บุญเป็นโลกุตระของศาสนาพุทธ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.61 KB
วันที่แก้ไข6 สิงหาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

บุญเป็นโลกุตระของศาสนาพุทธ _Took Aswin (ตุ๊ก อัศวิน) : ได้รับ หนังสือ เปิดยุคบุญนิยม แล้วด้วยความขอบพระคุณยิ่ง /เริ่มอ่านที่หน้าสารบัญ..อ่านแล้ว.ประทับใจ ในความพิถีพิถัน ที่พ่อครูแจกแจงเป็นรายหัวข้ออย่างละเอียด กล่าวคือ อ่านหัวข้อแล้วสนใจใคร่รู้รายละเอียด ก็พลิกอ่านตามหน้าที่ระบุไว้ ดุจดังกระหายน้ำแล้วได้ดื่มน้ำทิพย์ชโลมใจ..ดับกระหายในธรรมได้ในทันควัน /กราบขอบพระคุณในเมตตาธรรม..เจ้าค่ะ พ่อครูว่า... หนังสือเปิดยุคบุญนิยมเล่ม 2 จากต้นฉบับคอลัมน์เปิดยุคบุญนิยมในหนังสือพิมพ์เราคิดอะไร 2 บทความ ต้นฉบับเดิม 8 หน้า เอาไปเรียบเรียงเสริมต่อไปทั้งหมด 608 หน้า ซึ่งเป็นเนื้อหาที่เปิดเผยความจริง ของศาสนาพุทธในยุคนี้ที่ไม่รู้จักบุญจริงๆ ที่พระพุทธเจ้าค้นพบ เป็นคุณธรรมอันพิเศษ บุญคือการชำระกิเลสในสันดาน ให้จิตสะอาด คำแปล บุญ คือ สันตานัง ปุนาติ วิโสเทติ แปลว่าเป็นเครื่องชำระกิเลสจากสันดานให้สะอาดบริสุทธิ์ได้ คือบุญ ซึ่งเป็นพลังงานทางจิต ไม่ใช่สมบัติแต่เป็นเรื่องวิบัติ เพราะเป็นอาวุธ จะบอกว่าเป็นอาวุธก็ได้หรือจะบอกว่าเป็นเพชฌฆาตมือสุดท้าย ต่อจากฌาน ฌานเมื่อประหารมาเรื่อยๆ ฌาน 1 2 3 4 บุญเป็นเพชฌฆาตมือสุดท้าย เพื่อที่จะชัดเจนทำอย่างจริงจัง แล้วก็สมบูรณ์แบบ หรือกิเลสตายแบบเด็ดขาด สิ้นอาสวะสิ้นไม่เกิดอีกเป็นเด็ดขาด และบุญก็มีคุณสมบัติพิเศษ ไม่ตั้งอยู่ ณ ที่ใด ไม่มีหน้าที่ที่จะต้องไปสั่งสมบุญ บุญสั่งสมไม่ได้เลย เพราะไม่ใช่สิ่งที่เป็นสมบัติ เป็นเรื่องวิบัติหน้าที่วิบัติ แล้วก็เดินทางเดียว ประหารทางเดียวเสร็จแล้วเลิกจบตัวเอง ไม่ตั้งอยู่ ณ ที่ใด ทำหน้าที่ประหารปัจจุบันสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องมี ต้องสร้างพลังงานให้เป็นบุญ กำจัดกิเลสให้ได้ หมดหน้าที่บุญกำจัดกิเลสได้แล้วเป็นพระอรหันต์เป็นต้นไป เป็

อ่านต่อ

นต้น ไม่มีบุญไม่มีโอกาสมีบุญอีกแล้ว เป็นผลหมดบุญ พระอรหันต์คือสิ้นบุญสิ้นบาป” (ปุญญปาปปริกขีโณ) ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจไม่ได้ง่ายๆเลย....ทุกวันนี้มันเพี้ยนกันไปไกลหมด บาปหมดบุญหมด กรรมที่เหลือก็ไม่มีทางที่จะเป็นบุญอีกเลย กรรมของพระอรหันต์จึงไม่มีกรรมที่เป็นบาปเป็นบุญอีกเลยจากที่ท่านเป็นพระอรหันต์แล้วไม่มีกรรมทุกกรรมมีแต่กุศล ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจได้ง่ายๆ กุศลกับบาปต้องชัดเจนว่ามันต่างกันคนละเรื่องเลย กุศลเป็นสมบัติ แม้แต่เป็นพระพุทธเจ้าและไม่สันโดษในกุศล ไม่พอไม่จบ ถึงเป็นพระพุทธเจ้าแล้วก็ยังไม่พอในกุศล แต่บุญนั้นจบตั้งแต่เป็นพระอรหันต์ ผู้ที่เป็นพระอรหันต์แล้วสิ้นบุญบาปไม่เหลืออย่างนี้เป็นต้น แล้วบุญไม่เกิดอีกก็เป็นอปุญญาอภิสังขาร เขาแปลกันไม่ได้แต่เพียงว่า สังขารเป็นบาป บุญชำระกิเลสจนสิ้นแล้ว นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) แต่ความหมายที่เป็นโลกุตระธรรมเหล่านี้ของพระพุทธเจ้าไม่เหลือแล้ว อาตมาจึงจำเป็นต้องรื้อฟื้นเอาความถูกต้องมาพูด เพราะฉะนั้นมันต้องไปข่มความผิด ความไม่ถูกต้องที่ผู้รู้เป็นปราชญ์ศาสนาอธิบายอย่างผิดเพี้ยนในยุคนี้ จึงดูเหมือนว่าอาตมาอวดเก่ง แต่มันเป็นสัจจะที่เลี่ยงไม่ได้ เมื่อเขาผิดอาตมาถูกจึงต้องเป็นอย่างนั้น ถ้าหากอาตมาผิดเขาถูก แต่สังคมทุกวันนี้ของชาวไทยถ้ามีโลกุตรธรรมก็คงจะต้องเป็นสังคมที่มีศีลลดละกิเลสได้อย่างสังคมชาวอโศก แต่ทุกวันนี้เป็นสังคมที่ไม่มีศีล แต่ชาวอโศกมีทั้งศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ จริง แต่ทางด้านศาสนากระแสหลักส่วนใหญ่ไม่มีแล้ว ขออภัยที่อาตมาพูดความจริงไม่ได้พูดเพื่อยกตนข่มท่าน หรือไปใส่ร้ายใส่ความอะไร อาตมาไม่มีเวลาจะมาพูดเล่นลิ้นเหลาะแหละ ซึ่งมันไม่ชัดมันไม่จบ อาตมาก็ไม่มีเวลาจึงขออภัยที่ต้องพูดความจริงแบบลัดคัดสั้น ให้มันเร็วขึ้น 640806_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาพาละความกินดีอยู่ดีที่เป็นบาป

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน