630423 คนจนที่สำเร็จมรรคผลของพุทธ.docx
เนื้อหาในไฟล์
630423 คนจนที่สำเร็จมรรคผลของพุทธ
อาถาวร : ได้ฟังพ่อท่านเทศน์มาศีลสมาธิปัญญา ผมยังมีความข้องใจอยู่ว่าบุคคลปฏิบัติศีลสมาธิปัญญาก็สมบูรณ์แล้ว เมื่อถึงวิมุติ ถ้าเราเสียชีวิตไปก็ถือว่า เราได้แก้วเปล่าไป คือผมสงสัยคำว่า แก้วเปล่าไป ขอให้พ่อท่านตอบเป็นปรมัตถ์ จิตเจตสิก หน่อยครับว่า แก้วเปล่าสื่อความหมายว่าเป็นอยางไรครับ พ่อครู : คนที่ศึกษาศีลสมาธิปัญญา วิมุติ แต่เสร็จแล้วได้แต่แก้วเปล่าไป ก็แสดงว่าศึกษาแต่ ปาก ศึกษาโดยพยัญชนะ ศึกษาโดยบัญญัติความหมาย แต่ไม่รู้ความจริงว่าตัวเองได้ปฏิบัติศีล ซึ่งองค์รวมองค์ธรรมของศีลสมาธิปัญญามันไม่ได้แยกกันเลย พูดถึงศีลเมื่อไหร่ก็ต้องหมายถึงการจะต้องปฏิบัติเพื่อให้เกิดอธิจิตให้เกิดอธิปัญญา และผลของมันก็จะเป็นวิมุติ มันไม่ขาดกันมันขาดกันไม่ได้ มันเป็นองค์ธรรมที่จะต้องอยู่ร่วมกันและจะต้องทำงานร่วมกัน เพราะงั้นผู้ใดที่เข้าใจความจริงอันนี้ แล้วปฏิบัติ ไม่ใช่เอาแต่ศึกษาพยัญชนะ เอาแต่ศึกษาแต่รู้ภาษาเฉยๆ แล้วก็ไม่ได้เกิดผลอะไร อย่างชาวอโศกเราเนี่ยรู้ภาษาและก็รู้ความหมาย แล้วก็เอาไปปฏิบัติประพฤติทางกายกรรมวจีกรรม โดยเฉพาะมโนที่เป็นจิต มันรู้ตั้งแต่ความหมายเข้าใจ แล้วก็ปฏิบัติแล้วจะเกิดผลทางจิต กายกรรมก็เกิดแน่นอน เพราะมันรู้ก่อนจิต มันเห็นได้ง่ายมันหยาบ ก็รู้ผลมันเกิดผลจริงๆ ยกตัวอย่างเช่น ศีลข้อ ๑ คือสัตว์ตัวจริงตัวประเสริฐที่เราเกี่ยวข้องสัมผัสกัน เราก็เมตตาเขา ไม่เคยคิดโกรธคิดเคือง ไม่เคยคิดชัง มีแต่พยายามที่จะประสาน เขาจะร้ายกับเราอย่างไง เราก็ประสานประสานกับเขาอย่างนี้ ที่เราทำมาเนี่ย มาถึงวันนี้แล้วนี่นะ ๔๐ ๕๐ ปี เขาชังเราเขาพยายามทำร้ายเรา ทำลายเราต่างๆนาๆเรา เรายืนยันว่าเราถูก เราดี ท่านนะเข้าใจผิดนะ มาทุกวันนี้เรายังยืนยันยังพูดอยู่ว่าเราผ
อ่านต่อ
ิด เข้าใจผิดอย่างนี้อย่างนี้ เขาก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง เราก็ยืนยัน แล้วมันก็จะเกิดผลว่า เพราะเรามั่นใจว่านี่ถูกต้องแล้วเราก็ปฏิบัติไปเรื่อยๆ พฤติกรรมที่ปฏิบัติแล้วมันก็สั่งสมผล เกิดผล งานของบุญ คือ ชำระกิเลส มีคำ คนมีคุณ บุญมีค้ำ กิจกรรมมีผลเจริญ คนมีคุณก็คือ คนมีปัญญา มีความดี มีความรู้ ถูกต้องก็เลยดำเนิน โดยเฉพาะมีปัญญาหรือมีความรู้ถูกต้อง นี่เรียกว่าสัมมาทิฏฐิ แล้วก็เลยสัมมาปฏิบัติ พอเกิดสัมมาทิฎฐิ แล้วสัมมาปฏิบัติ ก็คนมีคุณบุญมีค้ำ บุญก็คือตัวชำระกิเลส คำว่าบุญ เครื่องชำระกิเลสมันก็เลยถูกต้องตามสัมมา สัมมาทิฏฐิ สัมมาปฏิบัติ บุญก็เลยเกิดพลังงานที่ถูกต้องมันชำระกิเลสจริง มันก็เลยเป็นคนมีคุณบุญมีค้ำ บุญก็เลยได้ชำระกิเลสได้ค้ำจุน ชีวิตค้ำจุนสังคมมนุษย์ชาติที่เราทำกัน จนมาถึงวันนี้กิจกรรมต่างๆ กิจการต่างๆที่เราจะต้องมีกรรม มีกิริยา มีการกระทำอยู่ เมื่อมันถูกต้องสัมมาทิฏฐิ สัมมาปฏิบัติและกิเลสมันถูกกำจัดชำระลงไปได้เรื่อยๆจริงๆ กิจกรรมต่างๆก็แสดงถึงผลเจริญผลเจริญของชาวอโศกยืนยันได้ว่ามาถูกต้องแล้วเป็นอย่างไร เป็นคนจนได้สำเร็จ จนคือไม่สะสม ไม่กอบโกย มีวรรณะ ๙ คนจนคือคนมีวรรณะ ๙ คนจนคือคนมีสาราณียธรรม ๖ ขยายความวรรณะ ๙ ขยายความสาราณียธรรม ๖ ให้ฟังจะเข้าใจชัดเจนเลยว่า เป้าหมายของศาสนาพุทธ ทำให้คนมาถึงจุดนี้จริงๆเลย จริงถึงจุดนี้จริงๆสำเร็จแล้วเห็นขอยืนยันคำตอบเป็นรูปธรรมก็ชาวอโศกนี่ไง คนมีวรรณะ ๙ แล้ว เป็นคนสำเร็จสาธารณโภคี เป็นคนที่มีสาราณียธรรม ๖ สำเร็จถึงขั้นสาธารณโภคี อยู่กันด้วยเมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม ลาภที่ได้มาโดยธรรมมาเป็นส่วนกลาง แล้วก็แบ่งกินแบ่งใช้กัน แล้วก็ปฏิบัติตามศีลสามัญญตา ทิฏฐิสามัญญตา ไปเรื่อยๆ เจริญขึ้นเจริญขึ้นไปเรื่อยๆ คือ วรรณ ๙ ก็เป็นคนเลี้ยงง่ายเห็นไหม อยู่กันอย่างเลี้ยงง่ายบำรุงง่าย พยายามพัฒนาให้เจริญขึ้นง่าย เป็นคนมักน้อย มักน้อยก็คือจน กล้าจน ไม่เอามากหรอก เอาจนๆมีน้อยๆ เป็นคนมักน้อย เป็นคนสันโดษพอ จนก็พอน้อยๆแค่นี้ เราไม่ได้ริษยาคนที่เขาว่าร่ำรวย ธรรมะปีใหม่เขาบอกว่า โอ้โหอย่างนั้นประเสริฐอย่างนั้นเริ่ดเรอ อย่างนั้นเป็นแฟชั่นน่าจะเอาอย่าง น่าได้น่ามีน่าเอาตามเขา มีปัญญารู้เลยว่า เรามีจุดพอแล้ว กินเท่านี้อยู่เท่านี้ แต่งตัวเท่านี้ มีใช้เท่านี้ เกื้อกูลกันอย่างนี้ มันมีจุดจบของใจพอ เพราะฉะนั้นสันโดษใจพอ แล้วก็ปฏิบัติไปตามลำดับขั้น ขัดเกลาตัวเอง สันเลขะ ทูตะตามศีลเจริญขึ้นเจริญขึ้น ก็ยิ่งเกิดการเจริญได้ภาษาธิกะ กายกรรมน่านับถือ กายกรรมวจีกรรมมโนกรรม เป็นสิ่งที่น่านับถือ น่ายอมรับ ย่อมได้ภาษาฐิโก และข้อสำคัญจุดจบของท่าน ๒ ข้อ ไม่สะสม อัปปจายะ และวิริยารัมภะ เป็นตัวจบยืนยันเลยว่า คนไม่สะสมเลยนะทำเท่าไหร่แจกอยู่ที่ศูนย์ ไม่กลัวตายไม่กลัวหมด เพราะโครงสร้างของสังคมมันครบ มีสาธารณโภคีมีคนขยัน คนขี้เกียจไม่มี เพราะวิริยารัมภะคนขี้เกียจไม่มี พ้นอบายมุขข้อความขี้เกียจ เพราะฉะนั้นทุกคนต่างทำต่างสร้าง ต่างไม่เอา หลักเศรษฐศาสตร์พวกนี้นี่ ถ้านักเศรษฐศาสตร์ของโลกมาศึกษาดีๆจะเห็นว่า ทฤษฎีหลักการของพระพุทธเจ้านี้ มันจบในตัวของหลักเศรษฐศาสตร์เนี่ย อาตมาภูมิใจที่อาตมาเอาทฤษฎีของพระพุทธเจ้ามาให้พวกเราศึกษาและปฏิบัติได้ถูกต้องสมบูรณ์ด้วย ลงตัวจบบริบูรณ์เลยจน 0 0 0 0 และ 0 0 แล้ว เอาขึ้นมาให้เห็นแล้วบอกอาตมาแล้ว คือเวลาหมดแล้ว
ถอดข้อความโดย อุทัย