ทำไมเชื่อว่าชาติหน้ามีจริง.docx
เนื้อหาในไฟล์
ทำไมเชื่อว่าชาติหน้ามีจริง _กุญแจ เงินทอง : ทำไมจึงเชื่อ...ว่าชาตินี้ ชาติหน้าโลกนี้ โลกหน้ามีจริงๆครับ !? พ่อครูว่า..เรื่องนี้อธิบายกันได้อีกหลายปี หัวข้อนี้ ทำไมถึงเชื่อว่าชาตินี้ชาติหน้าโลกนี้โลกหน้ามีจริง เอาอย่างนี้ จุดแรก ศาสนาเทวนิยมชัดเจนเลย อย่างเช่น ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลามเป็นต้น เขาจะไม่มีชาติหน้า เขามีชาติเดียว ความเชื่อเขามีชาติเดียว ตายแล้วก็จบ ไปอยู่กับพระเจ้า อาตมาเคยวิจัยเรื่องนี้ว่า คนที่มีความคิดว่าตายและชาติเดียวแล้วไปอยู่กับพระเจ้า มันเป็นความคิดที่ครบทั้งสัสสตทิฏฐิและอุจเฉทิฏฐิ มีทั้งตายแล้วสูญแล้วก็ไปอยู่กับพระเจ้านิรันดรเป็นมิจฉาทิฐิครบสมบูรณ์แบบ ศาสนาเทวนิยมโดยเฉพาะศาสนาใหญ่ๆที่พูดไปแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสงสารไม่มีชาติต่อไป ไม่มีการ rebirth ไม่มีการตายแล้วเกิดใหม่อีก ที่เป็นจิตนิยม จิตนิยามเริ่มตั้งแต่สัตว์เซลล์เดียว จนกระทั่งเป็นสัตว์ล้านเซลล์จนกระทั่งมาเป็นมนุษย์ จนมาเป็นพระศาสดาเป็นพระพุทธเจ้านั่นแหละ จะเข้าใจเรื่องของจิตนิยามอย่างดี มีศาสนาพุทธที่สามารถรู้จักพลักงานที่เป็นจิตวิญญาณ แล้วสามารถรู้ครบในเรื่องพลังงานจิตวิญญาณนี้ จนกระทั่งสามารถทำให้จิตวิญญาณนี้อยู่ในสภาพ พีชนิยาม ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข ทำให้สภาพจิตนิยาม หรือพีชนิยามไปเป็นอุตุนิยาม ทำให้ธาตุจิตแยกเป็นดินน้ำไฟลมได้ด้วย ผู้ที่เป็นอรหันต์แล้วทำได้ทุกองค์ เพราะฉะนั้นผู้ที่สามารถเรียนรู้จิตเจตสิก รูป นิพพาน เรียนรู้พลังงานนี้ในศาสนาพุทธจึงสามารถที่จะรู้ความจริงของทั้งโลก โลกที่มีดินน้ำไฟลม รูปที่มีพืชพันธุ์ธัญญาหาร โลกที่มีสัตว์ตั้งแต่สัตว์เดรัจฉานทั้งเซลล์เดียว 2 เซลล์ 5 เซลล์ 1 เซลล์ล้านเซลล์ จนกระทั่งมาเป็นมนุษย์หมดทุกอย่าง รู้กันจนกระทั่งสุดท้ายสามารถสลายอัตภาพ หมดอัตภาพหมดตัวตน
อ่านต่อ
สูญสลายเป็นปรินิพพานเป็นปริโยสานไม่มีอะไรอีก ดับอัตตา อัตภาพได้ ซึ่งอันนี้ตรงกันข้ามกับเทวนิยมที่ตายไปแล้วไปอยู่กับพระเจ้านิรันดรไม่มีศูนย์ จิตวิญญาณ 0 ไม่ได้ เขาทำไม่ได้เขาไม่มีทางศูนย์ แล้วเขาก็เชื่อมั่นว่าไม่มีทางศูนย์ด้วยเพราะเขาไม่มีความรู้ที่พาไปหาศูนย์ ในคนเป็นๆในตอนเป็นๆก็ไม่มีความรู้อันนี้ในชีวิตเป็นๆก็ไม่มีความรู้ ถึงไม่มีพฤติกรรมไม่มีจิตใจ ที่จะเป็นคนที่ไม่มีความเป็นอัตภาพ ที่จะไม่มีอัตตา อัตนียาตอนเป็น ๆ เป็นคนที่ไม่ได้ทำเพื่อตัวเพื่อตนไม่ได้เห็นแก่ตัวแก่ตนเลย การงานที่ทำมีแต่ กัมมัญญา ทำเพื่อผู้อื่นทั้งนั้นเลย แต่ไม่ใช่โง่จนกระทั่งทำให้ตัวเองเสียสุขภาพ ทำให้ตัวเองทำอะไรไม่ดีไม่งาม ไม่ใช่ มีซ้อน สู่แดนธรรม...เหมือนพ่อท่านพูดโลกซ้อนกันสองโลก พ่อครูว่า..เพราะฉะนั้นพระอรหันต์หรือพระโพธิสัตว์จึงเป็นคนสองโลก เป็นคนที่รู้จักโลกนี้ดีทุกอย่างแล้วก็อยู่กับโลกนี้ ช่วยเหลือโลกนี้ ให้เป็นผู้ที่อยู่เหนือโลก อย่าไปทำร้ายโลก จะไปทำร้ายสัตว์โลก อย่าไปทำชั่วทำบาป จึงเป็นสัพพปาปัสสอกรณัง จึงไม่มีการทำบาปทำชั่วทั้งปวง มีแต่ทำกุศลสิ่งที่ดีสิ่งที่ประเสริฐ ส่วนตัวเองนั้นหมดแล้วทำแต่ดีคือหมดการทำชั่วแล้วทำแต่ดี 2. ไม่เป็นสุขไม่เป็นทุกข์ ไม่ได้ทำเพื่อนี่ ไม่ได้ทำเพื่ออะไรเลยแต่เพื่อปัจจุบันธรรม เพื่อสัตว์โลกทั้งหลายเพื่อมวลมนุษยชาติ พืชพันธุ์ธัญญาหารไม่เกี่ยวกับคำว่าบาป แต่สัตว์โลกทั้งหลายมีกรรมมีวิบากเชื่อมโยงกันติดต่อกันสัมพันธ์ จนกระทั่งรู้ละเอียดถึงพลังงานสภาวะที่จะเกี่ยวเกาะกัน เกี่ยวเกาะกันในแนวลึกซ้อนเกินกว่าจะคิด ยกตัวอย่างว่า ศาสนาพุทธไม่พากินเนื้อสัตว์ กินเนื้อสัตว์นั้นสัตว์มันตายแล้วจึงไปกิน โดยเฉพาะการไปฆ่ามากินจะไม่ทำ คนที่บอกว่าไม่ได้ฆ่าคนอื่นฆ่า ก็พอได้ พระพุทธเจ้าถึงอธิบาย ปวัตตมังสะ สัตว์ที่มันตายเอง หรือเดนสัตว์กิน เขาทิ้งแล้วไม่มีเจ้าของ ปวัตตมังสะมีสองอย่าง สัตว์ตายเองกับเดนสัตว์กิน ถ้าหากไปรอกินเนื้อสัตว์แบบนั้นก็ตายซะก่อนแล้ว สรุป ความลึกซึ้งซับซ้อนธรรมะพระพุทธเจ้ามีครบสมบูรณ์แบบจริงๆ 630518_รายการเอื้อไออุ่นออนไลน์(สำมะปี๋ซี่วิต) ครั้งที่ 4 ภูผาฟ้าน้ำ ดอยรายฯ พวธ.