คนมีสภาวะวรรณะ 9 เข้าสู่ชุมชนสาราณียธรรม.docx
เนื้อหาในไฟล์
คนมีสภาวะวรรณะ 9 เข้าสู่ชุมชนสาราณียธรรม _ได้ฟังธรรมะพ่อครู เข้าใจชัด และรายการย่อยธรรมะแต่ละวัน ทั้งบรรยากาศสด และฟังย้อนหลังตามเวลาที่จัดสรรได้ วันละเล็กวันละน้อยก็รู้สึกยินดีที่ปฏิบัติได้ เอาธรรมะเป็นที่ตั้ง หมู่ช่วยขัดเกลา ญาติธรรมมีเมตตานอบน้อมลดอัตตา ไหว้ผู้ที่อายุน้อยกว่าได้ ไม่ถือสาผู้มาใหม่ เป็นแบบอย่างให้ลูกหลานซาบซึ้งความเมตตาจากผู้ใหญ่ การปฏิบัติธรรมมีค่ายิ่งกว่าคำสอน(โศลกธรรมพ่อครู) ญาติมีน้ำใจดูแลลูกหลานผู้มาใหม่ด้วยความเอ็นดู อยู่ด้วยแล้วรู้สึกสัมผัสได้ด้วยจิตวิญญาณของตนเองด้วยความอบอุ่นค่ะ ..กราบขอบพระคุณทุกๆ ท่านค่ะ. พ่อครูว่า …จริง มันเป็นสังคมที่เป็น สาราณียธรรม 6 เป็นสังคมที่มี สาราณียธรรม 6 เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม จริงๆสัมผัสได้ อาตมาว่าคนหยาบก็ยังสัมผัสได้ เข้ามาอยู่ในหมู่กลุ่มพวกเรามีความเมตตาต่อกัน ความเมตตาของชุมชนชาวโศกตั้งแต่เกิดมา 50 ปี ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทที่แรงๆร้ายๆอะไรเลย เป็นชุมชนมา อโศกเป็นชุมชนมา 50 ปี อาตมาว่าจนกระทั่งตั้งแต่เริ่มต้นมีชุมชน ชุมชนแรก ชุมชนแรกก็คือ ศาลี ศีรษะ สันติฯ แล้วจึงมาซื้อที่ปฐมอโศกถือว่าเป็นชุมชนแรกที่พร้อมสรรพ มีทั้งสถานที่ที่ครอบครอง 60-70 ไร่ ที่สันติอโศกก็มีแค่นั้น แม้แต่ที่ ศาลี ศีรษะ ตอนนั้นก็ไปอาศัยป่าช้าเขาเสร็จแล้วเขาก็มาไล่ออกจากป่าช้า ไม่ว่าที่ศาลีหรือศีรษะ เค้าก็มายึดป่าช้าคืน เราก็ต้องซื้อที่ต่อไปก็เป็นของเรา อย่างนี้เป็นต้น ตั้งแต่ต้นมาจนถึงวันนี้เรามีสาธารณโภคีโดยอาตมาไม่ได้มีเจตนาจะให้มันเป็น แต่มันเป็นโดยสัจธรรมของมันเอง เมื่อเรามาปฏิบัติถูกต้องแล้วมันก็เป็นสัจจะของมัน เป็นโลกุตรธรรม มันมีเหตุปัจจัยที่จิตมันเป็น วรรณะ 9 จิตมันเป็นพุทธพจน์ 7 มีคุณธรรมพุทธพจน์ 7 มีคุณธรรมขอ
อ่านต่อ
งจิตวรรณะ 9 จริงๆ พอมันมารวมกันมันก็เป็นสัจจะ มันก็มารวมตัวกันมีคุณธรรมที่ตรงตามคำสอนพระพุทธเจ้า สัจจะเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งนั้นตรงกัน ทั้งหมด ถ้าปฏิบัติถูกเหตุปัจจัย มันก็ต้องเป็นอย่างที่มันเป็นสัจจะ เหตุปัจจัยที่เป็นสัจจะ ถ้าเหตุมันตรงกับสัจจะ ปัจจัยที่ตรงกับสัจจะ ผลออกมามันก็ต้องเป็นสัจจะใช่ไหม มันจะไปเป็นอื่นไปได้ยังไง มันเป็นสัจจะอย่างนั้นอย่างแท้จริง คุณธรรมวรรณะ 9 พูดเป็นภาษาไทยง่ายๆว่าเป็นคนเลี้ยงง่าย คุณก็ต้องมาพิสูจน์ยืนยันทำความรู้ว่า คนเลี้ยงง่ายกับคนเลี้ยงยากมันเป็นยังไง คนเลี้ยงยาก กินก็ยาก นอนก็ยาก ไปก็ยาก มาก็ยาก นั่งยากนอนยาก อะไรก็ยากๆไปหมด แหม มันไม่เหมือนกันอย่างชัดเจนก็จะรู้ สุภระ บำรุงง่ายก็หมายความว่าไม่ใช่การประเมินนะ บำรุงคือทำให้เจริญ ไม่ใช่บำเรอนะ สุโปสะ ทำให้พัฒนา ทำให้เจริญอย่างไม่ได้ดื้อด้านดึงดันอะไรมากมาย แล้วก็เป็นคนเคี่ยวเข็ญลำบากอะไรเลย ก็เจริญได้ไม่ช้า เป็นไปได้พอสมควร เร็ว บำรุงง่ายทำให้เจริญได้ง่าย มักน้อยหรือ คำว่า มักน้อยคือ มีน้อยๆ ชอบมีน้อยๆ มักนี่คือชอบ มักเจ้าเด้ขาเป๋ลืมเบิ่ง มักเจ้าแล้วขาแป้วจึงเห็น มัก แปลว่า ชอบหรือรักก็ได้ เราชอบด้วยความจน มักน้อยชอบในความมีน้อยไม่เอามากๆ น้อยจนกระทั่งถึงศูนย์สูงสุดแล้ว น้อยอะไรก็ไม่มีเท่าศูนย์หรอก ติดลบเป็นหนี้นั้นไม่ถือว่าดีนะถือว่าเป็นหนี้ มันติดลบไม่ดี มันต้องเป็นศูนย์นี่มันสูงสุดแล้ว เป็นคนกล้าจน เขาแปลตามเดิมว่าแปลว่า มักน้อย จากบาลีว่า อัปปิจฉะ แต่อาตมามาแปลว่า กล้าจน เป็นคนมากล้าจน มันชัดเจนนะอาตมาว่า มันรู้ๆทั้งรู้ว่านี่มันจนดียังไง จนนี่สบายยังไง สูงส่งประเสริฐยังไง มันเข้าใจเลย มันมีปัญญาพอ สำทับไปอีกว่า สันโดษหรือ สันตุฏฐิ มีใจพอ ตอนนี้ก็ลึกซึ้งมันพอ น้อยเท่าไหร่ก็พอ จนที่สุดเป็นศูนย์ก็พอ แล้วคนอยู่ได้เรอะเป็นศูนย์ก็พออยู่ได้ไหม อยู่ได้เป็นศูนย์ก็พอ ก็มันมีเมตตากายกรรมเมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม มีใจเกื้อกูลเพิ่มพูนการเสียสละอีกอย่างเต็มที่อยู่แล้ว มันเป็นคุณธรรมที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว ไม่ได้ขัดแย้งมันจะจริง เพราะฉะนั้นในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านเอาคำนี้มาใช้เป็นศัพท์ที่ไม่แรงไม่จัดจ้านเหมือนอาตมาใช้ เหมือนอย่างพระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่า มักน้อยหรือกล้าจน ท่านก็ใช้คำว่า พอเพียง พอ ทั้งอัปปิจฉะ สันตุฏฐิ กล้าจนและใจพอ ท่านเอาไปใช้เป็นคำว่า พอเพียงเป็นไปตามลำดับ เป็นพระปรีชาของในหลวง ความเฉลียวฉลาดของพระองค์ ก็ใช้พยัญชนะอย่างนี้ เสร็จแล้วเป็นคนมีความขัดเกลา คือยังมีสิ่งที่ยังไม่สมบูรณ์สิ่งที่เรายังบกพร่องยังเหลืออยู่ ต้องขัดออกๆ กายกรรมที่ยังไม่ดียังไม่สมบูรณ์วจีกรรมที่ยังไม่ดีไม่สมบูรณ์ จิตของเรากิเลสของเรามันยังมีเหลือ ยังไม่สมบูรณ์มันยังไม่จบ ก็ขัดเกลาออก คนยังมีสิ่งที่ต้องขัดเกลา เมื่อขัดเกลาสมบูรณ์แบบแล้วไม่ต้องมีอะไรต้องขัดเกลาอีก มันก็ต้องจบ มันยังไม่จบก็ขัดเกลาที่เหลือเศษ ก็ตรวจแล้ว ขัดเกลาแล้วขัดเกลาอีก กำจัดกิเลสข้อที่ 6 ธูตะ มาเป็นภาษาไทยคือคำว่า ธุดงค์ เขาเข้าใจคำว่า ธุดงค์คือการบุกป่าบุกดง นี่ก็คือความเสื่อมหนัก ศาสนาพุทธไม่ออกป่าไม่ออกดงอะไร แต่อยู่กับสังคมสมบูรณ์แบบมีผัสสะเต็มรูป อยู่กับสังคมไปตามลำดับ เราขีดไหนขั้นไหนของเราไปสัมผัสๆได้ละกิเลสได้เป็นระดับๆไป เป็นขั้นๆตอนๆไป ไม่ใช่หนี แต่เผชิญ ศาสนาพุทธนี่เผชิญเพราะฉะนั้นจะสูงขึ้น ธรรมะที่ได้แล้วจะเป็นธรรมะที่เคร่ง แต่ผู้ที่บรรลุในธรรมะที่เคร่งนั้นเป็นผู้ที่สบายไม่เคร่ง แต่คนอื่นเห็นแล้วจะรู้สึกว่าตายๆๆเคร่งอย่างนี้ไม่ไหว เช่น มาเป็นคนกินมื้อเดียวเคร่งตาย แต่พวกคุณกินมื้อเดียวได้สบายแล้วไม่เห็นจะเคร่งอะไรเลย มันก็เป็นปกติสามัญกินมื้อเดียวสบาย ไม่ใช้เงิน เคร่งไหม ของเขาเคร่งนะ เป็นคนที่ทนไม่ได้แต่คนที่ทำได้แล้วนั้นไม่เคร่งอะไรเลย ไม่เห็นจะตึงเครียดอะไรมันก็เป็นธรรมดาไม่ต้องใช้เงิน กินมื้อเดียวก็ตาม เป็นต้น นี่คือความสิริมหามายา คำเดียวกันแต่เข้าใจมุมเหลี่ยมของสัจธรรม อันไหนถูกต้อง อันไหนมันเป็นหน้า อันไหนที่เป็นหน้าที่ถูกต้อง เป็นสิริมหามายา ก็ต้องเข้าใจให้ถูก เพราะฉะนั้นผู้ที่ได้แล้วก็มีอาการทางกายวาจาใจน่าเลื่อมใส ผู้รู้เห็น ผู้รู้สัมผัสแล้ว โอ้โห น่าเลื่อมใสเป็นอาการทางกายก็ดี อาการทางวาจาก็ดีอาการทางใจก็ดีน่าเลื่อมใส ปาสาทิกะ เป็นผู้มีปัญญารู้เห็นว่าอย่างนี้น่าเคารพ นับถือ เลื่อมใส ข้อที่ 8 เป็นเครื่องชี้เลยว่าไม่สะสม อปจยะ เป็นคนไม่สะสม เป็นถึงฐานศูนย์เลย ก็ไม่สะสม แล้วยิ่งมีวัฒนธรรม มีประเพณีจารีตสาธารณโภคี มีกองกลางเบิกกินเบิกใช้ ไปสะสมทำไมให้หนัก ถ้าจะว่าไปแล้วมีบาทนึงก็หนัก 5 บาทก็ยิ่ง 10 บาทนี้ยิ่งหนักกว่าตายๆๆ 100 บาทก็หนักไปอีก ไปเที่ยวเก็บไว้ เขาก็ไปใส่เซฟฝากแบงค์ไว้ตามระบบของมนุษยชาติง่ายๆ เพราะฉะนั้นจึงบอกว่าทุกอย่างมันลงตัวยืนยันพิสูจน์สิ่งที่เป็นจริงเกิดจริงเป็นจริงแล้วอย่างชาวอโศกมาเกิดในยุคนี้ เป็นการปฏิบัติโลกุตรธรรมที่อาตมาภาคภูมิใจมาก ที่เอาธรรมะโลกุตรธรรมของพระพุทธเจ้ามาให้พวกเราพิสูจน์ปฏิบัติได้เป็นจริง เป็นจริงแล้วมันก็เกิดคุณธรรมที่อาตมาคิดได้ว่ามันเป็นจริงๆนะ 8 คำนี้ อิสระ สบาย สงบ อบอุ่น อิ่มเอม เกษมใส ใจเกื้อกูล และเพิ่มพูนความเสียสละ จบด้วยปลายเปิดที่เป็นผู้ที่เพิ่มพูนความเสียสละให้ได้มากๆในชีวิตเพราะเราอยู่ก็สบายแล้ว สงบอบอุ่นแล้ว ไม่ต้องขยายความแล้วว่ามีอยู่มีกินอุดมสมบูรณ์ถึงได้เสียสละแจกจ่ายเจือจาน จิตใจก็เกื้อกูลอยู่ตลอดเวลา แม้ผู้ที่เขามาทำโทษทำภัยกับเรา เราก็ไม่ได้ติดใจถือสาถือโทษถือโกรธอะไรเลย ก็ยังมีใจเกื้อกูลปรารถนาหวังประโยชน์เพื่อสัตว์ทั้งปวงอยู่ มีจิตหวังประโยชน์เพื่อสัตว์ทั้งปวงอยู่ แม้เขาจะร้ายกับเรา เราก็คิดว่าน่าสงสารจริงๆเขาไม่รู้ ไปโกรธคนไม่รู้นี่มันโง่กว่าคนไม่รู้นะ เราไปโกรธคนที่ไม่รู้นี่มันโง่กว่าคนไม่รู้ ก็เขาไม่รู้นะไปโกรธเขาได้ยังไง มันโง่ ไปโกรธทำไม คุณโกรธคนโง่นี่คุณโง่กว่าคนโง่ คุณโกรธกว่าคนบ้า คุณบ้ากว่าคนบ้า คุณไปโกรธคนเมา คุณเมากว่าคนเมาอีก ใช่มั้ย ไปโกรธคนโง่ ไปโกรธคนบ้า ไปโกรธคนเมา คุณเมากว่าเขาเมา คุณก็ไปโกรธคนเมา ก็เขาเมาเขาไม่รู้จักเรื่องอะไร ก็เขาบ้าไปโกรธเขาได้ยังไง คนบ้ากว่าเขาหรือไปมากกว่าเขาได้ไง ก็อาการอย่างนี้คุณจะเอาหรือ แล้วคุณไปทำให้ยิ่งกว่าเขา อ้าวแล้วกัน มันจะเป็นยังไง อ้าวต่อ 660915 ทิฏฐธรรมนิพพานที่สัมมาจึงจะพาบรรลุ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก