630916 “สวยแบบเรียบกับสวยแบบยับ” สัจจะอยู่ตรงไหน_บันทึกปัจฉาพ่อครู โดย ส.แสนดิน.docx

โฟลเดอร์บันทึกปัจฉา จาก ส.แสนดิน
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.87 KB
วันที่แก้ไข27 ตุลาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

“สวยแบบเรียบกับสวยแบบยับ” สัจจะอยู่ตรงไหน : Smoothly beautiful versus wrinkly beautiful , which is a true beauty?!

ช่วงเข้าพรรษา ปี 2563 มีเทวดา(คือคนที่มีใจเป็นกุศล) นำผ้าไตรจีวรมาถวายพ่อครู เขาบอกว่าเป็นผ้าที่ทำจาก “เส้นใยจากต้นไผ่” คนถวายให้ข้อมูลว่า เยื่อไผ่เมื่อนำมาถักทอเป็นผ้า จะได้เนื้อผ้าที่อ่อนนุ่มน่าสัมผัส แถมต้านเชื้อแบคทีเรีย ซึมซับน้ำได้ดีเยี่ยม ที่สำคัญ ยังรบกวนธรรมชาติน้อยมาก พ่อครูก็เลยได้ใช้ผ้าไตรจีวร สามผืนนี้ตลอดช่วงเข้าพรรษา

ปัจฉาที่ติดตามพ่อครู สังเกตว่าเนื้อผ้ามีความนุ่มกว่าผ้าฝ้าย แต่ว่าเวลานำไปพับไว้หรือนำไปพาดไว้ จะเกิดรอยยับได้ง่าย เวลาพ่อครูใส่จีวรแล้วไปนั่งหรือนอนพัก ก็จะเกิดรอยยับขึ้น ปัจฉาฯก็จะทักพ่อครูว่า “จีวรยับจังเลยครับ”

พ่อครูจึงบอกว่า ….ก็ “สวยแบบยับ” ไม่ใช่ “สวยแบบเรียบ” ไง!

ปัจฉาฯก็ได้เรียนรู้สมมุติของโลกที่พ่อครูได้ให้ความรู้ ว่าคนในโลกนี้ กายต่างกัน สัญญาก็ต่างกัน ก็มีบางคนก็สมมุติว่าเสื้อผ้าที่ยับก็สวยได้ในความรู้สึกของคนๆนั้น ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็จะนิยมชมชอบเสื้อผ้าที่ไม่ยับ ผิวเรียบ จะเห็นได้จาการมี เตารีด อันเป็นสิ่งประดิษฐ์ของคนที่นิยมเสื้อผ้าแบบเรียบใช้กันทั่วไป

พระพุทธเจ้าตรัสไว้ “สัจจะนั้นมีหนึ่งเดียวในโลก” ... แต่ท่านก็ให้เรียนรู้ สัจจะสองอย่างในโลกนี้คือ สมมุติสัจจะและปรมัตถสัจจะ

สมมุติสัจจะเป็นเรื่องของสิ่งที่รับรู้ได้ร่วมกันกับคนอื่นตั้งแต่สองคนขึ้นไปจนรับรู้ร่วมกันทั้งสังคม เป็นเรื่องของความดี ความชั่ว กุศล อกุศล เรื่องถูกเรื่องผิด ซึ่ง ขึ้นอยู่กับบริบทนั้น จุดเวลาปัจจุบันนั้นๆ ทุกๆ Status quo สมมุติสัจจะของคนสองคน หรือคนในสังคมบริบทนั้น ก็เป็นสมมุติร่วมกันว่าแบบนี้ ดี-ไม่ดี , ใช่-ไม่ใช่ , สวย-ไม่สวย , ห

อ่านต่อ

ล่อ-ไม่หล่อ ฯลฯ ซึ่งเป็นโลกจินตา ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่เที่ยงแท้ แล้วแต่ “สัญญา ย นิจจานิ” (ความกำหนดหมายด้วยสัญญา ว่า เที่ยง) ที่เปลี่ยนไปตามกาละเวลา บริบทสังคมนั้นๆ ที่มีความยึดถือ หรือไม่ยึดถือ ต่างๆกันไป

ปรมัตถสัจจะที่แท้ มีหนึ่งเดียวในโลก คือ อาริยสัจ 4(ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค) อันเป็นปรมัตถสัจจะที่ตรงกันเที่ยงแท้ ไม่แปรเปลี่ยน สัจจะนี้เป็นสัจจะของพระอรหันต์ทุกองค์ที่ตรงกัน หากเข้าถึงหมดทุกข์อาริสัจนี้ได้แล้วก็จะไม่ทะเลาะไม่เถียงกับใครเลยในโลกนี้

คำว่า สวยแบบเรียบ กับ สวยแบบยับ จึงทำให้ได้เรียนรู้ว่า สมมุติในโลกนี้ที่ต่างกันไปคนที่เข้าใจความติดยึด(สัญญา ย นิจจานิ)ของคน และทำจิตของตนให้ปล่อยวางความติดยึดสมมุตินั้นได้อย่างเที่ยงแท้ จนหมดทุกข์อาริยสัจ เข้าถึงสัญญาเวทยิตนิโรธได้ ก็จะอยู่กับสมมุติโลกเขาได้อย่างไม่สุขไม่ทุกข์หรืออุเบกขา อนุโลมปฏิโลมไปกับโลกเขาได้อย่างไม่ทะเลาะกับเขาเลย

พ่อครูจึงอยู่กับลูกๆที่หลากหลายความคิด หลากหลายทิฏฐิ หลากหลายความยึดถือ ได้อย่างสบายๆ สามารถทำให้ลูกๆแต่ละจริตนิสัย พัฒนาตนเองไปได้เป็นลำดับ

………….………….………….………….………….…………. เมื่อใดคุณต้องการสวรรค์ เมื่อนั้นคุณมีนรก ...พ่อครู 28 กพ. 2560 Whenever you desire for heaven, you are asking for hell.

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน