สื่อธรรมะพ่อครู(บวร) ตอน โรงเรียนของชาวอโศกเป็นแบบบวร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข1 ธันวาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(บวร) ตอน โรงเรียนของชาวอโศกเป็นแบบบวร เป็นเรื่องของเงินทองเป็นเรื่องของชุมชน อาตมาทำงานศาสนา จะไม่เหมือนกับทางศาสนากระแสหลักทำงานศาสนา อาตมาทำงานศาสนามันแปลก ตรงที่ว่า มันทำงานแล้วเกิดบวร เกิดบ้านวัดโรงเรียน เพราะฉะนั้นในชุมชนจะมีบ้านวัดโรงเรียน เกิดชุมชนนั่นแหละคือเกิดบ้าน อาตมาทำงานศาสนาและมันเกิดอย่างนั้น มันไม่เกิดโดดเดี่ยว ไม่ใช่ว่า วัดเขาอยู่โดดเดี่ยว บ้านและโรงเรียนก็โดดเดี่ยวไปบริหารกันเอง มันไม่ใช่อย่างนั้น มันเป็นมาตั้งแต่ต้นเลยเรื่องบวร ชาวอโศกมีบ้านวัดโรงเรียนมาตั้งแต่ต้น แต่อาตมาไม่ได้มาชี้ มาดึงมาพูดให้ชัดเป็นบ้านวัดโรงเรียนสามเส้า แต่มันเป็นมาตั้งแต่ต้น แต่ทางกระแสหลักนั้นเขาแตกแยก วัดก็จะมีกำแพงใหญ่ที่ขอบเขตไปด้วย ว่านี่ขอบเขตวัด แต่ก่อนมีโรงเรียนอยู่ในวัด แต่เดี๋ยวนี้แยกโรงเรียนออกไปหมดแล้ว มีวัดที่สอนบาลีอยู่บ้าง แต่ของชาวอโศกนี้มีครบบ้านวัดโรงเรียน แต่ของทางด้านโน้นแยกกันหมด เดี๋ยวนี้แยกชัดแล้วบ้านวัดโรงเรียน สมณะฟ้าไทว่า...ของเขานี้ยิ่งอยู่ยิ่งแยก แต่ของพ่อครูยิ่งอยู่ยิ่งรวมยิ่งเป็นอันเดียว พ่อครูว่า อยู่รวมกันเป็นสังคมองค์รวม มีพระสมณะอยู่ร่วมฆราวาสญาติโยม มีเด็ก มีโรงเรียน สอนการศึกษา ที่เอาเยาวชนให้การศึกษามาพร้อมกับสอนธรรมะ ผู้ใหญ่ไม่ต้องเข้าโรงเรียนแล้วก็ไม่เป็นไร ก็สอนธรรมะ แต่ว่าเด็กๆต้องสอนการศึกษาหลักสูตรทางกระทรวงเขาด้วย โลกเขาเป็นอย่างนั้นแล้ว เราก็ช่วยหมด เราก็มีการศึกษาอย่างนั้นหมด แต่จริงๆแล้วก็คือบ้านมีการสอนธรรมะ มีโรงเรียน เรามีทั้ง 3 อย่างนี้ ทีนี้ ไปเข้าใจว่าโรงเรียนนี้สอนเด็ก แต่ที่จริงแล้วโรงเรียนมีการสอนธรรมะ เราก็เลยพ่วงเด็ก แต่จริงๆแล้วตั้งใจว่ามีโรงเรียนเพื่อสอนธรรมะกับประชากร แต่อาตมาก็น่าเสียดายและน่าส

อ่านต่อ

งสาร คนที่เข้ามาในวัด มารับธรรมะ ฟังเทศน์ ทำกิจอะไรที่จะเป็นทานศีลภาวนา วัดอโศกหรือว่า ชุมชนชาวอโศก คนที่เขาเป็นพุทธศาสนิกชนนั้น บอกว่าวัดอโศก มันใช่วัดพุทธศาสนาหรือเปล่า ก็จะไม่เข้ามา คนเข้ามานั้นคือคนที่เข้าใจและก็จะมา แล้วก็จะมีจำนวนเท่านี้ จำนวนที่จะเติมมากันทั้งหมู่บ้าน ทั้งญาติใกล้ไกล แหม? ไม่ค่อยมี เพราะฉะนั้นก็จะเห็นแต่หน้าซ้ำๆเก่าๆ หน้ามีสนิมมีอะไรอย่างนี้ สนิมอโศก อยู่อย่างนี้ ไม่ค่อยมีหน้าแปลกๆใหม่ๆ หน้าโลกีย์ ผ่องๆผุดๆ มีฉาบไปด้วยราศีของโลกีย์ไม่ค่อยมี ซึ่งก็ดีนะ มันเป็นกำแพงไร้สภาพที่คนมานั้นเข้าไม่ติด คนที่ไม่ชัดเจนในเนื้อหาสาระ เพราะอะไร เพราะว่าอโศกนี่คือแดนพุทธ แผ่นดินพุทธ คนเข้ามาในที่นี้คือคนพุทธ มีปฏิภาณปัญญารู้ว่าจะต้องเข้ามาศึกษา ต้องมาทำทานศีลภาวนาในแผ่นดินพุทธ แดนอื่น ขออภัย มันไม่ใช่แดนพุทธแล้ว คนที่มีปัญญาจึงเข้ามาศึกษาในแดนนี้ ถ้าคนไม่มีปัญญาไม่มาเอาหรอก คนที่เข้ามานั้นมีปัญญารู้ว่าพุทธเป็นอย่างนี้เอง ถึงกระนั้นก็ตามคนรู้ว่าแดนนี้เป็นแดนพุทธ แต่ก็ไม่กล้าเข้ามา เพราะว่าเจียมตัว สอง ถ้าเข้ามาแล้ว ไม่กล้านั่นแหละหนึ่งเจียมตัวว่า เข้ามาแล้วเราจะปฏิบัติได้หรือไม่นะเขาอยู่กันอย่างเคร่งครัด ที่จริงแล้วเราไม่ได้แกล้ง เรายังมีทางที่จะไปสู่ความสูงได้อีกตั้งเยอะ เรามีสัมมาทิฏฐิ จุดสัมมาทิฏฐิอยู่ตรงนี้ ที่ศาสนาพุทธเป็นอยู่นั้นมันมิจฉาทิฐิทางโน้น ตรงนี้ถูก หากใกล้ที่สุดก็ถูก แต่มันไม่ค่อยใกล้หรอก ชาวพุทธในประเทศไทยไปออกห่างจากจุดสัมมาทิฏฐิมากมาย เราเริ่มเดินไปทางสัมมาทิฏฐิได้นิดเดียว เขาก็หาว่าเราสุดโต่ง ทั้งที่คุณนั้นสุดโต่งไปทางขุมนรกไปไกล เขาก็มองจากจุดโน้นมา ไม่เข้าใจว่าสัมมาทิฏฐิ หรือจุดเริ่มต้นที่จะเข้ากระแสศาสนาพุทธมันอยู่ตรงไหน สมณะฟ้าไทว่า...ในธัมมจักกัปปวัตตนสูตรบอกว่าความสุดโต่งนั้นมี 2 ทางคือกามกับอัตตา พ่อครูว่า...เราล้างทั้งกามและอัตตา แต่เขาสุดโต่งไปทั้งกามและอัตตา เขาแตกกันเองว่าเป็น พระป่า พระบ้าน คามวาสีอรัญญวาสีเขาไปตั้งเองในศาสนาพุทธไม่มีหรอก เขาแยกกันเอง อาตมาเอาจุดผิดมาเปิดเผย เป็นจุดไม่ดีเอามาพูด พูดไปแล้ว ไม่รู้จะทำอย่างไร เลี่ยงไม่ออกที่จะต้องพูด ถ้าพูดสิ่งที่ผิดสิ่งที่ไม่ดีก็เข้ากระแสหลักที่สังคมชาวพุทธเป็นกันทั้งประเทศ มาพูดสิ่งที่ถูกมันก็ ดันมาถูกต้องในชาวอโศกก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร มันเลี่ยงไม่ออกจริงๆ ไม่รู้จะทำอย่างไร ส่วนคนกลางๆ ก็เชิญ ถ้าเห็นว่าชาวพุทธถูกต้องคือชาวอโศกก็เข้ามา อยากให้มาศึกษามาเข้ามารับ ไม่ต้องกลัวหรอก พูดไปแล้วว่าเขารู้ว่าอโศกนั้นถูก แต่เขาไม่กล้ามาเพราะว่ากระแสอิทธิพลครอบงำอโศกไว้ อย่าเข้ามานะที่นี่ เดี๋ยวไปทางโน้นไม่ได้เลย ไปวัดโน้นไม่ได้เลย มันเป็นอิทธิพลใหญ่ กลัวจะถูกล้างสมอง เขาไม่กล้า เขารู้ว่าดีแต่ไม่กล้ามา เพราะกลัวจะเข้าวัดโน้นไม่ได้ เพราะเขาต้องอยู่กับวัดทางโน้น เป็นเรื่องที่เห็นใจมากไม่รู้จะทำอย่างไร อาตมาว่ากล้าๆเถอะ เข้ามาเถอะ เห็นว่าถูกต้องก็มา ถ้าหากเห็นว่าไม่ถูกต้อง เขาก็ไม่มาหรอก เขาก็ว่าก็ด่า เพราะฉะนั้นทุกวันนี้เด็กใหม่ๆวัยรุ่น ผู้ที่เป็นชนรุ่นหลังจึงเห็นคล้อยตาม ผู้ที่เอาใจใส่ธรรมะที่ดีที่ถูกบ้างก็จะรู้ตามบ้าง องค์รวม ก็จะบอกว่าธรรมะ ต้องเป็นไปตามกระแสหลักตามที่ประชาชนเห็นไปทางโน้นก็ต้องคอยตาม เขาจะมาทางอโศกไม่ได้ เพราะทางโน้นประกาศว่าอโศกเป็นภัยต่อศาสนา เป็นตัวทำลายศาสนาพุทธ เขาปกาสนียกรรมอย่างนั้นเลย จนเดี๋ยวนี้ก็เป็นตราที่ไม่ถอด อยู่ที่หน้าผากชาวอโศก เป็นอย่างนั้นเลย ก็เป็นเวรเป็นภัยเป็นบาปของเขา ที่มากั้นอันนี้ คนกั้นก็บาป แต่ คนเข้าใจแม้จะรู้ว่าถูกต้องก็ยังไม่กล้าเข้ามาสู่อโศก คนที่เข้ามาอโศกโดยไม่เคอะเขิน เข้ามาอย่างไม่หวั่นเกรงทางโน้นเลย โอ้โห เป็นคนที่มีใจกล้าหาญมาก ที่แหวกค่านิยมองค์รวม สังคมส่วนใหญ่ของประเทศ เข้ามาอยู่ศึกษา มาปฏิบัติธรรมกับชาวอโศก มาทำงานร่วมกับชาวอโศก กล้ามาก ไม่ได้แกล้งพูด สมณะฟ้าไทว่า...แม้แต่เด็กนักเรียนพ่อแม่จะพามาเรียนถ้าไม่แน่จริงๆไม่กล้า มาสมัคร พ่อครูว่า..เด็กนักเรียนที่กล้ามาเรียนที่นี่ หากว่าพ่อแม่ไม่กล้าจริง 2 พ่อแม่จน ก็ส่งมาเรียนที่นี่ เพราะว่าที่นี่ไม่ได้เก็บสตางค์ค่าอะไรเลย ค่าบำรุงค่าอะไรก็ไม่มีเลย นอกจากไม่เก็บค่าอะไรแล้ว เลี้ยงทุกอย่างเหมือนลูกเหมือนหลาน พ่อแม่เมื่อเอาเด็กมาไว้ที่นี่ก็ไปทำมาหากินของคุณเองเลย นอกจากเด็กจะอ้อนขอเงินมาใช้ ซื้อขนมมากิน แต่ที่นี่ก็มีให้แล้ว ไม่อยากไปรบกวนที่บ้านเลย เด็กส่วนใหญ่ก็ไม่ไปรบกวนอะไรมากมาย คือช่วยสังคม ช่วยประชาชน เลี้ยงลูกให้ประชาชน ช่วยสอนเด็กให้มีความรู้ เบื้องต้นในชั้นประถมมัธยม ตามหลักสูตรของกระทรวง ช่วยรัฐบาล ชุมชนชาวอโศกทำอย่างนั้นทั้งนั้น ที่ตั้งโรงเรียนมาก็ช่วยรัฐบาล สมณะฟ้าไทว่า...แม้แต่เงินค่าหัวของรัฐบาลที่ให้มาใช้ในการสอนเด็ก หากเราใช้เหลือเราก็คืนรัฐบาล บางอย่างเราไม่เห็นว่าจำเป็นจะต้องซื้อ เราก็ไม่ได้ซื้อให้แล้วเราก็คืนเงินทางรัฐบาลไป พ่อครูว่า...พูดไปแล้วก็เหมือนกับคุยตัว วันนี้ไม่เจตนาเอาเรื่องนี้มาพูดนะ แต่พูดไปพูดมามันก็เป็นอิทัปปัจจยตา จริงๆแล้วอาตมาว่า อาตมาเกิดมาเป็น มนุษย์แล้วมาทำงานทางด้านสังคม ทางด้านศาสนา อาตมาว่าได้มาปฏิบัติธรรมะพระพุทธเจ้า ได้ช่วยประเทศชาติได้ช่วยสังคมและช่วยมนุษยชาติ จริงๆ โดยศาสนา จะช่วยได้ คนที่มาปฏิบัติธรรมมาเรียนรู้กับชาวอโศก จะอยู่เย็นเป็นสุข ตามที่รัฐบาลต้องการทั้งนั้น เพราะฉะนั้นประชากรประชาชนมาปฏิบัติธรรม กับชาวอโศกแล้วจะไม่มีปัญหาจะอยู่สงบสุขเป็นพลเมืองดีของสังคม ตามที่ผู้บริหารประเทศต้องการทั้งนั้นขอยืนยัน จะผิดกฎหมาย จะมีศีลมีธรรม จะทำสัมมาอาชีพจะไม่เกิดเรื่องเดือดร้อนอะไรต่ออะไรต่างๆนานา บริหารง่าย ตามที่ผู้บริหารประเทศต้องการได้หมด สมณะฟ้าไทว่า...เราพาเด็กทำงาน เขามีประเทศไทย 4.0 จะมีเทคโนโลยีอะไรมากมาย ของเราให้เด็กไปจับเคียวเกี่ยวข้าวแบกข้าว มันตรงกันข้ามกับเขาเลย แต่ของเราเด็กจะมีความสงบสุข ไม่มีความวุ่นวายแบบนั้น เขาทำไปอย่างสนุกสนานตามประสา เรามีเป้าหมายว่า ทุกวันนี้ ปกครองประชาชนยาก แต่เราอยู่กับเด็กอย่างมีความสุข สุขภาพกายและใจก็ดีไม่เดือดร้อน พ่อครูว่า...เด็กของชาวอโศกจะไม่มีเด็กที่ไปตีกันเป็นเด็กแว้น ตามที่เป็นปัญหาของสังคมนักเรียน มีปัญหา กามด้วย โทสมูลด้วย ไม่มี สมณะฟ้าไทว่า..ถ้ามีเทคโนโลยีก็จะตีกัน มีเคียวอยู่ในมือ ถ้าจิตใจไม่ดีก็จะตีกันได้แต่เราไม่มี ทำได้อย่างสงบสุขตามประสา พ่อครูว่า...พูดไปก็เหมือนกับยกยอตัวเองมากมายก็ต้องขออภัยหากใครรู้สึก อย่างนั้น 601120_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ทำสติเต็มร้อยด้วยสามัญผลสูตร

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน