620824_ยอมแพ้ได้ จะชนะรอบโลกได้อย่างแท้จริง_บันทึกปัจฉาพ่อครู โดย ส.แสนดิน.docx
เนื้อหาในไฟล์
620824_ยอมแพ้ได้ จะชนะรอบโลกได้อย่างแท้จริง
ให้เด็กดูหนัง วิชาวิปัสสนาจอแก้ว มีหลักการในการดูหนัง 4 ข้อ เกิดอาริยญาณ...ให้เห็นทุกข์ เห็นกิเลส ทำการปฏิบัติก็ให้ลดละกิเลสที่เกิดในปัจจุบันที่ดูหนัง อัดพลังกุศล
เรื่องผู้แพ้...เพลงนี้ ย้ำเตือนให้เราสำนึกอย่างยิ่ง...… คนฉลาดอย่างพ่อครูคือ แพ้เป็น... คนฉลาดทางปัญญายอมแพ้เป็น คนโง่เฉกาจะแพ้ไม่เป็น
การ “แพ้-ชนะ” ที่ลึกซึ้งมากๆครับ
พระรูปหนึ่ง เข้าไปเก็บฟืนในป่า หลังจากเก็บได้พอประมาณ ก็แบกฟืนกลับวัด พอเดินใกล้จะถึงวัด ก็เจอเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังไล่จับผีเสื้ออยู่ และเขาก็จับผีเสื้อได้ตัวหนึ่ง "หลวงพี่ เรามาพนันกันไหม?" เด็กหนุ่มถาม "พนันยังไงล่ะโยม?"พระหนุ่มถาม "หลวงพี่ลองทายดูสิครับว่าผีเสื้อที่อยู่ในมือผมนี่ตายแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่? ถ้าหลวงพี่ทายผิด ฟืนมัดนี้ก็เป็นของผม!" เด็กหนุ่มตอบ เมื่อหลวงพี่ได้ฟังกติกาก็พยักหน้าว่าเข้าใจ จากนั้นก็เอ่ยขึ้นว่า "อาตมาว่ามันตายแล้ว!" เด็กหนุ่มแบมือที่กุมผีเสื้อไว้แล้วหัวเราะชอบใจ "หลวงพี่แพ้ผมแล้ว ฮ่าๆ" ผีเสื้อตัวน้อยบินออกจากมือของเด็กหนุ่ม "ดีแล้วๆ งั้นฟืนมัดนี้ก็เป็นของโยมละสินะ" กล่าวเสร็จก็ถอนหายใจแล้วเดินยิ้มจากไป เด็กหนุ่มไม่เข้าใจว่าทำไมหลวงพี่ต้องทำท่าทีเหมือนดีใจ แต่ก็ไม่ได้สนใจไตร่ถาม ตอนนี้เขาเป็นฝ่ายยิ้มบ้าง จากนั้นก็หอบเอาฟืนขึ้นบ่าแบกกลับบ้านด้วยความดีใจ ☆☆☆
เมื่อกลับถึงบ้าน พ่อของเขาถามว่าไปเอาฟืนมาจากไหนซะมัดโต? เด็กหนุ่มเล่าเรื่องราวที่พนันกับหลวงพี่ให้พ่อฟังอย่างละเอียด เมื่อพ่อของเด็กหนุ่มฟังจบก็ใช้มือตีไปที่ลูกชายหนึ่งที "แกนะแก! โง่ซะไม่ไว้หน้าพ่อแม่เลยนะ!" จากนั้นก็สั่งให้ลูกชายแบกฟืนเดินตามไปที่วัด เมื่อเข้าไปหาหล
อ่านต่อ
วงพี่ พ่อของเด็กหนุ่มได้แต่นั่งไหว้ปลกๆ "หลวงพี่ครับ ผมต้องขอโทษแทนลูกชายของกระผมด้วยนะครับ เจ้านี่ไม่รู้ที่ต่ำที่สูงจริงๆ" หลวงพี่ได้แต่พยักหน้าและยิ้มให้ แต่ก็ไม่ได้อธิบายอะไร เมื่อเดินออกจากวัด เด็กหนุ่มก็ถามพ่ออย่าสงสัยว่าเขาไปทำอะไรผิดต่อหลวงพี่เหรอ? "เพราะหลวงพี่บอกว่าผีเสื้อตาย แกถึงปล่อยผีเสื้อให้รอด แกชนะ ได้ฟืนไป แต่หากหลวงพี่บอกว่าผีเสื้อเป็น แกก็จะบีบผีเสื้อให้ตายคามือ แกก็ชนะได้ฟืนไปเหมือนเดิม แต่ผีเสื้อตาย แกคิดว่าหลวงพี่รู้ไม่ทันความคิดชั่วๆของแกเหรอ? ที่หลวงพี่แพ้นะก็แค่ฟืนหนึ่งมัด แต่ชนะแกที่จิตเมตตาดวงใหญ่เบ้อเริ่ม ที่แกไม่มี"
สันดาน คนที่เป็นอยู่...คือ ชอบเอาชนะ...ชนะจะได้สิ่งที่ต้องการ สู้ชนะ ได้เปรียบ...ฆ่าได้ ลักขโมยได้...เอามาเป็นสมบัติของตน ได้เอามาเสพสมใจได้...นี่คือ สันดาน ที่เราทุกคนที่ยังไม่เป็นอรหันต์ต้องล้าง…. พ่อครูจึงมีคำสอนให้พวกเรา แพ้ให้เป็น….
บุคคลละ การวินิจฉัยทิฐิทั้งหมดแล้ว ย่อมไม่กระทำความทะเลาะวิวาทในโลก ฉะนี้แล
เราแพ้ได้ เพราะแพ้ ชนะ เป็นส่ิงสมมุติในโลก…ถ้าแพ้แล้วทำให้เกิดสันติสุขเกิดความดีงามขึ้น แต่ถ้าเราแพ้แล้ว เกิดความเสียหาย เกิดวิบากกรรม
ผู้ที่ชนะเกือบรอบโลกแต่ยังชนะรอบโลกไม่ได้ หากเขายอมเป็นผู้แพ้เขาจะได้เป็นผู้ชนะที่แท้จริง
เรายอมแพ้… เรายอมชนะ… เราไม่ติดทั้งแพ้ทั้งชนะ….
คดีที่ดินบ้านราชฯ คดีที่สันติอโศก...ทำไมเราต้องสู้คดี...ไหนว่าแพ้ได้… โดยองค์รวม... ความดี ควรชนะ ความชั่ว… พึงสละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ พึงเสียสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต พึงสละชีวิตเพื่อรักษาธรรม..
แต่ไม่ได้ทำบาปกรรม ทำผิดศีล ผิดพระธรรมวินัย… .
ความเสมอภาค คือ ความไม่มีใครได้เปรียบ ไม่มีใครเสียเปรียบ นั้นดี แต่ไม่ดีที่สุด แน่นอนว่า ดีกว่าการมีคนถูกเอาเปรียบในสังคม แต่ที่ดีกว่าความเสมอภาค ก็คือ มีการเสียเปรียบ ของคนผู้ยินดีเสียสละให้แก่คน แก่สังคม อย่างสมัครใจและเต็มใจ อาจจะถึงขั้นเสียเปรียบ แม้แต่สละชีวิตตน ฉะนี้แหละ คือ ความเสียเปรียบ ที่สูงส่งกว่า ความเสมอภาค ~ สมณะโพธิรักษ์ ~
สรุปคือให้มาดูอาการ ชอบ ไม่ชอบ อันเกิดจากการแพ้บ้าง ชนะบ้าง เราชอบไม่ชอบใจการแพ้การชนะ...เราก็ละอาการไม่ชอบใจ ชอบใจเสีย ก็แพ้ได้ จะชนะก็ได้...
คนชั่ว ก็ยึดถือว่า สิ่งที่เขาทำมันถูกต้อง ...คนดีบัณฑิตก็ยึดถือเอาความดีเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เราทำดีได้อย่างหนึ่ง … กำลังฝึกฝน หรือมันเป็นของเราเป็นเทวะ…เป็นตัวตน….
ถือดี ถือตัว… ยึดว่า คนเหมือนกัน มันต้องดีเหมือนเราสิ … คนไม่ดีเราก็ข่มเอาๆ ไม่ได้หวังดี แต่ยึดถือ ความดีเป็นตัวเป็นตน เป็นของตัวของตน…. ก็ยังยึดถือได้แต่ ดี ชั่ว ถูกผิด...ยังไม่เข้าถึงปรมัตถ์ที่ลึกถึงราก… หากเราเอา ไม่เอาเวทนาเป็นกรรมฐาน… เอาดีชั่วเป็นกรรมฐาน….ดี ชั่วที่ยังยึดเราก็ยังต้องทุกข์...ไม่ว่าตัวเอง...ก็อัตตกิลมถะ…. เราก็พาลให้คนอื่นลำบากไปด้วย แต่หากเราเอาไม่สุขไม่ทุกข์เป็นกรรมฐาน...เราจะปล่อยความยึดดี ถือดี อัตตานั้นได้...เพราะมันทุกข์...อะไรที่เข้าไปยึดแล้วไม่ทุกข์เป็นไม่มี
ตอนโดนผัสสะ…. วิตกวิจาร ปีติ สุข อุเบกขา... บัดนาวที่อาการกาม อาการอยาก อาการชอบใจ หรืออาการมานะ อาการตึงๆ อาการไม่ชอบใจหาย...ขณะหลัดๆที่เราผัสสะอยู่นี่แหละ…. เขาก็อยู่ตรงหน้าเรา...แต่อาการนั้นหายไปแล้ว สภาพ อาการที่หายไป เราเรียกว่าอากาสานัญจายตนะ อาการ อากาศ ว่าง กับ อาการที่มีเครื่องกั้น คือ กาม พยาบาท วิหิงสา มันต่างกันไหม? ตรวจไปอีกว่า มีอีกแม้เล็กแม้น้อยเหลือหรือไม่?.....อากิญจัญยายตนะ แม้ไม่มีเล็กมีน้อยแล้ว...ยังไม่ตัดสินชัดเจนว่ามันหมดหรือไม่หมด มีหรือไม่มี จะว่ามีก็ไม่ใช่ มีก็ไม่ใช่ ตรวจจนพ้น เนวสัญญานาสัญญายตนะ ทุกเวทนา...ทุกปัจจุบันกับเหตุนั้น….