ศาสนาพุทธมีประโยชน์อะไรให้แก่มวลมนุษยชาติ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.63 KB
วันที่แก้ไข5 กันยายน 2565

เนื้อหาในไฟล์

ศาสนาพุทธมีประโยชน์อะไรให้แก่มวลมนุษยชาติ _สู่แดนธรรม... คนที่เขาไม่นับถือศาสนาพระเจ้าเพราะเขาไม่สามารถจับต้องด้วยเหตุผลได้ และไม่เห็นประโยชน์อะไรจากการศรัทธาในพระเจ้า ส่วนศาสนาพุทธนั้น พระพุทธเจ้าเป็นคนเดินดิน คนทุกคน แต่สามารถเป็นพระศาสดาได้ ศาสนาพุทธไม่อ้างถึงพระบิดา ไม่อ้างถึงพระเจ้า ศาสนาพุทธมีประโยชน์อะไรให้แก่มวลมนุษยชาติ ศาสนาเทวนิยมที่มีพระเจ้ายังไงบ้างครับ พ่อครูว่า... ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่สามารถมีความรู้ความฉลาด คุณจะหมายถึงหรือคุณจะเข้าใจเอาอย่างไรก็เข้าใจเอา ว่าคนจะมีความรู้ความฉลาด เป็นความรู้ความฉลาดที่ยิ่งใหญ่ ที่รู้จักรู้แจ้งรู้จริงได้ทั้งหมดเลยว่า เราเกิดมาเป็นคน มีชีวิต มีจิตวิญญาณ และมันจะต้องเป็นคนอยู่นิรันดรหรือ มันคืออะไรแน่ มันจะต้องเป็นคนอยู่ในโลกมีพฤติกรรม ดี ชั่ว พฤติกรรม รวย จน พฤติกรรม สุข พฤติกรรมทุกข์ มีคู่ ดีชั่ว รวยจน สุขทุกข์ เป็นสิ่งที่เปรียบเทียบกันเป็นคู่ทุกอย่าง ตั้งแต่ธุลีละออง 2 ปรมาณูก็มีความแตกต่างกัน และก็จะมีความแตกต่างกันเป็นคู่อย่างนี้ เพราะอะไร เพราะคนเป็นธาตุคู่ คือมีสิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่ง สิ่งหนึ่งนั้น เป็นสิ่งที่ถูกรู้เรียกว่า รูป อีกสิ่งหนึ่งเป็นตัวผู้รู้เองเรียกว่า นาม เมื่อมีนามเกิดขึ้นในตัวที่เกิดเป็นคน เป็นมนุษย์ขึ้นมาในโลก มีจิตนิยาม มีจิตวิญญาณ ก็จะต้องมีความรู้เรียกว่า รูปนาม จะต้องมีคู่ 2 อย่าง ในสามัญ ธาตุ ดินน้ำลมไฟหรือฟิสิกส์ทั้งหลายก็มีคู่คือ บวกกับลบ หรือเพิ่มขึ้นมาสูงอีกหน่อย ใช้วิชาการทางศาสนาก็ด้วยความเป็นคู่ ปุริสภาวะ กับ อิตถีภาวะ เป็น 2 เพศ 2 อย่าง แตกต่างกัน แล้วก็ไม่รู้ความจบของ 2 อย่างนี้ ไม่รู้ความจบของความเป็น 2 รวมลงเป็นหนึ่งไม่ได้ ที่สุดแห่งที่สุด ไม่รู้ว่า จิตวิญญาณนี้ อนัตตา เกิดมาเ

อ่านต่อ

ป็นคนนี้ มันเป็นแค่สองสิ่งที่ปรุงแต่งกันอยู่ เกี่ยวข้องสังขาร อยู่รวมกันอย่างไม่แยกจากกันได้เลยตลอดนิรันดรของเทวนิยมทั้งหมด แต่พระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ว่า มันแยกกันได้ และแยกกันหมดไปเลย จิตวิญญาณหายพระเจ้าหาย ธาตุรู้หาย ธาตุรู้ ความรับรู้ของความเป็นเรา ของความเป็นตัวตนของความเป็นอัตตา ของชีวิตชีวิตหนึ่งที่เป็นมนุษย์ มันเลิกไปจากโลกจากมหาจักรวาลนี้ จากกาละ time ของมหาจักรวาล ไอสไตน์ค้นพบ Space and Time of Continuum หมายความว่าเป็นความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ปรุงแต่งกันอยู่ในปัจจุบันนั้นระหว่างสิ่งหนึ่ง กับกาละ สิ่งนั้นคือ Space ทุกอย่างในอวกาศในมหาจักรวาล กับกาละ and Time และเวลา นั่นคือ ไอน์สไตน์ค้นพบ พระพุทธเจ้าค้นพบเหมือนกัน Space and Time พระพุทธเจ้าก็รู้ว่ามันง่าย แต่พระพุทธเจ้าค้นพบถึง Khamma and Time of continuum แล้วที่สุดเลย เลิกกรรมจากกาละเลิก สลายธาตุอัตตาให้หมดไปจากกาละไม่เหลือเลย สูญหายเป็น ดิน น้ำ ไฟ ลม ไปเลยได้ นี่คือความรู้ความฉลาดต้องมีเหตุมีผลมีสภาพ 2 คือเหตุและปัจจัย เพราะฉะนั้นเหตุและปัจจัยที่เป็นปฏิจจสมุปบาท เป็นเรื่องที่เพราะอันนี้จึงมีอันนี้ พระพุทธเจ้าจึงมีความรู้หรือความฉลาดที่เรียกว่า วิชชา รู้จักเริ่มตั้งแต่ ธาตุ 2 ธาตุ รูปกับนาม เกี่ยวเกาะ ปรุงแต่งกันอยู่ตั้งแต่ 2 ธาตุจนถึงนับไม่ถ้วน สังขารวิญญาณไปเป็นวิญญาณนามรูปแล้วก็เรียนรู้แยกได้ว่า มันมาจับตัวกันเรียกว่าอายตนะ กระทบกันไปกระทบกันมา จึงจะเกิดภาวะต่างๆ และภาวะต่างๆนั้นคือเรียกว่าความรู้สึกเรียกว่าเวทนา แล้วก็ความรู้สึกนี่แหละมันไม่หมดไปในมหาจักรวาล พระพุทธเจ้าจึงให้เรียนรู้เวทนาให้ชัด จบเวทนา รู้จักเหตุที่ทำให้เกิดเวทนา ดับเหตุเสียทุกอย่างก็ดับที่เวทนา ตัวการที่ทำให้เวทนาไม่ดับก็คือตัณหาอุปาทาน ตัณหาอะไร ตัณหามันยังติดสุข เสพสุข ยึดสุข แต่ในสุขในทุกข์ มันเป็นภาวะ 2 ที่แยกกันไม่ได้ เขาก็ไม่รู้ เขาก็หนี้ความทุกข์แสวงหาความสุข วนอยู่ตลอดกาลนานของธาตุรู้ คือจิตนิยามวนเวียนอยู่ในวัฏสงสารอยู่นิรันดร ชาวเทวนิยมต่างๆอยู่ในนิรันดรทั้งหมด พระพุทธเจ้าค้นพบว่า เลิกความเป็นนิรันดรได้ สลายธาตุรู้สลายวิญญาณสลายพระเจ้า สลายจิตวิญญาณนี้เป็นดินน้ำไฟลมของตนเองไปเลยเลิกเลย หรือจะไม่เลิกจะอยู่ ตัวเองก็อยู่อย่างไม่ต้องทุกข์ต้องสุข นอกจากไม่ต้องทุกข์ต้องสุขแล้วเป็นธาตุรู้ มันเป็นธาตุที่นิยามที่ ถ้าอยู่ก็มีแต่ธาตุดีไม่ชั่วเลย สัพพปาปสอกรณัง(ไม่ทำบาปทั้งปวง) กุสลสูปสัมปทา(ทำกุศลให้ถึงพร้อม) สจิตตปริโยทปนัง(ชำระจิตของตนให้ผ่องแผ้วจากกิเลส) ได้ล้างความโง่วิชชาได้หมดแล้วจึงสามารถรักษาธาตุรู้นี้ให้เป็นธาตุรู้ที่ได้อยู่ดีก็มีประโยชน์ตลอด ที่อยู่นิรันดรก็เชิญ หรือจะแยกเป็นสูญสลายถ้าดูนั้นเป็นศูนย์ไปเลย ก็ได้ จบ นี่คือความรู้ความฉลาดที่มีทั้งเหตุและผล มีทั้งสุดยอดที่มนุษย์จะพึงรู้สึกคือเวทนา หรือจะเรียกได้ภาษาโลกๆเขา ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาจีนอะไรก็แล้วแต่ที่หมายถึงเวทนา หมายถึงความรู้สึกนี้ เรียนรู้ความรู้สึกตัวนี้ รู้ธาตุคู่ที่เป็นเวทนา จะรู้ทุกอย่างของจิตนิยาม และสามารถที่จะสลายจิตนิยามได้ หรือจะมีจิตนิยามอยู่ก็อยู่อย่างดีอย่างประเสริฐอย่างไม่เป็นพิษเป็นภัยอะไรอยู่ในโลกอีก นิรันดร ถ้าจะอยู่นิรันดร แต่ผู้รู้แล้ว ไม่อยู่นิรันดรหรอก เพราะถ้าจะอยู่ก็เป็นธาตุคู่ ธาตุคู่ที่ร้ายที่สุดก็คือความสุขความทุกข์ ที่มันมีตั้งแต่ หยาบ กลาง ละเอียด ที่สุด แม้ที่สุดทุกข์เพราะ ภาราหเวปัญจขันธา ทุกข์เพราะตัวเองต้องมีขันธ์ 5 ต้องมี รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ซึ่งเป็นภาระที่สุด ภาราหเวปัญจขันธา ต้องบริหารให้มัน ต้องเจ็บต้องป่วย มันต้องเกิดตายวนแล้วเวียนเล่า คุณรู้จักความวน เลิกความวนจบไม่เกิดอีก ไม่มีอีกไม่เป็นอีก ศูนย์ไปเลย นี่คือ ความรู้สึกยอดที่มีพระพุทธเจ้ามี สิ่งที่คุณพูดถึงใครที่เขาไม่มีศาสนาเพราะเขาไม่รู้ว่ามีประโยชน์อะไร ไม่มีเหตุไม่มีผล ตอนนี้มีทุกอย่างมีเหตุมีผลมีประโยชน์มีโทษเขารู้หมด แล้วก็สามารถที่จะแยกถ้าตัวเองให้เป็นศูนย์ได้ด้วย คุณอยากจบก็จบไปด้วย คุณไม่อยากจบคุณจะเป็นคนดีที่สุดอยู่เหนือความทุกข์ความสุขคุณก็อยู่ได้ 650905 ประโยชน์อันสูงสุดจากศาสนาที่มนุษย์พึงได้ รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 53

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน