ปฏิบัติธรรมเร่ิมต้นให้เน้นปฏิบัติที่ศีลจนเป็นบุญ.docx
เนื้อหาในไฟล์
ปฏิบัติธรรมเร่ิมต้นให้เน้นปฏิบัติที่ศีลจนเป็นบุญ _ช่อทิพ หนูทอง...กราบเรียนถามพ่อครูว่า งานเพื่อฟ้าดินสิ้นปี 66 นี้ จะมีการสอบ วบบบ. อีกไหมคะ? และใช้หนังสือเล่มไหน ในการสอบคะ? ชาตินี้ปฏิบัติธรรมได้ไม่สูงนัก เรียนถามพ่อครูว่า จะคิดหรือปฏิบัติธรรมเน้นจุดไหน เพื่อจะได้เกิดมาปฏิบัติธรรมกับพ่อครูอีกในภพต่อๆไปคะ? พ่อครูว่า …เลิกสอบมานานแล้ว เอาน่า เรื่องสอบมันก็ดีอยู่ แต่ตอนนี้มีภาระมากกว่านั้นแล้ว คนที่อยู่ในเกณฑ์ที่ว่า ไม่ต้องให้มา สอบมาแข่งขันไม่ต้องมาแจก เข็มทอง เข็มทองคำอะไรต่ออะไรไปเหมือนอย่างที่นั่นแหละ เดี๋ยวนี้ก็คืนมาเกือบหมดแล้วเข็มทองคำ อาตมาก็ยังไม่ได้ไปหลอมอะไรเอาไว้เป็นประวัติศาสตร์ก่อน ก็ไม่ได้ทำแล้ว ก็ไม่ต้องตอบว่าใช้หนังสือเล่มไหน มาปฏิบัติจริงเลย ระวังอย่าถล่มตนเองเกินความจริง เราได้แล้วก็ไม่รู้ว่าเราได้ เราได้แล้วก็ไปถล่มตัวเองเกินไป มันผิดสัจจะ เราได้เท่านี้ก็พยายามรู้ให้ชัดว่าเราได้เท่านี้ มันเกินไปเรายังไม่ได้ แต่อันนี้น้อยไปเราก็ไปหลงตนว่าน้อยไปมันก็ผิด มันเป็นมานะ เป็นอติมานะ ตรวจสอบดีๆ ปฏิบัติธรรมให้เน้นศีลแล้วก็เข้าใจศีลให้สัมมาทิฏฐิ ว่าศีล นั่นมันไม่ใช่แค่การกับวาจาอย่างที่มันเสื่อมไปแล้ว ท่านทั้งหลายอธิบายกันว่าศีลปฏิบัติได้ผลช่วยได้แค่กายกับวาจา ส่วนจิตนั้น ไปนั่งสมาธิเอา นี่ท่านก็มิจฉาทิฏฐิกันไปอย่างนั้น ไม่ใช่ คำสอนพระพุทธเจ้าศีลนั่นแหละจะทำให้เกิดเป็น 1 จิตเป็นอวิปฏิสาร.. ในกิมัตถิยสูตร สูตรที่อธิบายว่าศีลปฏิบัติแล้วจะบรรลุอรหันต์ไปตามลำดับ ปฏิบัติศีลนี้ไม่ใช่แค่ได้แค่กายวาจ การบรรลุอรหันต์มันต้องที่จิตนะไม่ใช่แค่กายกับวาจา กายกับวาจาแค่นั้นมันไม่ได้พาบรรลุธรรมมันต้องจิต เพราะฉะนั้นถ้าทำให้ข้อที่ 1 เลย จิตจะไม่เดือดเนื้อร้อนใจ อวิปฏิสาร
อ่านต่อ
แล้วจะมีจิตยินดีเบิกบานยินดี ปามุชชะ แล้วจิตถึงจะเต็มอิ่มใจ เพราะจิตมีความสงบระงับมีปัสสัทธิ กิเลสมันสงบ มันสงบจากกิเลส กิเลสมันสงบไปจากจิตมันไม่มีแล้ว สุข ก็เป็นวูปสโมสุข คือเป็นสุขอีกชนิดหนึ่ง มันมีความสุข 2 อย่างคือสุขโลกียะกับสุขโลกุตระ ความสุขโลกุตระคือสุขสงบเพราะกิเลสมันดับไปทีละลำดับทีละลำดับ แล้วก็จิตสงบจิตที่สะอาดจากกิเลสนั่นแหละมันตกผลึกลงมาเป็นสมาธิ คำของพระพุทธเจ้าใน เจโตปริยญาณ 16 สมาธิ ท่านใช้คำว่า สมาหิโต ท่านไม่ใช้คำว่า เจโตสมาธิ ท่านใช้คำว่า สมาหิโต นี่ก็ต้องพยายามทำความเข้าใจทั้งพยัญชนะและสภาวะให้สำคัญ จิตมันทำให้สะอาดจาก ปุญญาภิสังขารคือ สังขารอย่างยิ่งอภิสังขารคือปรุงแต่งจัดการกับจิตเรา มนสิการทำใจในใจของเรา จนจิตมันเกิดพลังงานบุญ บุญคือการชำระกิเลส พลังงานที่เรียกด้วยพยัญชนะว่า บุญนี่แหละ มันชำระกิเลสออกได้เป็น ปุญญาภิสังขาร จนกระทั่งหมดกิเลสเกลี้ยง ไม่ต้องใช้บุญอีกแล้ว อปุญญะ เป็น อปุญญาภิสังขาร เพราะฉะนั้นไม่ต้องใช้บุญอีกแล้วก็หมายความว่าสะอาดหมดจดแข็งแรงเริ่มตั้งมั่น เริ่มแข็งแรงเป็นสมาหิโต แล้วจิตที่เป็นสมาหิโต มันสะสมตกผลึกตั้งมั่นเป็น อเนญชา ๆ ๆยิ่งตกผลึกตั้งมั่นเป็นความไม่หวั่นไหว เป็น อเนญชาภิสังขาร เพราะฉะนั้นคำว่า อปุญญาภิสังขาร อปุญญะ คำว่า ไม่เป็นบุญคำนี้จึงไม่วนไปเป็นบาป เพราะฉะนั้นคนที่ไปอธิบายว่า อปุญญะ ก็หมายความว่าไม่ใช่บุญก็คือบาป คนนี้ยังวนเวียนยังไม่เข้าใจเรื่อง เอกังสะ คำว่าบุญเป็นเอกังสะ หมายความว่าโดยส่วนเดียว one way Traffic ตรงไปท่าเดียวไม่มีโค้งไม่มีงอ ไม่มีการกลับมาเป็น 2 เป็นหนึ่งอย่างเดียวบุญนี้ ฉะนั้นเป็นคนที่เข้าใจสภาวธรรมไม่ได้ อปุญญะ แปลว่าเป็นบาปอยู่เหมือนอย่างกับท่านสมเด็จพุทธโฆษาจารย์หรือท่านมหาประยุทธ์นี่ ท่านก็ยังแปลอยู่ในหนังสือพจนานุกรมประมวลศัพท์ของท่าน ท่านก็ยังแปล อปุญญาว่า บาป สังขารทั้ง 3 อภิสังขาร 1 2 3 ปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร อเนญชาภิสังขาร เป็นโลกุตระ เป็นสังขารที่เป็นโลกุตระไม่มีโลกิยะไม่วนเวียนอีกแล้ว โลกุตระไม่วนเวียน ไม่วนกลับไปกลับมา เป็นหนึ่งแล้วก็เป็นศูนย์ โลกุตระ เพราะฉะนั้นผู้ที่ยังไม่รู้สภาวธรรม อาตมาจึงรู้ว่า อ๋อ ท่านมหาประยุทธ์นี่ท่านยังไม่รู้แม้กระทั่งคำว่า บุญ ยังมิจฉาทิฐิแม้แต่คำว่าบุญ และศาสนาพุทธมันเสื่อมไปจากคำว่า บุญ เสื่อมไปตั้งแต่คำว่ากาย ที่อาตมาได้แก้ไข ได้นำมาอธิบาย นำมาพาปฏิบัติจนกระทั่งพวกเราสัมมาทิฐิกันแล้วก็ได้มรรคได้ผลมา มันเสื่อมมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ อาตมาก็ย้ำยืนยัน จะมาเขียนหนังสือเกิดมาชาตินี้ก็เพราะว่ามันจำนน จำเป็น จำยอม จำใจ จำต้องจริงๆที่ต้องประกาศที่ต้องพูดความจริงเพื่อยืนยันย้ำแล้วย้ำอีก เขาก็อาจจะบอกว่ามันอวดตัวอวดตนทำไม ก็ไม่ใช่อวดตัวอวดตนก็พูดอีก เป็นการบอกย้ำความจริง มันไม่มีคำอื่น มันไม่มีสภาพอื่นที่จะพูด ให้ผิดเพี้ยนไปจากหนึ่งเดียวที่อาตมาเป็น มันไม่ได้มีความเพี้ยนความเป็น 2 สัจจะมันมีหนึ่งเดียวจริงๆ ก็ทำตามจริงอย่างนี้แหละ ผู้ที่จะเข้าใจได้ก็เข้าใจได้ คนที่เข้าใจไม่ได้ อาตมาก็ไม่รู้จะไปว่ายังไง สมณะฟ้าไท... ถ้าพ่อครูไม่บอกก็ไม่มีใครรู้ พ่อครูว่า... ไม่รู้ง่ายๆมันเป็นสัจจะที่ลึกซึ้งอาตมามาพูด สัจจะลึกซึ้ง พวกเราจะเจริญคือ เราควรจะรับธรรมของศาสนามันยังไม่สูญสิ้น อาตมามากอบกู้ขึ้น มันจะเจริญไปอีก แม้อาตมาตายไปแล้ว แล้วอาตมาก็ยังไม่มีวิบากที่จะได้มาเกิดต่อ เพราะได้สร้างได้ทำที่อาตมารับผิดชอบว่าจะต้องมาต่อสืบทอดสืบเชื้อ ธรรมะโลกุตรธรรมของพระพุทธเจ้าสมณโคดม อันนี้ก็พูดมาย้ำไม่รู้กี่ทีแล้ว ก็ต้องทำจริงแล้วก็ทำมาแล้วมีหลักฐานแล้วอาตมาพูดคือมีหลักฐาน เพราะฉะนั้นคนที่ติดตามก็ไม่มีปัญหา ยืนยันอ้างอิงได้ทั้งตัวตนบุคคลความประพฤติทางกายวาจาใจที่พวกเราได้ผล ได้มรรคได้ผลแล้วอาตมาจะต้องทำงานนี้ 660915 ทิฏฐธรรมนิพพานที่สัมมาจึงจะพาบรรลุ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก