การเลิกกามคุณ 5 เป็นเรื่องยากแต่เป็นไปได้.docx
เนื้อหาในไฟล์
การเลิกกามคุณ 5 เป็นเรื่องยากแต่เป็นไปได้ _สุทธิศักดิ์ เจวรัมย์ : ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยในเรื่องเลิกกามคุณ5 พ่อครูว่า...นี่แหละ ถูกต้องที่สุด คนจะรู้จัก กามคุณ 5 เห็นว่า กามนี้เป็นโทษ ภาษาบาลีว่า กามาทีนว เห็นกามเป็นโทษ คนที่ยังอวิชายังมิจฉาทิฏฐิ ติดใจในรสของกาม เสพกามแล้วรสนั้นจะเป็นสวรรค์ เรียกว่าสัคคะ ในอนุปุพพิกถา 5 มี 1. ทาน 2. ศีล 3. สัคคะ 4. กามาทีนว 5. เนกขัมมานิสังสา เนกขัมมานิสังสาคือ อานิสงส์ของการออกจากกาม กามาทีนว คือโทษของกาม สัคคะ คือ สวรรค์ ทานก็ดี ศีลก็ดี ได้สวรรค์ แต่สวรรค์นั้นยังเป็นโลกีย์อยู่ เพราะฉะนั้นคนก็ไม่เข้าใจสวรรค์ ก็ยังยึดถือในสวรรค์ ยังติดในสวรรค์อยู่ไปหลงสวรรค์อยู่ คุณทานสุจริต ทานที่จริงมันละเอียดซับซ้อนไปอีกว่าแม้แต่ว่าคุณให้ทานอย่างไม่สุจริต มีความซับซ้อนขี้โกงเหมือนธัมมชโย ขี้โกงเงินเขามาแล้วเอามาทำทาน คนก็ไม่รู้ เพราะเขาปิดบังไม่ให้ใครรู้ แต่เวลาทำทาน ออกข่าวถ่ายทอดโฆษณาให้คนอื่นมารู้เห็น ซึ่งมันก็เป็นกุศลอยู่ ใครก็เห็นว่าดี หลอกเขาให้เห็นว่าดี ดีก็ไม่ดีแท้ ดีปลอมดีหลอก แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การให้นี่ ตัวให้หรือทานตัวเดียวนี่แหละ ให้แล้วทุจริตขี้โกง มันก็ยังให้ เดี๋ยวจะบอกให้สิ่งที่เป็นปัจจัยชีวิต ถ้าหากให้มีดปืนมันก็ไม่ดีเท่ากับสิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญกับชีวิตให้ข้าวให้น้ำให้ที่อยู่อาศัย ที่เป็นปัจจัย 4 ดีกว่า เอาไปให้มีดไปให้ปืนเป็นอาวุธได้เลวร้าย ให้ไปแล้วก็เอาไปฆ่าแกงกันในสังคม ชาวอโศกจึงไม่ส่งเสริมเรื่องเหล่านี้ เป็นตายร้ายดี เราจะไม่ใช้อาวุธอย่างเด็ดขาด ใครจะใช้อาวุธฆ่าเรา เราก็ยอมตาย แต่เราไปชุมนุมกันมาตั้ง 3-4 รัฐบาล พวกเราก็ไม่มีใครเสียชีวิต บาดเจ็บก็ไม่มี อันนี้เป็นเรื่อง อจินไตย ไม่ใช่ว่าเราหนีออกจากสนามนะ บางทีมันมีระ
อ่านต่อ
เบิดลงข้างๆเราก็มี อย่างอาตมานี่เป้านิ่งอยู่บนเวที หากเขาใช้ Sniper ไม่มีพลาดแน่ ขออภัยนะ มันเป็นอานิสงส์ ไม่ใช่ไปท้าทาย การให้มันดีอยู่แล้วโดยง่ายๆตื้นๆ ในบารมี 10 ทัศ ทานเป็นอันแรก ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน แล้วก็เมตตากับอุเบกขา เป็นบารมี 10 เมื่อจะปฏิบัติธรรม ทานก็ดีศีลก็ดีและต่อๆไป แม้แต่เนกขัมมะ ปัญญา ขันติ สัจจะ อธิษฐานก็ทำให้เกิดกระบวนการเจริญของจิต จนจบ จบแล้วเป็นผู้เป็นอรหันต์ ก็จะใช้จิตตัวปลายคู่หนึ่งเรียกว่าเมตตาบารมีกับอุเบกขาบารมี มาทำงาน แล้วทำงานอะไร ทำงานทาน ให้ๆๆๆ อย่างอาตมาซาบซึ้งดี ถ้าเรามีจิต สาเปกโขแม้นิดนึงก็ไม่ดีแล้ว ล.23 ข.49 ทานสูตร เทวดา 6 อย่าง พรหม 1 อย่าง อันที่ 1 จาตุมหาราชิกา(ท้าวกุเวร ท้าววิรุฬหก ท้าวธตรฐ ท้าววิรูปักษ์) คือ ทำทานแล้ว 1. ยังมีความหวังให้ทาน สาเปกฺโข(มุ่งหวัง) ทานํ เทติ 2. มีจิตผูกพันในผลให้ทาน ปฏิพทฺธจิตฺโต(ผูกพัน) ทานํ เทติ 3. มุ่งการสั่งสมให้ทาน สนฺนิธิเปกฺโข(สั่งสม) ทานํ เทติ 4. ให้ทานด้วยคิดว่า เราตายไปจักได้เสวยผลทานนี้ ปริภุญฺชิสฺสามีติ(ให้ข้ามภพชาติ) ทานํ เทติ อันที่ 2 ดาวดึงส์ คือ ทำทานเพราะว่าเห็นว่าเป็นความดี อันที่ 3 ยามา คือ ทำทานเพราะเพื่อเป็นประเพณี อันที่ 4 ดุสิต คือทำทานเพราะเห็นว่า สมณะหุงหาอาหารเองไม่ได้ อันที่ 5 นิมมานรดี คือทำทานเพราะทำตามฤาษีใหญ่ๆ อันที่ 6 ปรนิมมิตวสวัตตี ทำทานเพราะว่า อยากได้ปลื้มใจ(อตฺตมนตาโสมนสฺสํ) อันที่ 7 สหายแห่งพรหม คือทำทานอย่างมี จิตฺตาลงฺการ จิตฺตปริกฺขารํ (ต้องทำปุญญาภิสังขาร ทำทานเพื่อลดกิเลส) สีหสูตร ล.5 ข. 80 อย่างธัมมชโยนี้น่าสงสาร อาตมาจึงจำเป็นที่สุดที่จะต้องขยายความเปิดเผยความจริงผิดก็ต้องว่าผิด ไม่ถูกต้องก็ต้องว่าไม่ถูกต้อง ไม่มีจิตใจข่ม หรือดูถูกดูแคลนลบหลู่ดูถูก แต่มันเป็นตัวอย่างจริงมีของจริงยืนยัน อาตมาไม่ได้มุขเรื่องราวไม่ได้สร้างนิทาน แต่มันมีน้ำหนักความจริง เพราะเป็นสัจจะของสิ่งที่มันปรากฏ อย่างมหาบัวนี่ ขออภัยเถอะ ที่ต้องเอามายกตัวอย่าง มหาบัวนี่ กามคุณ 5 มันคือรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ไปติดยึดในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสของหมากพลู เป็นต้น นี่เป็นตัวชัดเจนของมหาบัว กินหมากปากเปรอะกระทั่งตาย ไม่รู้ว่าตัวเองติดในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสที่รวมอยู่ในหมากพลู ซึ่งมันไม่ได้ติดง่ายๆเลยนะเหมือนกับคนดูดยา ซึ่งดูดเข้าไปแล้วมันแสบ ยิ่งยาฉุน อาตมาเคยไปลอง ก็รู้สึกฉุนไม่แตะเลย ส่วนปูนนี่มันยันเอา แต่ท่านไม่รู้จริงๆว่าท่านติดท่านเสพ ขนาดกามคุณ 5 เป็นฐานต้นของสิ่งเสพติดเป็นอบายมุข จัดอยู่ในสิ่งเสพติด สุรา นี่ ภาษา สุระ แปลว่า กล้า แข็ง หยาบ ก็ไปแปลว่าน้ำสุรา ก็ใช่ น้ำสุราก็ใช่ เฮโรอีนก็ใช่ ยาบ้ายาอีก็เป็นสิ่งเสพติด แม้ว่าหมากพลู มันจะไม่กินแรงจนกระทั่งทำให้ชีวิตแย่ตายไปคาปากเลย แต่มันก็เสพติดอย่างเนียนนะ เพราะฉะนั้นลูกศิษย์ลูกหาท่านเยอะ พระสายพระป่าพระธุดงค์กรรมฐานสายหลวงตาบัวนี้กินหมากกันปากเปรอะ ฟังให้ดีๆอาตมาเจตนาดี แต่อาตมาไม่เป็นคนพูดเพราะ ไม่พูดหวาน ไม่พูดประเล้าประโลมแต่พูดแรงพูดหนัก พูดเปรี้ยงๆด้วย อาตมาจึงได้ฉายาว่า ขวานจักตอกหรือสายฟ้าในวาทะ สรุปคือ มหาบัวไม่รู้แม้กระทั่งกามคุณจึงเสพติด หรือหนักกว่านั้นคือถ้าหากมหาบัวรู้ แต่ไปหลอกคน เพราะตัวเองประกาศตัวเองว่าเป็นอรหันต์แล้ว ก็ต้องหมดกิเลสทุกอย่าง แต่กามคุณ 5 เบื้องต้น ข้อแรก ยังไม่ได้ล้างไม่ได้ออกเลย ถ้ายิ่งรู้ว่าตัวเองไม่ใช่ แต่ไปหลงตัวเองในลาภยศสรรเสริญ ตัวเองเป็นพระผู้ใหญ่หลงในบัลลังก์ อันนี้แหละที่ชัดเจนว่ามหาบัวไม่รู้ แล้วหลงในสรรเสริญเยินยอยกย่องสรรเสริญติดยึด และจะไม่รู้ว่าติด ถ้าหากยิ่งรู้แล้ว กลบเกลื่อนโกหก โกหกตัวเองต่อ ผู้ที่รู้ว่าโกหกทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองโกหก ผู้นี้พระพุทธเจ้าตรัสว่าจะทำชั่วเลวอย่างไรๆได้หมด ไม่มีที่จะทำไม่ได้ คนที่โกหกทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองโกหก ฟังแล้วเหมือนไปถล่มทลายมหาบัว แต่มันเป็นวิชาการนะที่อาตมาพูด เป็นตัวอย่างของจริงพฤติกรรมจริงเอามาพูดให้ฟัง อย่างไรก็ขออภัยจริงๆ ก็เกรงใจอยู่นะแต่มันเป็นประโยชน์ ให้ท่านเสียสละหน่อยนะ ไหนๆท่านก็ตายไปแล้ว แม้แต่กามคุณ 5 ก็ยังทำไม่ได้ จึงไม่ต้องพูดถึง รูปภพ อรูปภพ อบาย สิ่งเสพติดด้วย ท่านยังไม่พ้น จะไปพูดทำไมถึงขั้นอรูปภพ คนที่ปฏิบัติล้างกามได้เขาไม่ได้ปฏิบัตินั่งหลับตา มีรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสอยู่ แต่จิตใจ อุตรจิต มีจิตเหนือโลกีย์ กิเลสเข้าไม่ได้ มีพลังของโลกุตระทำให้กิเลสเข้าไม่ได้ สำหรับผู้ที่หมดเป็นอนาคามีภูมิเป็นต้นไป ยิ่งเป็นพระอรหันต์แล้ว แล้วกามนั้นก็ไม่ได้มีรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสไม่ได้หนี ก็ล้างกิเลสรูปภพ อรูปภพต่อ ก็ยังสัมผัสภายนอกยังลืมตาอยู่เหมือนเดิมนั่นแหละมีผัสสะ เห็นไหมมันก็เข้าใจยากอยู่ แต่อาตมาก็พยายามอธิบาย...จนเมื่อย แต่เมื่อยก็ต้องเอา เรามาทางนี้แล้ว