ใช้อนุปัสสี 4 เพื่อละอวิชชา 8.docx
เนื้อหาในไฟล์
ใช้อนุปัสสี 4 เพื่อละอวิชชา 8 _สว่างแสง ขวัญดาว . น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงสุดค่ะ พ่อครูคะในอวิชชา ๘ ข้อ ๕ ว่าไม่รู้ในส่วนอดีตที่ไม่เที่ยง พ่อครูว่า... จริงๆต้องพูดให้เต็มว่า อวิชชาสวะ 8 มีอาสวะด้วย ซึ่งมันต่างกัน อวิชชา 8 มันก็อย่างหนึ่ง อวิชชาสวะ 8 มันก็อีกอย่างนึงจะต่างกัน _ ข้อ ๖ ว่าไม่รู้ในส่วนอนาคตที่ไม่เที่ยง ดังนี้ลูกไม่มั่นใจว่าหากเราได้ปฏิบัติอนุปัสสี ๔ ข้อ ๑ คืออนิจจานุปัสสีเห็นความไม่เที่ยง แล้วเราจะพ้นความเป็นผู้ไม้รู้ในอวิชชา ๘ ข้อ ๕ กับ ข้อ ๖ ได้ไหมคะ น้อมกราบนมัสการพ่อครูสุดเศียรสุดเกล้าค่ะ พ่อครูว่า... อนุปัสสี ข้อที่ 1 อนิจจานุปัสสีตามเห็นความไม่เที่ยง อนุปัสสี 4 มันมี 1. ตามเห็นความไม่เที่ยง 2. ตามเห็นความจางคลาย วิราคานุปัสสี 3. นิโรธานุปัสสี ตามเห็นความดับ 4. ตามเห็นปฏินิสสัคคานุปัสสิ ตามเห็นความทวนกลับไปกลับมาได้อย่างรอบถ้วนสลับไปสลับมาได้เป็นปฏินิสสัคคานุปัสสี ก็คงจะไปหมายเอาอันนี้แหละ ข้อ 5 กับข้อ 6 ได้ไหม เอาทีละข้อสิเพราะมันต่างกัน ถ้าไม่ต่างกันท่านจะแยกข้อไปทำไมล่ะ มันต่างกันก็เอาทีละข้อ ตามเห็นความไม่เที่ยงก็ยังนึกตามเห็นความจางคลายก็อย่างหนึ่ง ตามเห็นความดับก็อีกอย่างหนึ่ง ข้อ 5 ของอวิชชา 8 ไม่รู้ในส่วนอดีต อธิบาย กาละ 3 อวิชชาสวะ 8 คือ 1.ไม่รู้..ทุกข์ (ทุกฺเข อญฺญาณํ) 2.ไม่รู้..ทุกขสมุทัย (ทุกฺขสมุทเย อญฺญาณํ) 3.ไม่รู้..ทุกขนิโรธ (ทุกฺขนิโรเธ อญฺญาณํ) 4. ไม่รู้..ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา (มรรคมีองค์ 8) 5.ไม่รู้ในส่วนอดีต (ที่ไม่เที่ยง) ปุพพันเต อัญญาณัง 6.ไม่รู้ในส่วนอนาคต (ที่ไม่เที่ยง) อปรันเต อัญญาณัง 7.ไม่รู้ทั้งส่วนอดีต-ส่วนอนาคต (ไม่รู้สิ่งที่เที่ยงแท้เท่ากันหมดแล้ว)(ปุพพันตาปรันเต อัญญาณัง) 8.ไม่รู้ในธรรมทั
อ่านต่อ
้งหลาย ที่อาศัยกันเกิดขึ้นเป็นห่วงโซ่แห่ง การเกิดทุกข์ หรือดับทุกข์ ตามหลักปฏิจจสมุปบาท (หรืออิทัปปัจจยตา) (พตปฎ. ล.34 ข.691 ว่าด้วย อกุศลเหตุของโมหะ) พ่อครูว่า... ถึงที่ถามมานั้นมันไม่ได้เพราะมันต่างกัน ข้อ 5 กับข้อ 6 นี้ยังไม่เที่ยงอยู่ทั้งคู่ อดีตก็ไม่เที่ยง อนาคตก็ไม่เที่ยง เคยอธิบายแล้ว ที่ไม่เที่ยงเพราะอะไร ที่ไม่เที่ยงเพราะ ปัจจุบันของคุณยังไม่แข็งแรง เหตุปัจจัยเดินทางจากอนาคตมาสู่ปัจจุบันยังไม่ผ่านถึงอดีตนะ คุณสามารถมีกำลังอภิสังขาร มีความสามารถที่จะจัดการกับเหตุปัจจัยที่ขึ้นมาปรุงแต่ง ประสบกับคุณในขณะปัจจุบันนั่นแหละ คุณจะจัดการได้สำเร็จไหม สำเร็จหมายความว่าจัดการกับกิเลสให้มันดับสูญไป คุณจะจัดการกิเลสให้มันดับสูญไปไหม ถ้าคุณสามารถทำได้ก็เกิดภาวะศูนย์ใช่ไหม เมื่อเกิดภาวะสูญ อนาคตผ่านมาถึงปัจจุบัน กิเลส 0 จิตของคุณก็สะอาด จิตสะอาดผ่านไปเป็นอดีต อดีตมีอยู่เท่าไหร่แต่ก่อนนี้ มันก็ไม่มีอะไรไปเติมอดีตอีกเพราะมันสูญ เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าปัจจุบันของคุณทำไม่สำเร็จ อดีตจะเปลี่ยนไหม _สู่แดนธรรม... ไม่เที่ยงครับ พ่อครูว่า... ถ้าคุณทำไม่สำเร็จ มันก็ไปผสมกับอดีตเหมือนเดิมอีกมันก็ไม่เที่ยง อันต่อมาอันที่ 6 อนาคตแน่นอนอนาคตมันยิ่งไม่เที่ยงใหญ่ เพราะเรายังไม่รู้เลยว่ามันจะมามากมายแค่ไหน หากคุณจะเก่งทุกอย่างผ่านมาทุกปัจจุบันคุณจัดการได้เป็น 0 หรือยัง ถ้ายัง อะไรล่ะจะรับผิดชอบได้ว่า คุณจะจัดการให้ทุกอย่างผ่านไปเป็น 0 ได้ เพราะคุณยังไม่มีสมรรถนะเต็มที่เพียงพอ จนกว่าคุณจะมีสมรรถนะเต็มที่เพียงพอ ทุกอย่างมาจากอนาคตพอมาถึงปัจจุบัน รับรองได้ว่าคุณมีเป็นเพชฌฆาตเด็ดขาดกิเลส ตายเด็ดขาด ไม่ผ่านมือไปได้เพราะฉะนั้นอันที่ 5 ที่ 6 จึงต่างกันแน่ ทีนี้อันที่ 7 ทั้งอดีตและอนาคต ท่านไปรวมไว้อีก อาตมาเคยตั้งข้อสังเกตไว้ให้ฟังว่าพระพุทธเจ้าท่านแยกไปเป็นอีกข้อหนึ่ง อดีตกับอนาคตไปร่วมกัน อดีตท่านก็ตรัสไปแล้วอนาคตก็ตรัสไปแล้วแน่นอนก็มีคำอธิบายโดยปริยายไปแล้วแล้วจะไปพูดซ้ำซากอีกทำไม มันต้องมีนัยยะสำคัญที่ต่างกันแน่นอน นั่นหมายความว่า เมื่อกี้พูดไปแล้วถ้าประสิทธิภาพของคุณยังไม่เด็ดขาดไม่เที่ยง แต่นี่เที่ยงแน่ข้อที่ 7 นี้เที่ยงแน่ประสิทธิภาพของคุณต้องเด็ดขาด ผ่านข้อที่ 7 นี้ประสิทธิภาพของคุณเด็ดขาดเที่ยงแน่หมายความว่าทั้งอดีตทั้งอนาคตไม่เหลือหรอ 0 แน่ 0 แน่ 0 อันนี้เป็นผลสำเร็จของผู้ที่จะประสบผลสำเร็จหรือจบกิจด้วย ถ้าไม่เช่นนั้นจะเรียกว่าคนนี้จบกิจไม่ได้ ตัวนี้ต้องผ่านตรงนี้ด้วยถึงจะเรียกว่าจบกิจ สามารถจัดการกิเลสได้เด็ดขาดทุกปัจจุบันที่ผ่านมา ไม่ใช่คนทำเป็นปล่อยปละละเลยกิเลสสั่งสมไปใส่อดีตแล้วจะเรียกว่าคนประสบผลสำเร็จได้อย่างไร บรรลุธรรมสูงสุดได้อย่างไรใช่ไหม มันเป็นอรหันต์ ไม่ได้ _ สู่แดนธรรม... ผมเคยฟังข้อ 5 ของพ่อท่านบอกว่าความไม่รู้ความไม่เที่ยงของพระอรหันต์ท่านสามารถทำกุศลเพิ่มขึ้นได้อีก อันนี้คนที่ไม่รู้ก็ไม่รู้จริงๆว่ากุศลของพระอรหันต์ก็ไม่เที่ยง แต่เขาไม่รู้ก็เลยไม่รู้ในข้อที่ 5 พ่อครูว่า... ก็ไม่ต้องพูดต่อ คุณพูดเติมแล้ว ก็ชัดเจนแล้ว ความไม่เที่ยงแบบนั้นถ้าผ่านปัจจุบันแล้วก็กลายเป็นอดีตมันก็ไม่เที่ยง ส่วนอนาคตนั้นก็ไม่ต้องไปพูดถึงไม่ต้องอธิบาย ละเอาไว้ เพราะฉะนั้นก็ไปสรุปรวมตรงที่ เหมือนกับอริยสัจ 4 ก็รวมลงที่หลักการในการที่จะประพฤติปฏิบัติเพื่อบรรลุนิโรธ อันนี้ก็ฉันเดียวกัน ก็คือหลักการใหญ่ของปฏิจจสมุปบาททั้งหมด ในข้อที่ 8 ปฏิจจสมุปบาททั้งหมด สิ่งที่อาศัยกันเกิด เพราะฉะนั้นผู้ที่จะบรรลุปฏิจจสมุปบาทสำเร็จจริงๆจึงไม่ใช่ผู้ที่มาพูดจ๋อยๆจำ 11 ข้อนี้ได้ก็พูดจ๋อยๆเก่ง มันไม่ทีเดียวหรอก มันต้องมีรายละเอียดให้ศึกษาดีๆ ต่อที่นี่เพิ่งจะได้ข้อเดียว ปาเข้าไป 20 กว่านาทีแล้ว 670126 ตอบปัญหาเพื่อละอวิชชา 8 พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก