เลี้ยงสัตว์เป็นการเพิ่มวิบาก.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.37 KB
วันที่แก้ไข30 กันยายน 2563

เนื้อหาในไฟล์

เลี้ยงสัตว์เป็นการเพิ่มวิบาก _นิติภูมิ สวนรวย ทำไมถึงทำร้ายสัตว์ด้วยคำพูด เคยเห็นแต่พระมีเมตตานี่ครั้งแรกในชีวิตที่พบเห็นเฮ้อ..หมดศรัทธา เราอยากให้ท่านใช้สมองในการพูด ความคิดแบบนี้สึกไปเหอะขอร้อง ไม่เหมาะที่จะถือศีล ขอโทษรับไม่ได้ เลว แกแหละที่โง่ไปตายซะ พ่อครูว่า...เรื่องไม่ให้เลี้ยงหมาแมว..อาตมาเคยบอกว่าอย่าไปเลี้ยงสัตว์ มันมองคนละมุมกันนี่แหละสิริมหามายา คนที่จะเข้าใจความจริงที่จริง ว่าการเป็นวิบากซึ่งกันและกันระหว่างคนกับสัตว์ คนมีวิบากของคน สัตว์ก็มีวิบากของสัตว์ มันร่วมกันมาเยอะแล้วไม่รู้กี่ชาติ เพราะฉะนั้นสัตว์ใดที่มันจะมีวิบากมาใกล้เรา มันก็มีวิถีของวิบากของมันมาหาเรา เราก็จะต้อง อย่าให้มีวิบากแก่กันและกันอีกเลย สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อยู่กันไปของใครของมัน สู่แดนธรรม...ยกตัวอย่างที่พ่อท่านว่า มันจะเป็นวิบาก พันไปพันมาไม่รู้กี่ชาติดีไม่ดีได้ภรรยาสามีเป็นแมวเป็นหมา คนนี้แหละมีเมียเป็นหมามีผัวเป็นหมา พ่อครูว่า...อันนี้เรื่องจริง ผู้หญิงก็มีสามีเป็นหมาได้ นี่ก็คือเรื่องที่ฟังแล้วพูดแล้วก็แหม น่าสะอิดสะเอียน สรุปง่ายๆว่า กรรมที่ร่วมกันแค่มารู้จักกัน แค่มาพบกันก็เป็นกรรมวิบาก เมื่อมาพบกันแล้ว มีใจศรศิลป์จะกินกันถูกโฉลกกันหรือคบกันแล้วไม่ชอบ ดีไม่ดีมันไม่ชอบใจกันถึงขนาดไม่อยากจะให้อยู่ร่วมโลกด้วยกันเลย มันก็เป็นได้ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเราทำให้จิตเป็นกลาง ทั้งไม่รักทั้งไม่ชัง ทั้งไม่ผลักทั้งไม่ดูด เราทำของเราจบที่เรา เราไปบังคับให้คนอื่นเป็นอย่างเราไม่ได้ บอกกันได้ แต่เขาจะทำหรือไม่ทำเขาจะทำได้หรือไม่ได้ก็อยู่ที่เขา เรามีหน้าที่ทำนาของเราอย่าไปวุ่นนาคนอื่น สัตว์แต่ละสัตว์เมื่อเราเองเกิดมาแล้ววิบากเราก

