620921 ที่ไหนมีการให้ที่นั่นคือแดนสวรรค์นิพพาน_บันทึกปัจฉาพ่อครู โดย ส.แสนดิน.docx
เนื้อหาในไฟล์
620921 ที่ไหนมีการให้ที่นั่นคือแดนสวรรค์นิพพาน
_หากบ้านเราของเรามาก แค่ขนของไปเก็บก็เหนื่อยแล้ว คงไม่มีแรงไปช่วยคนอื่น แต่หากบ้านเราของน้อย เก็บเสร็จเร็วก็ไปช่วยคนอื่นได้เร็ว
_แปลก...คนอยากมาดูน้ำท่วม...มาให้เห็นว่าพวกเราอยู่อย่างไร? ขอบคุณธารน้ำใจจากพี่น้องร่วมชาติ แม้แต่ชาวลาว ยังบริจาค เอาของมาช่วยเหลือชาวอุบลฯอีกด้วย ใส่ใจรายละเอียด คนยังนึกถึงพวกเรา เอาถุงยังชีพแบบมังสวิรัติมาให้เราก็ต้องช่วยดูแลต้อนรับ ผู้มาแจกถุงยังชีพด้วยอย่างดี
_นิทาน โต๊ะอาหาร นรก สวรรค์ ต่างกันเช่นนี้
_ที่ไหนมีการให้โดยไม่หวังอะไรตอบแทน ที่นั่นจะมีแรงดึงดูดให้คนดีๆมาร่วมรวมกัน ที่ไหนมีสงคราม มีการแก่งแย่ง มีการให้ที่หวังโลกธรรม ที่นั่นจะผลักไสคนดีให้ออกห่าง
_เดี๋ยวนี้ภาพที่เห็นจะเป็นภาพที่ สส.ดารา นักร้อง ทหาร ตำรวจ ไปช่วยชาวบ้าน...แบบเอาของไปแจก
แต่ภาพที่น่าจะมีมากขึ้น คือ ภาพผู้ใหญ่เด็ก ชาวผู้ประสพภัยยกระดับจิตวิญญาณ มาเป็นผู้ช่วยเหลือผู้ประสพภัย หน่วยกู้ภัย หน่วยจิตอาสาฯ
_น้องน้ำมาชะล้างอวิชชา...ความโง่ เห็นโลกียธรรม ลาภยศสรรเสริญ โอฬาริกอัตตา อุตุพีชะ พืชผักผลไม้ ดีกว่าโลกุตรธรรม ..สิ่งเหล่านี้ไม่เที่ยงเลย...เที่ยงแท้คือใจเราวางใจได้
_สิ่งที่มาต่อต้านชาวอโศก เป็นส่ิงส่งเสริมโลกุตรธรรมชาวอโศก สิ่งที่มาช่วยยกย่องชาวอโศก คือสิ่งที่มาทำให้อโศกเสื่อม
_อุเบกขา..วางเฉยแบบโลกีย์...คนไม่ซาบซึ้งในรสพระธรรมหรอก...แต่การที่พระออกไปทำช่วยชาวบ้านน้ำท่วม...นี่สิ เรียกว่า ซาบซึ้งในรสพระทำมากกว่า...เรียกว่าอุเบกขาแบบโลกุตระ
_น้ำท่วมทำให้คนไทยได้เห็นถึงความวิเศษของสาธารณโภคีหรือลาภธัมมิกา...คือ ไปสู่การไม่ใช้เงิน ในการแลกเปลี่ยน
_เงิน คือ สิ่งสมมุติที่สัง
อ่านต่อ
คมโลกยอมรับว่าใช้แทนสิ่งของ... คนเห็นความสำคัญของเงินลดลง...พ่อครูเรียกเงินว่า กระดาษชำระ..หนี้ได้ตามกฏหมาย
_จะเห็นว่าเราให้กันโดยไม่คิดมูลค่าเลยในภาวะน้ำท่วม...แต่ภาวะปกติ เราไม่ค่อยได้ให้กันเลย
_เงิน 100 ล้านในมือกฏุมพีคือส่ิงไร้ค่า แต่เงิน100 ล้านในมือจิตอาสา คือสิ่งมีค่า
เราจะฝ่าวิกฤติไปด้วยกัน.... .. ประเทศไทยเราอาจไม่เป็นประเทศที่รุ่งเรืองที่สุดในโลก หรือรวยที่สุดในโลก หรือฟู่ฟ่าที่สุดในโลก แต่ก็ขอให้เมืองไทยเป็นประเทศที่มีความมั่นคงมีความสงบได้ เพราะว่าในโลกนี้หายากแล้ว เราทำเป็นประเทศที่สงบประเทศที่มีคนที่ช่วยเหลือซึ่งกันและกันจริงๆ เราจะเป็นที่หนึ่งในโลกในข้อนี้ ... พระราชดำรัสในหลวง ร .9
ช่วยคนให้ทำมาหากินได้ ยังไม่สำคัญเท่ากับช่วยคนไม่ให้ขี้โลภและรับใช้เป็น
ญาติธรรมสงสัย ทำไมพ่อครูอยู่ไหนนี่
พ่อครูให้ฟัง...ให้ดูความเบื่อว่าจะมีไหม
แม้ฉลาดขนาดความรู้ของพระศาสดาของศาสนาอื่นก็ยังเป็นความฉลาดแบบเฉโกทั้งสิ้น ที่พูดนี้ไม่ได้ลบหลู่ดูถูกนะ เราจะฉลาดแบบไหนก็แล้วแต่ แต่ไม่สามารถ
แม้รู้จักกิเลสแล้ว แต่คนมิจฉาทิฏฐิ ก็จะข่มไว้ หรือลืมทิ้งไป หรือข่มไว้ หยุดไว้ หยุดๆๆๆ เขาก็ทำกันอย่างนั้นทั้งนั้นเรียกวิกขัมภนปหาน ปหานด้วยการกดข่ม
ฟังธรรมพาไปสู่ความตื่น.... บางสำนัก ฟังแล้วก็หัวเราะสนุกสนา..เหมือนฟังตลก...เหมือนตื่นดี แต่คือผู้หลับอยู่ในความบันเทิงอบายมุข ...แต่ฟังธรรมพ่อครู บางทีหลับบ้าง แต่พยายามตื่น รู้ฟัง...แต่เลิกละอบายมุขได้...
“ฌาน”ที่ไม่มี“ธาตุรู้”ขั้น“ปัญญา”จะไม่สามารถ“เผา”กิเลสถูกตัวตนของ“กายกลิ” เผาตอนหลับตา...หรือตอนตรวจสอบเตวิชโช..ก็ไม่ถูก กายกลิ....
แม้รูปธรรม ศาสนาแบบฝัง...คือฝังกิเลส แต่ศาสนาพุทธเผา ฌานปกิจ คือเผากิเลส ....ไม่มีอะไรให้ยึดมั่นถือมั่นเลย...
พลังงานอะไรที่ยิ่งใหญ่ขนาดนิวเคลียร์ ก็ไม่สามารถทำลายกิเลสได้ พลังงานฌานที่สามารถทำลายกิเลสได้จึงยิ่งใหญ่กว่า
อรหันต์ หมดบุญ มีแต่ฌาน ฌาน...นี่คือภาคปฏิบัติ....พระเสขบุคคล จึงต้องใช้บุญทำบุญอยู่นั่นเอง แต่ปุถุชนไม่มีสิทธิ์ทำบุญได้....แต่จะทำบุญได้ต้องทำฌาน จะทำฌานได้ต้องมีจรณะ 15
ฌานของ โพธิสัตว์จึงมีทั้งร้อนและเย็นได้...เป็นพลังงานไฟ...เบิกบานร่าเริง
ฌานของ เสขบุคคล จะร้อนหน่อย...โสดาฯ หอกปากมากหน่อย.... นั่นคือ การเผากิเลสตัวเอง จะทำได้ไม่สมบูรณ์ เครื่องยนต์เผาไหม้ไม่หมด จะมีควันดำ เขม่า คาร์บอนมอนนอกไซด์มากหน่อย.... คนอื่นที่รอบข้างก็จะได้รับผลกระทบ เรียกว่าหอกปาก....เพราะฉะนั้น เราจะได้เข้าใจพวกเรากันว่า...สำหรับเสขบุคคล...ผลข้างเคียง มลภาวะก็จะต้องมี ไม่มีก็ไม่ได้...กดข่มไว้ดูเหมือนไม่มีมลภาวะ แต่ว่ามันหมักหมก เป็น ไมโครพลาสติก....