริง แต่คำว่า เที่ยง นี้มันสุดความจริงเลย _สู่แดนธรรม... วันนี้ผมได้ฟังคำใหม่ก็ต้องทำใจตามนะครับ เพราะว่าพ่อท่านมีความเที่ยงที่ระลึกยิ่งกว่าความเที่ยง ดีไม่ดีก็จะตีกลับไปว่า พ่อครูว่า... มันเป็นสิริมหามายาเหมือนมายากลับกลอกพูดกลับไปกลับมา ก็คุณนั่นแหละคุณยังตัดสินไม่ได้ว่า มันไม่มี 2 มันมี 1 เดียว ความจริงมันมี 1 เดียว แต่คุณกลับไปกลับมา 2 เอง เพราะว่าคุณเองคุณยังสับสน คุณยังไม่มี 1 เด็ดขาด 0 เด็ดขาด คุณก็ 2 ไป 2 มาอยู่นั่นแหละ _สู่แดนธรรม... แสดงว่าความเป็นสองในจักรวาลที่นอกจากธรรมะทั้งปวงความเป็น 2 นี้เป็นความไม่เที่ยง เป็นไตรลักษณ์ พ่อครูว่า... ใช่จนกว่าจะทำ 1 เที่ยงและทำสูญได้จริงๆ 2 ไม่เที่ยง จนกว่าคุณจะทำสองให้เป็นหนึ่งที่เที่ยงและเป็น0 เลย นี่แหละถึงจะเที่ยง เที่ยงอย่าง นิรันตระ ที่ไม่มีระหว่าง หมดระหว่างเลย นิระ อันตระ หาระหว่างไม่ได้เลยสูญไปเลยอยู่ไหนไม่มี พระวังคีสะ เคาะกะโหลกผู้ตายแล้วหาไม่เจออรหันต์ตายไปไหน จิตวิญญาณเคาะหาอย่างไรก็ไม่เจอแล้ว หายไปเลย 0 เพราะมันแยกเป็นดินน้ำไฟลมไปแล้ว จิตนิยามไม่มีแล้วแยกแม้แต่พืชก็ไม่เหลือ กลายเป็นอุตุธาตุไปเลย เป็นดินน้ำไฟลมไปเลย นี่ถ้าเข้าใจถึงอันนี้ เข้าใจถึง อุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม กรรมนิยาม ธรรมนิยาม ทำได้ด้วยกรรม ผู้ที่ทรงไว้ซึ่งธรรมะเป็นอนุปคัมมะ ก็ทรงไว้ซึ่งอมตะ จะเลิก สูญเมื่อไหร่ก็ได้ จะยังไม่เลิกก็ได้ เป็นโพธิสัตว์ โพธิสัตว์จะตายเมื่อไหร่ก็ได้ จะไม่ตายก็ได้ จะยังเกิดอีกก็ได้ไม่เกิดอีกแล้วสูญไปเลยก็ได้ ปรินิพพานเป็นปริโยสาน ไปเลย _สู่แดนธรรม... หากเทปวันนี้ไปแพร่เขาอาจจะมาว่าพ่อท่านอีก ว่า ตายไปแล้วกลับมาเกิดอีกได้ไง พ่อครูว่า... พูดอย่างไม่สะทกสะท้านอาตมาตายไปแล้วจะกลับมาเกิดอีก จนกว่าจะเป็นพระพุทธเจ้า คุณจะรู้ได้กับอาตมาที่ไหน อาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ7 แล้วเดี๋ยวจะเป็นระดับ 8 ขึ้นเป็นระดับ 9 เป็นพระพุทธเจ้า คุณไม่มีปัญญาไม่มีภูมิจะรู้อาตมา อาตมาเข้าใจ อาตมาก็ไม่ได้ลบหลู่คุณนะ ถ้าคุณไม่รู้จริงๆ อาตมาก็ยิ่งสงสารอยู่เท่านั้นแหละ แล้วคุณก็ต้องด่าอาตมา อาตมาจะไปถือสาเด็กๆทำไม ไม่เดียงสา ไม่รู้จักสภาพสูง คือ ติงสาภูมิ คุณยังไม่มี ติงสา คือยังไม่เดียงสาเลย ฟันน้ำนมยังไม่ขึ้นเลย แล้วจะไปถือสาคุณได้อย่างไร 651017 โลกุตระคืออะไร และประชาธิปไตยคุณภาพ รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 59

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน