สูงสุดของความรู้โลกุตระในยุคนี้มีอยู่ที่พ่อครู.docx
เนื้อหาในไฟล์
สูงสุดของความรู้โลกุตระในยุคนี้มีอยู่ที่พ่อครู _สู่แดนธรรม.. พระพุทธเจ้าท่านมีความสูงส่ง แต่ท่านก็มีการโกนศีรษะ ซึ่งสมัยก่อนถือว่าการโกนศีรษะ ถือว่าเป็นคนต่ำ พระพุทธเจ้าเป็นคนสูงส่งแต่ทำไมมีการกระทำย้อนแย้งที่ดูเหมือนต่ำ พ่อครูว่า... สภาวะในโลกมี 2 สูงกับต่ำเป็นสมมติ เพราะฉะนั้นคนยึดในสมมุติความสูงความต่ำ เราก็รู้จักสมมุติโลกเขา เขาสมมุติว่าอันนี้สูงกว่า อันนี้ต่ำกว่าเท่านี้ เราก็รู้ตาม เราอยู่กับคนในโลกก็เข้าใจตามเขา ประพฤติปฏิบัติตามเขา อย่างเช่นว่าอาตมา จริงๆแล้ว ขออภัยขอพูดความจริง อาตมาเกิดมาในชาตินี้เป็นไก่ตัวพี่ อาตมาสูงสุดในเรื่องโลกุตรธรรม แต่คนที่ไม่รู้เขาว่าอาตมาต่ำที่สุด ผิดด้วย ไม่ใช่ชาวพุทธ ไม่ได้เป็นพุทธเลย ไม่ได้เอาธรรมะพระพุทธเจ้ามาพูด พูดแล้วเขาถือว่า ผิดด้วย อย่างที่เขาได้เข้าใจ แล้วทำกับอาตมา อาตมาก็ไม่ได้ไปติดใจ เพราะอาตมาบังคับเขาไม่ได้ จะให้เขามารู้และเชื่ออย่างที่อาตมาพูด ทำไม่ได้หรอกของใครของมัน เพราะฉะนั้น สรุปแล้วความถูกความผิด ความสูงความต่ำ ความเป็นสภาพ 2 มันไม่สามารถที่จะให้ใครมาเข้าใจว่า มันไม่มีอะไรมันเป็นสมมุติกันทั้งนั้น ใครที่ยึดติดสมมุติอยู่กับเรื่องของเขา ใครที่เข้าใจแล้วไม่ติดในสมมุติ สมมุติเป็นเพียงอุปาทานของคน เมื่อยึดแล้วก็อยากได้เป็นตัณหาขึ้นมา แล้วเป็นภพชาติอยู่เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น ใครเข้าใจแค่นี้ ไม่ต้องมีตัณหา อุปาทานไม่ต้องมีภพชาติก็จบ ก็สบายตัวไป ก็อยู่อย่างจบกิจเลย รู้กันอย่างจริงเท่านี้เอง เพราะฉะนั้น ความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าจึงเป็นความตรัสรู้ที่สมบูรณ์สุด ไม่มีอะไรที่จะต้องรู้อีกแล้ว และรอบที่ตัดสุด แค่เป็น อรหันต์ ก็ตัดสุดแล้วจึงรู้โลกว่า คนต่างๆยึดอะไรสารพัดยึดติด ตามที่เขายึดก็ช่วยเขา ให้เขาเข้าใจว่า อย่าไ
อ่านต่อ
ปยึดเลย ไม่ยึดแล้วก็หมดแล้วก็อยู่ มีหลักประกันทุกอย่าง จะอยู่ก็อยู่อย่างคนที่มีประโยชน์ คนที่ดี ไม่เป็นโทษภัยอะไรเลย เพราะฉะนั้น คนที่ไม่รู้สาระ ไม่รู้เหตุผล ว่า ถ้าคุณจะมีจิตวิญญาณเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏสงสารนี้ อย่างเทวนิยมโลกียะ เขาจะไม่มีทางรู้เลย ยิ่งเพื่อนคุณที่บอกว่าไม่มีศาสนา เขาจะไม่มีภูมิธรรมจะรู้อันนี้ได้หรอก จะมารู้โลกุตรธรรม เขาก็เวียนว่ายตายเกิดไปตามวิบาก ขนาดพระศาสดาทุกองค์ของเทวนิยม แต่ละศาสนายังไม่รู้เลยว่า ตัวเองจะเวียนว่ายตายเกิด ศาสนาเทวนิยมไม่ได้คงที่ทุกองค์ ไม่มีองค์ไหนคงที่ เกิดมาวนเวียนจะเป็นคนตกต่ำได้อีกเยอะแยะ จนกว่าจะได้มาเป็นศาสนาพุทธ จนกว่าจะได้มารับ อัญญธาตุ จนกว่าจะได้โลกุตรธรรม จะพัฒนาตัวเองสูงสุดไม่มีตกต่ำเลย เกิดอีกก็เป็นคนสูงสุด ขออภัย ชาตินี้อาตมาเกิดมาอาตมาใหญ่ที่สุดในเรื่องธรรมะ ในยุคนี้ อาตมาเป็นไก่ตัวพี่ ไม่มีใครรู้ธรรมะโลกุตรธรรมเท่าอาตมาหรอกในยุคนี้ ในยุค 2,500 ปีนี้ หรือในช่วง ที่อาตมาเกิดอยู่ ไม่มีใครรู้เท่าอาตมา อาตมาเป็นไก่ตัวพี่ อาตมาพูดความจริง คนที่มีชีวิตร่วมอยู่ในยุคอาตมา กว่าจะดับขันธ์หายไป 100 ปีประมาณนั้น อาตมา คงจะอยู่ร้อยปีได้ไม่มีใครเท่าอาตมา อาตมาพูดความจริงอาตมาพูดความจริงไม่ได้อาตมาพูดเท็จไม่ได้ บาปใหญ่นะถ้าเท็จ แต่ขอยืนยันว่าพูดจริง คนที่ศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าเท่านั้นจะมีจริงได้อย่างอาตมา แบบพระพุทธเจ้าตรัสมีทางนี้ทางเดียวที่จะรู้ความจริง สูงสุดจนกระทั่งมีกับไม่มี ทำความมีกับความไม่มี ได้สำเร็จ พูดถึงเรื่องความมีกับความไม่มี มันก็สุดยอดแล้ว แต่คนเข้าใจไม่ค่อยได้ก็ไปติดที่ความมี เพราะเขาทำความไม่มีไม่เป็น อย่างเช่นเทวนิยม ความมีของพระเจ้านิรันดรแล้วก็ยึดถือความรู้ของตัวเองและก็ไม่รู้ตัวเองว่า ตัวเองได้มาอย่างไร ก็เลยไปยกให้กับผู้ที่ลึกลับคือ พระเจ้า พระเจ้าเป็นผู้ให้มา พระเจ้าเป็นเจ้าของธรรมะ ทั้งๆที่มันเป็นของตัวเอง เป็นกรรมวิบากของตัวเองที่ทำได้ ของตัวเองแต่ละศาสดาเทวนิยม ก็ต่างคนต่างสะสมวิบาก ต่างคนต่างสะสมความรู้ แล้วมาแข่งกัน ส่วนของพระพุทธเจ้าศาสนาพุทธไม่แข่งกัน พระพุทธเจ้ามีองค์เดียวในยุคไหนก็มีพระพุทธเจ้าองค์เดียวไม่มีแข่งกัน อย่าว่าแต่พระพุทธเจ้ามีองค์เดียวเลย ขออภัย ในยุคนี้ก็ไม่มีใครแข่งอาตมา เขาก็แข่งแต่ก็แข่งด้วยความไม่รู้ โดยสัจจะนี้เขารู้สู้อาตมาไม่ได้ เขาไม่ได้รู้โลกุตรธรรมอย่างที่อาตมาสาธยาย ต่อให้เขาเรียนจนหัวผุหัวพัง เป็นผู้คงแก่เรียนสักเท่าใด ก็ไม่สามารถสาธยายสภาวธรรมกับบัญญัติอย่างที่อาตมาสาธยายนี้ไม่ได้ ต้องขออภัย อาตมาเกรงใจๆ ที่ต้องพูดว่า ตัวเองยิ่งใหญ่ ตัวเองสูงแล้วมันสูงจริงๆ ในยุคที่ไม่มีพระพุทธเจ้าก็มีอาตมา หรือมีสัตบุรุษมีผู้รู้สุดยอดรองจากพระพุทธเจ้า เกิดมาในยุคหนึ่งๆ ซึ่งอันนี้คือสภาวะของธรรมะพระพุทธเจ้าที่มีผู้สืบทอดจนกว่าจะหมดยุค ธรรมะของพระพุทธเจ้าไม่ใช่ธรรมะของพระเจ้า เพราะธรรมะของพระเจ้านั้นอยู่ในกรอบ ศาสดาองค์ใดมีความรู้ของตัวเอง ก็อยู่ในกรอบของตัวเอง พระเจ้าของตัวเองมีความรู้เท่านั้นก็เท่านั้น แล้วยึดถือความรู้เท่านั้นไม่ยอมให้อันอื่นมาเจือปน ไม่ขึ้นกับกาละเทศะฐานะ เที่ยงๆ ซึ่งความจริงมันไม่เที่ยง โลกมันเคลื่อนไปตลอดทุกเวลา มันเที่ยงที่ไหนเล่า แค่กาละเวลาก็ไม่เที่ยง ยังเคลื่อน ไม่อยู่อย่างเก่า อะไรอย่างอื่นที่จะมาผสมกัน ความร้อนความเย็น แม้แต่วัตถุแท่งก้อนอีก มันไม่มีเท่ากัน ไม่มีคงเดิมมัน ไม่เที่ยง มันมีขยายขึ้นกับเสื่อมลง จะอยู่กับปัจจุบันเป็นปัจจุบันที่สั้นนิดเดียว เพราะฉะนั้น ทุกอย่างมันไม่มีอะไรจริงเท่ากับปัจจุบันและปัจจุบันนี้จริงเที่ยงเล็กนิดเดียว 650905 ประโยชน์อันสูงสุดจากศาสนาที่มนุษย์พึงได้ รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 53