อ่านต่อ

็ยังไม่หมด มันยังมีวิบากของเราอีกตั้งเยอะแยะ แล้วจะต้องให้มามีปฏิกิริยากันไปกันมาอีกทำไม อย่างน้อยเขามีข้างเดียวเราวางอโหสิ เราปล่อยไป เธอก็อยู่ตามยถากรรมเราก็ไปอยู่ตามเรา มันก็เป็นการปลดปล่อย แล้วมันเลี่ยงไม่ได้ สัตว์กับคน โดยเฉพาะคนกับคน หรือแม้แต่สัตว์เดรัจฉานที่จะใกล้ชิดเช่นช้างม้าวัวควายก็ใกล้ชิด ก็อย่าไปสร้างวิบากมาอีก ก็ปล่อยมันไปตามยถากรรม ยิ่งสัตว์ห่างๆอย่าไปเอามาวุ่นวาย ไม่ต้องไปแสวงหา ดีไม่ดีก็ไปสร้างวิบากไปฆ่ามันเล่นหรือไปเอามันมาเลี้ยง โอ๊ แบบนี้มันแปลก ไปเอามาจากป่าอเมซอน ไปซื้อมาก็ตามเอามาเลี้ยงมันแปลก ไม่เคยมีวิบากกันมาคุณก็ไปสร้างวิบาก นี่คือความไม่รู้ของคน วิบากมันมีอยู่ระหว่างสัตว์กับสัตว์ สัตว์กับคนมันมีมหาศาล ผู้ที่จะหวังไปนิพพานจริงๆอย่าไปต่อวิบาก อาตมาก็รู้สึกว่า ตัวเองอธิบายมาหลายทีก็ยังไม่เก่งเท่าไหร่ แต่ก็คงจะพอเข้าใจเพิ่มขึ้นอีกนะ เพราะฉะนั้น เรื่องของการสัมพันธ์กัน คำความว่าเป็นสัตว์นี่ พระพุทธเจ้ายกให้เป็นศีลข้อที่ 1 ในจุลศีลก็มีบอกไว้อีกเยอะ ว่า สัตว์นี่ อย่าไปเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ ท่านจัดหมวดของสัตว์ไว้ แพะ แกะ ไก่ สุกร ช้าง โค ม้า ลา มี 3 หมวด แพะแกะ เขาเลี้ยง เอานม เอาขนมัน อาศัยจากตัวมัน ขนหรือนมก็เป็นสิทธิของมัน คุณเข้าไปเอาเปรียบไปเบียดเบียน ไก่ กับ สุกร นี่ล่อเนื้อมันเลย โค ม้า ลา เล่นแรงงาน นี่คือนัยที่ต่างกัน ทำไมต้องแยก 3 ข้อ ๑๘. เธอเว้นขาดจากการรับแพะและแกะ. ๑๙. เธอเว้นขาดจากการรับไก่และสุกร. ๒๐. เธอเว้นขาดจากการรับช้าง โค ม้า และลา.

ไม่ได้หมายถึงว่าที่เอ่ยชื่อสัตว์นี้เท่านั้นแต่ตัดที่เข้ากระบวนการเหล่านี้ ที่ต้องอาศัยส่วนต่างๆของมันมาใช้ หรือไปกินเนื้อมัน ก็ละไว้ในฐานที่เข้าใจ อะไรที่เข้า นัย อย่างนี้ ก็อย่าไปเกี่ยวข้อง สรุปแล้วทั้ง 3 อย่างนี้ สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้นจงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่ามีเวรแก่กันและกันเลย แล้วคุณไปหาเวรใส่ตัวเองทำไม ท่องอยู่นั่นแหละบ่นอยู่นั่นแหละไปหาสิ่งที่พัวพันไม่หลุดเกี่ยวข้องไปเพิ่มขึ้นอีก เราตัดแล้ว แต่เขาไม่ตัด สัตว์ไม่ตัดก็ไม่เป็นไร แบบนี้ยิ่งไปทำให้ผูกพันมากขึ้นอีก แล้วเมื่อไหร่คุณจะไปนิพพาน นี่ลึกซึ้งอย่างนี้เป็นต้น ที่คัดสิ่งที่เขาติเตียน ข่มมานี้ดี จะได้อธิบาย ที่เป็นคำชมไม่ต้องก็ได้ คำชมนี้เป็นคำร้ายด้วยซ้ำ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ที่อาตมาให้เอาไปโผดก็คือให้ปล่อยในที่ที่มันจะอยู่ได้ ไม่ใช่ทำให้มันตาย ปล่อยให้มันอยู่ร่วมกันในฝูงของมันจะเหมาะที่สุด

630717_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาพาให้ลดวิบากกรรม

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน