25 ภาคผนวก จ ใจเพชร น 2385-2414.docx
เนื้อหาในไฟล์
ภาคผนวก จ ตัวอย่างที่น่าสนใจของผู้ ใช้การแพทย์วิถีธรรม ปรับสมดุลสุขภาพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ตามหลักการแพทย์วิถีพุทธ หนังสือ “ถอดรหัส สุขภาพ เล่ม 1 ร้อนเย็นไม่สมดุล” ตัวอย่างที่น่าสนใจของผู้ ใช้การแพทย์วิถีธรรม ปรับสมดุลสุขภาพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ตามหลักการแพทย์วิถีพุทธ หนังสือ “ถอดรหัส สุขภาพ เล่ม 1 ร้อนเย็นไม่สมดุล” ก รณีตัวอย่าง 1 เนื้องอกที่เต้านม อายุประมาณ 5 0 ปี ป้าพุก แสนศรี บ้านนาโป่ง ตำบลป่าไร่ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุก ดาหาร พบเนื้องอกที่เต้านม ขนาด 3 × 5 เซนติเมตร มีลักษณะแข็งขร ุขระ ผู้ป่วยให้ข้อมูลว่า เพียง 6 เดือน ก้อนขยายโตอย่างรวดเร็วจาก 1 ข้อนิ้วก้อยขยายเป็น 3 × 5 เซนติเมตร ไปตรวจ ที่โรงพยาบาลดอนตาล หมอให้ยามากินก็ไม่หาย จึงนัดผ่าตัด ป้าพุดไม่อยากผ่าตัด พอดีลูกสาว ป้าพุกซึ่งเป็นญาติธรรมรู้จัก ผู้เขียน แนะนำให้มาหา ผู้เขียน ผู้เขียน แนะนำให้ทดลองใช้แนวธรรมชาติบำบัด โดยให้งดเนื้อสัตว์ทุกชนิด ให้กิน ข้าวกล้องกับผักไร้สารพิษ ซึ่งผักที่ป้าพุกหามาได ้มีเพียง ไม่กี่ อย่าง คือ ใบบัวบก สายบัว ผักบุ้ง ตำลึง ให้ลวกกินสุกและก ินสด ให้ใช้ซีอิ๊วขาวได้ไม่เกิน 1-2 ช้อนชา ต่อวัน และให้โขลกผักทั้งหมดแล้วเอาน้ำต้มข้าวกล้องหรือน้ำเปล่า ผสมผักที่โขลกแล้วคั้นน้ำดื่มตอนสาย ๆ และตอนบ่ายดื่มทุกครั้ง ที่กระหายน้ำ ให้สวนล้างลำไส้ใหญ่ด้วยกาแ ฟวันละ 1 ครั้ง หลังจากที่ทำได้ 2 สัปดาห์ ก้อนเนื้องอกที่แข็งขรุขระก็อ่อนนิ่มและลดขนาดเล็กลงครึ่งหนึ่งอย่างน่าอัศจรรย์ ผู้ป่วยมีกำลังใจอย่างมาก จึงเคร่งครัดในกิจกรรมการดูแลสุขภาพทุกอย่าง และปรั บการสวนล้างลำไส้ใหญ่ เป็นวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น อีก 2 สัปดาห์ต่
อ่านต่อ
อมาก้อนเนื้องอก ก็ยุบหายไปหมดคลำหาไม่พบ ป้าพุกบอกว่า ดีใจมากที่ไม่ต้องถูกผ่าตัด อีกกรณีหนึ่ง คุณอิ้ม อายุ 16 ปี บ้า นนิคมเกษตรกรรมทหารผ่านศึก หมู่ 5 ตำบล หว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร เป็นเนื้องอกที่เต้านม เธอชอบกินเนื้อหมูมาก ผู้เขียน แนะนำให้งดหรือลดเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อหมู เพราะมีไขมันมาก ให้รับประทานผักมากขึ้นและสวนล้างลำไส้ใหญ่ด้วยกาแฟ เธอป ฏิ บัติตาม เนื้องอกก็ยุบลงภายใน 3 สัปดาห์ แต่พอเธอกินเนื้อหมู มาก ๆ อีก เนื้องอกก็โตขึ้นอีก สลับไปตามพฤติกรรมของเธอ กรณีตัวอย่าง 2 เนื้องอกที่มดลูก มดลูกโต ตกเลือด ตกขาว มึนชา ปวดร่างกาย แม่ครั่ง มีทรัพย์ อายุ 53 ปี บ้านเลขที่ 28 หมู่ 7 ตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดา หาร มีอาการปวดมึนชาตามแขนขามา 20 ปี ไปรั กษาตามโรงพยาบาล ฉีดยาวิตามินบี 1 และแคลเซียมเป็นประจำ อาการทุเลาลงชั่วคราว พอหมดฤทธิ์ยาก็เป็นใหม่อีก ประวัติชอบกิน ข้าวเหนียวขาวเป็นประจำ ผู้เขียน แนะนำใ ห้กินข้าวกล้อง หลังจากที่ทำได้ 3 เดือน อาการ ปวด มึนชาทุเลาลง พอกินข้าวกล้องได้ 1 ปี อาการดังกล่าวก็หายไป อยู่มาวันหนึ่งมีอาการท้องเสีย ถ่ายเหลวไม่หยุด เหนื่อย อ่อนเพลีย ต้อ งนอนรักษาตัว ที่โรงพยาบาลดอนตาล 3 วัน อาการอ่อนเพลียทุเลาลงเล็กน้อยและยังถ่ายไม่หยุด หมอให้กลับบ้านพร้อมกับให้ยามากินก็ไม่หาย แม่ครั่งใช้วิธีคั่วงากินวันละ 10 ช้อนโต๊ะ (ซึ่งคนปกติไม่ควรกินเกินวันละ 2 ช้อนโต๊ะ) อาการถ ่ายเหลวของแม่ครั่งหยุดภายในวัน 1 วัน หลัง จากที่กินงาครบ 2 สัปดาห์ ผ ิวที่เคยตกกระขาวที่เป็นมากว่า 10 ปี เริ่มจางลงจนเกือบหายหมด (แม่ครั่งตกกระขาวและดำสลับกันบนผิวหนัง แสดงถึงความไม่สมดุลทั้งภาวะร้อนและเย็นเกิน เกิดขึ้นพร้ อมกัน) แม่ครั่งกินงาวัน ละ ประมาณ 10 ช้อนโต๊ะอยู่เป็นเวลาประมาณ 1 ปี รู้สึกแข็งแรงและไม่ปวดมึนชาแขนขา อีกเลย จึงทำงานกสิกรรมอย่างหนักเกินคนทั่วไป (ปกต ิก็ทำงานหนักต่อเนื่องมาประมาณ 20 ปี อยู่แล้ว) อีก 6 เดือนต่อมา พฤติกรรมยัง คงเป็นเช่นเดิม คือ กินงาวันละ 10 ช้อนโต๊ะ (งาให้พลังงานความร้อนมากและกินมากเกิน) พร้อมกับทำงานอย่างหนัก จึงเกิดอาการปวดออกร้อนตามเนื้อตัว แม่ครั่งบอกว่าเหมือนไฟเผา เหมือนเนื้อจะหลุดออกมาเป็นชิ้น ๆ ลูกหลานเดินผ่านพื้นบ้านสะเทือนเพียงเบา ๆ ก็เกิดความปวดทรมาน ผู้เขียน ให้หยุดกินงา หยุดกินเนื้อสัตว์ (ปกติแม่ครั่งงดการกินสัตว์ใหญ่อยู่แล้ว เหลือเพียงสัตว์เล็กที่ยังเลิกไม่ได้) ให้อบและอาบน้ำสมุนไพร (การอบถ้าใช้เวลาสั้นจะช่วยถอนฤทธิ์ร้อน แต่ถ้าใช้เวลานานจะเพิ่มฤทธิ์ร้อน ดังนั้นขณะอบให้พรมน้ำธรรมดาไปด้วยตลอด จะช่วยปรับสมด ุล ได้ดี) ให้กินบอระเพ็ดครั้งละ 2 เม็ด 3 เวลาก่อน อาหาร ให้สวนล้างลำไส้ใหญ่วันละ 2 ครั้ง เช้า และเย็น อาการดีขึ้ นวันต่อวัน ตามลำดับจน 3 สัปดาห์ก็หาย หลังจากนั้นแม่ครั่งก็ทำงานหนักอีก กินงาปริมาณมากแ ละกินเนื้อสัตว์อีกครั้ง ประมาณ 4 เดือนต่อมา มีอาการปวดเอวมาก พบมดลูกหย่อน เดินลำบาก แม่ครั่งบอกว่าที่ปากมดลูกมีลักษณะแข็งขรุ ขระคล้ายหนังคางคกเป็นมาประมาณ 10 ปีเศษ แต่วันนี้มีลักษณะแดงและออกร้อนร่ว มด้วย ไปตรวจที่โรงพยาบาลค่ายสุร นารี อัลต ราซาว ด์พบเนื้องอกที่มดลูกขนาด 5 เซนติเมตร พบ มดลูกโต 12 เซนติเมตร หมอนัดผ่าตัด แต่แม่ครั่งไม่อยากผ่า จึงเลือกใช้แนวธรรมชาติบำบัด ผู้เขียน แนะนำให้งดเนื้อสัตว์ทุกชนิด ให้กินผักมาก ๆ ให้สวนล้างลำไส้ใหญ่ ผู้เขียน และพี่น้อมบูชา ช่วยจัดสมดุลโครงสร้างกระดูก กล้ามเนื้อและลมปราณให้ เมื่ อ ครบ 1 เดือนครึ่ง ไปตรวจพบ เนื้องอกยุบลงครึ่ งเซนติเมตร มดลูกยุบเล็กลงเหลือ 5 × 8 เซนติเมตร อาการ ปวดเอวหายไป ทั้ง ๆ ที่ แม่ครั่งป ฏิ บัติตัวได้ไม่เต็มที่นัก บางวันก็งดเนื้อสัตว์ได้ บางวันก็งดไม่ได้บางวันก็หยุดงานได้ บางวันก็หยุดงานไม่ได้ มีเรื่องน่าประหลาดใจอยู่อย่างหนึ่งก็คือ ก่อนไปตรวจที่โรงพยาบาลในครั้งนี้ ผู้เขียน พาแม่ครั่งไปพักที่สีมาอโศก ตอนนั้นแม่ครั่ งยังปวดท้องปวดเอวอยู่ พอตอนตี 4 ส ม ณะเริ่มเทศน์ ทำวัตรเช้า แม่ครั่งนอนฟังอยู่ที่บ้านพัก เสียงตามสายสมณะท่านเทศน์สอนเรื่องการปล่อยวาง พอ ผู้เขียน กลับมาตอนทำวัตรเสร็จ แม่ครั่งเล่าให้ฟังว่า ขณะฟังธรรมะอยู่จิตใจมันเกิดเข้าใจธรรมะ ปล่อยวางได้ จิตใจมันรู้สึก โปร่ง โล่ง สบาย มีความปีติสุขอย่างมาก ทันทีทันใดนั้น ก็มีความรู้สึกว่าก้อนมดลูกมันยุบลง และอาการปวดทรมานก็หายไปเป็นปลิดทิ้งทันที จากข้อมูลนี้จิตใจคงมีผล ต่อร่างกาย แม่ครั่งตั้งใจจะเข้มงวด ในการรักษาตัวเอง แต่ก็ทำได้แค่ 2 สัปดาห์ ก็กลับมากินเนื้อ และทำงานหนักอีก ซึ่งตอนที่หยุดเนื้อสั ตว์ได้อาการต่าง ๆ จะทุเลาลงมาก 2 เ ดือนต่อมาก็มีอาการ ตกเลือด 15 วัน หมดผ้าอนามัยวันละ 1-2 ผืน แม่ครั่งก็เข้มงวดดูแลตัวเอง อาการไม่สบายต่าง ๆ ก็หายไป พอได้ 2 สัปดาห์ แม่ครั่งก็มีพฤ ติกรรมก่อโรคเดิมอีก ดังนั้นอีก 1 เดือนต่อมา ก็ตกเลือด อีก 1 0 วัน หมดผ้าอนามัยวันละ 1-2 ผืน แม่ครั่งก็เข้มงวดรักษาตัวเองอีกครั้ง อาการไม่สบายต่าง ๆ ก็หายไป แ ล้วก็กลับมามีพฤติกรรมก่อโรค อีก 3 เดือนต่อมามีอากา ร ตกเลือดอย่างหนักหมดผ้าอนามัย 2 0 ผืนต่อวัน เป็นติดต่อกัน 2 วัน มีอาการวูบ หน้ามืด วิงเวียน ผู้เขียน กลับไปเยี่ยมบ้านพอดี หลังจากซักประวัติ ตรวจร่างกายเสร็จ ก็เอา ย่านาง บัวบก ผักบุ้ง ตำลึง สาบเสือ ใบหว้า ใบฝรั่ง ใบมะยม อย่างละ 1 กำมือ โขลกให้ละเอียด เติมน้ำ 2 แก้ว (ประมาณ 5 00 ซี.ซี.) คั้นกรองเอาแต่น้ำ ผ่ านกระชอน แล้วเอาน้ำมะพร้าวอ่อน 1 ลูก มาผสมกับ น้ ำคั้นผัก ให้แม่ครั่งดื่ม ไม่ถึง 5 นาทีแม่ครั่งบอกว่าเลือดมาช้าลงมากเหมือนจะ หยุดไหล วันนั้นหมดผ้าอนามัยแค่ 3 ผืน วันต่อมา 2 ผืน วันต่อมาอีก 1 ผืน หลังจากนั้นไม่มีเลือดไหลออกมาอีกเลย ผู้เขียน พาไปตรวจที่โรงพยาบาลมุกดาหารกับหมอ ผู้เชี่ยวชาญ หมอบอกว่ามดลูกโต 16 เซนติเมตร หมอ จึ งนั ด ผ่าตัด แม่ครั่งไม่อยากผ่า จึงเข้มงวดการรักษา และคั้นน้ำปั่นผักกินทุกวัน (บางวันก็ ใส่น้ำมะพร้าว บางครั้งก็ไม่ได้ใส่) ผู้เขียน ให้กิน ข้าวเจ้า ซ้อมมือ หรือข้าวกล้องแทน ข้าวเหนียว กินผักฤทธิ์เย็น อีก 2 เดือนต่อมามดลู กก็ยุบลง คลำหาไม่พบ ตกกระดำ และห ู ดที่ขึ้นตามผิวหนัง ก็จางลงและหลุดออกไป ตุ่มขรุขระเหมือนผิวคางคกที่มดลูกก็หายไป กลับมาเป็นสภาพมดลูกปกติ อาการตกขาวที่เป็นเรื้อรังมาหลายปี ก็หายไปพร้อมกัน อีกตัวอย่างหนึ่ง อาจารย์โสภา สมเขาใหญ่ อายุ 55 ปี ญาติธรรมวังสวนฟ้า จังหวัดสระแก้ว เป็นคนที่ขี้ร้อน แต่ทำงานทน เกิดวันที่ 21 เดือนมกราคม เป็นลักษณะธาตุดินผสมไฟ ได้ไปตรวจ อัลตราซาวด์ พบเนื้องอกที่มดลูกขนาด 2 × 3 เซนติเมตร อาจารย์โสภาเลือกใช้ แนว ธ รรมชาติบำบัดในการรักษาตัวเอง หลังจากที่ซักประวัติพบว่า ชอบกินอาหารที่มีฤทธิ์ร้อน เช่น อาหารทอด อาหารเผ็ดจัด เงาะ ทุเรียน จึงวินิจฉัยว่าเป็นเนื้องอกน่าจะเกิดจากภาวะร้อนเกิน รักษาด้วยการกินข้าวกล้อง ผักสดที่มีฤทธิ์เย็น งดอาหาร ที่มีฤทธิ์ร้อน ทำการ สวนล้างลำไส้ใหญ่ ทำอยู่ประมาณ 1 ปี เกิดภาวะเย็นเกิน มือเย็น เท้าเย็น เรอเอิ ๊ กอ ๊ าก ปวดเมื่อยเนื้อตัว พอดีพบกันที่ค่ายสุขภาพ พี่น้อมบูชาและ ผู้เขียน ช่วยกันดูแล ปรับให้กินอาหารฤทธิ์ร้ อ น อาบแดด ให้ออกกำลั งกายและนวดตัวเอง อาการเย็นเกิน ลดลงตามลำดับ จน 6 เดือนต่อมา ได้ไปตรวจอุลตร าซาวด์ พบว่าเนื้องอกที่มดลูกหายไปแล้ว เมื่ออาจารย์โสภากินอาหารฤทธิ์ร้อนติดต่อกันนานเกิน หลังจากนั้น 1 ปี ต่อมา พบว่า เป็นงูสวัดขึ้นที่แขนด้านซ้าย จึ งรักษา ด้วยการเอาเสลดพังพอนและใบสะเดา ตำให้ละเอียด แล้วผสมน้ำเปล่าให้พอชุ่ม พอกที่ผื่นตุ่มของงูสวัด อาการปวดแสบออกร้อน ทุเลาลงทันที ต่อจากนั้น ดื่มน้ำรางจืด สวนล้างลำไส้ด้วยน้ำรางจืด กินอาหารฤทธิ์เย็น อาการดีขึ้นตามลำดับ เมื่อดูแลตัวเองต่อเนื่องได้ 1 สัปดาห์ อาการงูสวัดก็หายไป กรณีตัวอย่าง 3 อาจารย์ สมนึก ห้องแซง (แม่สมไพร) อายุ 67 ปี บ้านเลขที่ 51/386 หมู่ 1 ตำบลนิคม คำสร้อย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวั ดมุกดาหาร เป็นมะเร็งปอดระยะที่ 3 มีอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย ผอมตัวซีด ปวดตามแนวกระดูกสันหล ัง มีไข้ต่ำ ๆ มือเท้าเย็น ภายใน 1 เดือน น้ำหนักลด 1 0 กิโลกรัม ผู้เขียน และหมอก้าวตรงช่วยกันดูแล จากการซักประวัติและตรวจร่างกายแม่สมไพร คงเป็นมะเร็งจากภาวะไม่สมดุลแบบเย็นเกิน แม่สมไพรเลือกการรักษาด้วยแนวธรรมชาติบำบัด ตามเทคนิคดังต่อไปนี้ 1. สวนล้างลำไส้ใหญ่ วันละ 2 ครั้ง เช้าใช้กาแฟ เย็นใช้น้ำมะนาว 2 . วิ่งออก กำลังกายทุกวัน วันละ ประมาณ 30 นาที และทำโยคะ 3 . ฝึกนั่งสมาธิและฝึกจิตไม่เครียด ไม่กังวล ไม่กลัวความตาย เปิดเทปธรรมะและ อ่าน หนังสือธรรมะทุกวัน 4 . แช่ตัวด้วย น้ำธรรมดา 3 นาที สลับกับน้ำสมุนไพรอุ่นจัดๆ 5 นาที ทำกลับไปกลับมา 3 รอบ วันละ 2 ครั้ง คือ เช้าและเย็น 5 . รับประทานอาหารธรรมชาติไม่ปรุงแต่ง กินข้าวกล้องหลากสีกับผักสดผักลวก งดโปรตีนทุกชนิดทั้งจากพืชและจากสัตว์ นำผักพื้นบ้านหลายชนิดที่หาได้มาโขลกผสมน้ำเปล่าแล้วคั้นเอาแต่น้ำดื่มทุกวัน ทำน้ำพริกสมุนไพรเผ็ดร้อน เช่น ข่า ตะไคร้ กินทุกวัน เน้นรสเผ็ด เปรี้ยว 6 . ผู้เขียน และพี่น้อมบูชา ช่วยกันจัดสมด ุลโครงสร้างให้ พอป ฏิ บัติตัวได้ 3 เดือน อาการเริ่มดีขึ้นตามลำดับ พอได้ 8 เดือน อาการไม่สบายต่างๆ ก็หายไป ไปตรวจที่โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์ไม่พบมะเร็ง ในช่วง 3 เดือนแรกสิ่งที่ ผู้เขียน แนะนำให ้แม่สมไพรกินเสริม คือ น้ำลูกยอ 2 ช้อนโต๊ะ (ทำจากลูกยอ 1 กิโลกรัม ใส่ขวดโหลตากแดด 7 วัน ก็จะมีน้ำลูกยอซึม ออกมาเอง) ผสมน้ำผลไม้ รสเปรี้ยว 1 แก้ว มะละกอสุกครึ่งลูก (ใช้ ทั้ง เนื้อ เปลือก และเมล็ด) ถั่วงอก 1 ขีด ปั่นเข้าด้วยกัน ดื่มทุกวัน อา การดีขึ้นตามลำดับ แต่พอหลังจาก 3 เดือน พอดื่มสูตรนี้ แล้ว รู้สึกร่างกายไม่ดี จึงเลิกดื่ม แม่สมไพรนั้นเป็นคน ที่มีความตั้งใจ เอาจริงเอาจังในการดูแลรักษาตัวเอง ป ฏิ บัติได้ อ ย่างเคร่งครัด ทั้งนี้น่าจ ะเป็นเพราะแม่สมไพรเคยฝึกถือศีล 8 กินข้าววันละมื้ อ กินอาหารปรุงแต่งน้อย มานับ 10 ปี พอเกิดปัญหาขึ้น จึงมีจิตใจเข้มแข็ง ทำได้โดยไม่ยาก ไม่ลำบาก และ หมั่นตรวจ สอบตัวเองว่า อะไรถูกหรือไม่ถูกก ั บร่างกายตน สิ่งที่ไม่ถูกกันก็รีบหยุด ส่วนที่ถูกกัน ก็ยืนหยัดทำต่อเนื่อง เพราะบางอย่างก็จะถูกกับร่างกายของเราในบางช่วงเวลาเท่านั้น แม่สมไพรเริ่มกิน อาหารปรุงแต่งบ้างเล็กน้อย หลัง 8 เดือน แ ละกิ น อาหารถอนพิษเย็น มาตลอดจนได้ 2 ปี ก็เกิดอาการตัวร้อน เห นื่อย อ่อนเพลีย เป็นอยู่ประมาณ 1 เดือน มาพบ ผู้เขียน ที่สวนส่างฝัน พอตรวจร่างกาย ก็พบภาวะร้อนเกิน ผู้เขียน จึงแก้ลมปราณให้และปรับให้กินอ าหารฤทธิ์เย็น อาการดีขึ้นภายใน 1 วัน จะเห็นได้ว่าร่างกายของคนเรา ควรจะปรับให้เกิดความสมดุล ไม่ร้อนไม่เย็นเกิน จึงจะมีสุขภาพที่แข็งแรง กรณีตัวอย่าง 4 ป้าทองจีน ยิ้มใส (แม่บ้านของอาสุวรรณซึ่งเป็นญาติ ธรรมวัดป่าสวนธรรมร่วมใจ) อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ 175 หมู่ 12 ตำบลบุ่ง อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ ป้าทองจีนมาหา ผู้เขียน ด้วยอาการจุกเสียดแน่นท้อง ออกร้อนท้องทางซี่โค รงด้านขวา เป็นเรื้อรังมาประมาณ 2 ปี มีอาการหนักขึ้น ประมาณ 5 เดือนก่อนไปตรวจอ ั ลตราซาว ด์ ป้าทองจีนเล่าให้ ผู้เขียน ฟังว่า มักลุกปัสสาวะตอนเที่ยงคืนถึงตี 2 เป็นประจำ จึงไปตรวจที่คล ิ นิก หมอ โรงพยาบาลและศู นย์มะเร็ง หมอตรวจเลือดอัลตราซาว ด์ ทุกแห่งวินิจฉัยตรงกันหมดว่า เป็นมะเร็งที่ตับ พบเนื้องอกของมะเร็ง ขนาด 11.9- 12.3 เซนติเมตร หม อบอกว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน และบอกว่าโรคนี้ไม่มียารักษา จึงไม่ได้ให้ยารักษาใด ๆ ถ้าจะผ่าตัดก็เสี่ยงเพราะเป็นใกล้เส้นเลือดใหญ่ที่สำคัญ หมอให้กลับบ้าน ผู้ป่วยจึงได้มาหา ผู้เขียน ที่สวนส่างฝัน ผู้เขียน ซักประวัติ พบว่าเป็นคนชอบกินอาหารหวานและมัน เป็นคนอารมณ์ร้อน มักหงุดหงิด ฉุนเฉียว โมโห เอาแต่ใจตัวเอง โหมงานหนักต่อเนื่องมานาน และเมื่อตรวจร่างกาย แล้ว จึงวินิจฉัย ว่าเป็นคนธาตุดินผสมไฟ ที่ป่วยด้วยภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกิน ผู้เขียน จัดสมดุลลมปราณ จัด กระดูก - กล้ามเนื้อ แบบไทยและจีนให้ ให้สมุนไพรรางจืดกินว ันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 เม็ด เวลา 10.00 น. และ 10.00 น. ให้กินสมุนไพรย่านาง กินอาหารฤทธิ์เย็น อาบน้ำสมุนไพร บริหารดัดตัวผ่อนคลายกล้ามเนื้อและถอนพิษร้อน สวนล้างลำไส้ใหญ่ด้วยมะนาวและรางจืด ฝึกจิตคลายเครียด คลายความหงุดหงิด คลายความโมโห จากนั้นผู้ป่วยกลับไปดู แลตัวเองต่อที่บ้าน 1 เดือนต่อมา ผู้ป่วยเล่าให้ ผู้เขียน ฟังว่า ร่างกายดีขึ้นมาก รู้สึกมีเรี่ยวแรงสดชื่น เบาเนื้อเบาตัวกระปรี้กระเปร่า อาการไม่สบายในตัวทั้งหมดหายไปรวมทั้งไม่ลุกปัสสาวะตอนกลางคืนอีกเลย จึงไปตรวจอัลตราซาว ด์ที่คลินิกหมอในจังหวัดอำนาจเจริญที่เคย ตรวจพบครั้งแ รก หมอตรวจ อยู่นานรู้สึกประหลาดใจจึงถามว่าไปทำอะไรมา เพราะมาครั้งแรก ตรวจใช้เวลาเพียงเล็กน้อย ก็พบก้อนชัดเจนที่ตับ แต่ครั้งนี้ใช้เวลานานมากเพราะก้อนมันฝ่อเลือนหายไปมาก เหลือมองเห็นได้ เลือน ๆ ไม่ชัดเจน หมอบอกว่ามะเร็งฝ่อลง และบอกว่าหมอไม่มียา ให้ป้าทองจีนใช้วิธีธรรมชาติบำบัดอย่างที่ทำมานั้นต่อไป แล้วหมอก็นัด ตรวจทุก 2 เดือน หลังจากที่ป้าทองจีนมาเล่าให้ ผู้เขียน ฟัง ผู้เขียน จึงบอกว่าป้ารักษาตัวเองมาได้ถูกทางแล้ว ทำดีแล้ว ให้พยายามทำต่อไปแล้วให้ไปตรวจ เป็นระยะ ๆ ที่คลินิกหรือโรงพยาบาลเพื่อติดตามผลความ ก้าว หน้าในการรักษาต่อไป ล่าสุดหลังจากตรวจพบโรค ประมาณ 8 เดือน ป้าทองจีนมาหา ผู้เขียน บอกว่าไม่มีอาการผิดปกติอะไรเลย ทำงานได้ตามปกติและรู้สึกแข็งแรงกว่าแต่ก่อนด้วยซ้ำ กรณีตัวอย่าง 5 หญิงอายุปร ะมาณ 45 ปี อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ตรวจรักษาที่โรงพยาบาลเรณูนคร รับการรักษาด้วยเคมียา อาการไม่ดีขึ้น ผมร่วงหมดทั้งหัว หมอก้าวตรงและ ผู้เขียน ช่วยกันดูแล โดยให้งดเนื้อสัตว์ กินข้าวกล้อง กินผักไร้สารพิษ อ่านหนังสือธรรมะ ฝึกจิตไม่ให้เครียด ฝึกมองโลกในแง่บวก ฝึกพูดคำว่า "ขอบคุณค่ะ" ในทุกสถานการณ์ ฝึกทำสมาธิแบบเกร็งกล้ามเนื้อทีละส่วนจากเท้าจนถึงศีรษะ มีชื่อเรียกการฝ ึกแบบนี้ว่า "การทำสมาธิแบบไม่ป ฏิ บัติ" ฝึกนวดตัวเอง ผู้ป่วยมีความตั้งใจฝึกเป็นอย่างดี ร่างกายดีขึ้นตามลำดับ ปัจจุบันสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ดี ทำงานได้ตามปกติ กรณีตัวอย่าง 6 มะเร็งมดลูก ป้าผัน ถนอมบุญ อายุ 45 ปี บ้านเลขที่ 109 หมู่ 10 บ้านสร้อย ตำบลจานลาน อำเภอพนา จังหวัดอำนาจเจริญ ป้าผันได้เล่าให้ ผู้เขียน ฟังว่ามีอาการปวดท้องคลื่นไส้อาเจียน ไปหาหมอที่โรงพยาบาล พบมดลูกโต 7 เซนติเมตร ตรวจมะเร็งปากมดลูก ห มอบอกว่าพบเซล ล์มะเร็ง หมอบอกว่าเป็นมาประมาณ 6 เดือนแล้ว นัดผ่าตัดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2547 จึงมาขอคำปรึกษากับ ผู้เขียน ที่สวนส่างฝัน เมื่อ วันที่ 28 กันยายน 2547 ผู้เขียน ได้ซักประวัติเพิ่มเติม พบว่าป้าผันมักมีอาการหูอื้อ ปวดตา ศ ี ร ษะ ไหล่ และหลังเป็นประจำ เป็นมาประมาณ 1 ปี ผู้เขียน ตรวจมดลูกท างหน้าท้องก็คลำพบมดลูกโตประมาณ 7 เซนติเมตร ผู้เขียน ได้สอนให้ป้าผันตรวจคลำขนาดมดลูกของตัวเอง ผู้เขียน คิดว่าปัญหาเกิดจากความไม่สมดุลของร่างกายแบบร้อนเกิน จึงแนะนำป้าผันว่ามีการรักษาได้ 2 ทาง ทางแรกคือการผ่าตัดออก และอีกทางหนึ่งคือรักษาแนวธรรมชาติบำบัด แล้วแต่จะเลือกใช้แบบไหน ป้าผันตัดสินใจทดลองใช้แนวธรรมชาติบำบัดในการรักษาตัวเอง ผู้เขียน จึงจัดสมดุลโครงสร้างกระดูกและกล ้ามเนื้อให้ พร้อมกับแนะนำวิธีป ฏิ บัติตัวที่บ้าน ให้ลดหรืองดการกินเนื้อสัตว์ ให้กินอาหารฤทธิ์เย็น ทำจิตใจให้สบาย สวนล้างลำไส้ใหญ่ กินสมุนไพร คือ น้ำย่านาง ผักบุ้ง ใบเตย คั้นสด อาบน้ำสมุนไพร อีก 2 สัปดาห์ต่อมา ปาผันโทรมาบอก ผู้เขียน ว่า มดลูกได้ยุบหายไป คลำหาไม่เจอ อาการไม่สบายทั้งหมดก็หายไปด้วย ผู้เขียน จึงถามว่า ป้ารักษาตัวเองอย่างไรบ้าง ป้าบอกว่าทำทุกอย่าง ที่คุณหมอเขียวแนะนำ ผู้เขียน ถามต่อว่า แล้วกินอาหารอะไรบ้าง ได้รับคำตอบว่า ไม่รู้จะกินอะไรกลัวว่ามันจะผิด ก็เลยกินเฉพาะข้าวกล้อง กล้วยน้ำว้าสุก ถั่วเขียวต้มน้ำตาล นอกนั้นก็ไม่กล้ากินอะไร รู้สึกดีใจและประหลาดมากที่มดลูกที่โตยุบหายไป ร่างกายก็รู้สึกสดชื่นแข็งแรงกว่าแต่เก่า ผู้เขียน จึงบอกว่าทำมาถูกทางแล้วให้ทำต่อไป ว่างวันไหนก็มาให้ ผู้เขียน ตรวจเช็คร่างกายบ้าง อีก 1 สัปดาห์ต่อมา ป้าผันก็มาพบ ผู้เขียน ที่สวนส่างฝัน ผู้เขียน พบป้าผันหน้าตาสดชื่น แจ่มใส ใบหน้าเป็นสีชมพูเรื่อๆ ซึ่งแตกต่าง จากวันที่มาหา ผู้เขียน เมื่อวันแรก ซึ่งมีใบหน้าเหลืองซีด (เป็นภาวะร้อนจนตีกลับเป็นเย็น) เมื่อตรวจทางหน้าท้องก็คลำไม่พบมดลูก ป้าผันเล่าให้ ผู้เขียน ฟังต่อว่า หลังจากที่กินน้ำสมุนไพรสดก็ถ่ายออกมาเป็นล ักษณะดำๆ เหม็นๆ เป็นมูก ประมาณ 5 วัน แต่ไม่เพลีย กลับรู้สึกสบายท้อง เวลาสวนล้างลำไส้ใหญ่ก็จะมีของเสียลักษ ณะดังกล่าวออกมามากมาย โดยเฉพาะ 1 สัปดาห์แรก แต่ยิ่งออกมายิ่งรู้สึกสบายตัว ผู้เขียน จึงบอกว่านั่นคือของเสีย ที่ตกค้างในร่างกายถูกขับออกมา ป้าผันเล่าต่อว่า พอสัปดาห์ที่ 2 ก็มีเหมือนตกขาวแต่เป็นยางเหนียว ๆ เป็นก้อนหลุดออกมาทางช่องคลอด บริเวณที่ถูกยางเหนียวจะรู้สึกคันมาก จึงใช้วุ้นหางจระเข้ ทา อาการก็ทุเลาลง พอยางเหนียว ๆ ถูกขับออกมาหมด อาการคันก็หายไปแล้วมดลูกก็ยุบตัวลง หลัง จากนั้นประมาณ 2 เดือนไปตรวจหามะเร็งมดลูกที่ศูนย์มะเร็งจังหวัดอุบลราชธานี หมอบอกว่าไม่พบเซลล์มะเร็ง อีกกรณีหนึ่ง คุณศิริ ลัคนา เปี่ยมศิริ (ตุ๊) อายุ 47 ปี บ้านเลขที่ 32 ถนนพินิจรังสรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม คุณตุ๊ได้เล่าให้ ผู้เขียน ฟังว่า เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2545 ได้ ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลจังหวัดนครพนม ได้รับคำแนะนำจากโรงพยาบาลให้ตรวจมะเร็งปากมดลูก ทราบผลตรวจ ปลายเดือน ธันวาคม 2545 ว่าเซลล์ปากมดลูกผิดปกติ ให้ไปพบแพทย์ แพทย์แจ้งว่าต้องตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ จึงได้ทำการผ่าตัดเล็กที่เรียกว่า Conizdtion ( โคไนเซชั่น) และแพทย์นัด ใหม่ อีก 1 เดือน ตอนนั้นรู้สึกชาๆ งงๆ เฉยๆ คุณตุ๊เล่าให้ ผู้เขียน ฟังต่อไปว่า โดยพื้นฐานตัวเอง ไม่มี ความเชื่อมั่นในการรักษาของแพทย์แผนปัจจุบัน ที่มักจะมีการรักษาที่ปลายเหตุ (ในความคิดเห็นของ ผู้เขียน นั้นเห็นว่าในระบบการแพทย์แผนปัจจุบันมีความเด่น คือ สามารถวินิจฉัยได้แม่นยำและสามารถแสดงค่าทางวิทยาศาสตร์ออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรมได้ชัดเจน ส่วนการรักษาแนวธรรมชาติบำบัดมีจุดเด่นอยู่ที่ เน้นค้นหาสาเหตุและรักษาที่ต้นเหตุอย่างเป็นองค์รวม ผู้เขียน เห็นว่าควรใช้จุดเด่นของแต่ละแผนมารวมกัน ก็จะดียิ่ง) ตั้งแต่แรกเริ่มคุณตุ๊ก็คิดว่าจะไม่ผ่าตัด จะรักษาโดยวิธีธรรมชาติจึงเริ่มอ่านข้อมูลเกี่ยวกับมะเร็งโดยละเอียด ศึกษาประสบการณ์จากคนอื่น แต่ญาติพี่น้องก็เป็นกังวล อยากให้ผ่าตัดก่อน ซึ่งทำให้การตัดสินใจหวั่นไหวไป จึงคิดว่าควรจะผ่าตามมติ คนอื่น แต่ก็เหลือเวลาก่อนผ่า 1 เดือน ที่จะป ฏิ บัติตามแบบที่เธอเชื่อ พอดีได้มาเข้าค ่ายสุขภาพที่สวนส่างฝัน ใช้เวลา 3 วัน มีการกินอาหารล้างพิษ เน้นการกินผักผลไม้สดไร้สารพิษ ไม่ปรุงแต่งมาก ไม่มีเนื้อสัตว์ กินอาหารตามลำดับ คือ ผลไม้ ผัก ข้าว ตามลำดับ มีการสวนล้า งลำไส้ใหญ่ การออกกำลังกาย การ อบ สมุนไพร การจัดสมดุลโครงสร้างของกระดูกและกล้ามเนื้อ การอยู่ในอากาศที่บริสุทธิ์ การทำจิตใจให้สบาย เมื่อกลับไปถึงบ้านคุณตุ๊ก็ทดลองปฏิบัติต่อเนื่องอย่างเคร่งครัด และเล่าให้ ผู้เขียน ฟังต่อว่าทำไ ด้ โดยไม่รู้สึกฝืนอะไรมากนัก เมื่อทำไปจนถึงกำหนดนัดของแพทย์ ก็เป็นช่วงที่ตนเองรู้สึกมั่นใจในร่างกายของตนเองว่า ไม่จำเป็นต้องรับการผ่าตัด ถึงกำหนดจึงไม่ไปหาแพทย์ และพยายาม ปฏิบัติ ดูแลรักษาตัวเองต่อไป หลัง จากนั้น ประมาณเดือน สิงหาคม 2546 ไปตรวจที่โรงพยาบาล อีกครั้ง ผลคือไม่พบเซลล์มะเร็ง แล ะเดือนกุมภาพันธ์ 2547 ก็ไปตรวจที่โรงพยาบาลซ้ำอีกครั้ง เพื่อความแน่ใจ ผลคือไม่พบเซลล์มะเร็ง กรณีตัวอย่าง 7 ความดันโลหิตสูง อาจาร ย์วิเชียร ญาติธรรม อายุประมาณ 55 ปี กลุ่มเลไลย์อโศก จังหวัดเลย อาจารย์วิเชียร มาเข้าค่ายสุขภาพที่ราชธานีอโศก ให้ประวัติว่ า เป็นความดันโลหิตสูง มาประมาณ 10 ปี ซึ่งมีค่าเ ฉลี่ยของความดันโลหิต อยู่ที่ 150 / 100 มิลลิเมตรปรอท ในค่ายสุข ภาพ วันแรก วัดความดันโลหิตได้ 150 / 100 มิลลิเมตรปรอท ในค่ายสุขภาพ จะงดอาหาร หวาน มัน เค็ม มีการกินข้าวกล้อง ผักสด ผักลวก อาหาร รสจืด ไม่มีเนื้อสัตว์ มีการผ่อนคลายความเครียด อาบน้ำสมุ นไพร สวนล้างลำไส้ใหญ่ พอวันที่ 5 ของค่าย พบความดันโลหิต 130 / 90 มิลลิเมตรปรอท ซึ่งถือว่าใกล้เคียงปกติ อาจารย์วิเชียรบอกว่า รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาก แตกต่างจากวันแรกที่มา ( ผู้เขียน พบผู้ป่วยความดันโลหิตสูงหลายคน หลังจากเข้าค่ายสุขภาพแล้ว ความดันโลหิตลดลงสุขภาพแข็งแรงขึ้น) กรณีต ัวอย่าง 8 หน้ามืด หนักหัว ตาลาย อาถุ งเงิน ปิ่นแก้ว อายุ 36 ปี พุทธสถานสันติอโศก กรุงเทพฯ อาถุงเงินเล่าให้ ผู้เขียน ฟังว่า ขณะตื่นนอนตอนเช้า พอจะลุกขึ้นก็ลุกไม่ไหว มีอาการ หน้ามืด หนักหัว ตาลาย เหงื่อออก ตัวเย็น คลื่นไส้ อาเจียน อยากถ่ายอุจจาระแต่ถ่า ยไม่ออก ชีพจรช้าลงเหลือประมาณ 50 ครั้งต่อนาที เพื่อ น นำส่งโรงพยาบาล คุณหมอระบุไม่ได้ว่าเป็นอะไร ให้ยาแก้ มึนหัวและยานอนหลับมากิน ผ่านไป 1 สัปดาห์ อาการแย่ลง ตัวซีด เป็นไข้ หัวยังมึนเหมือนเดิม เปลี่ยนโรงพยาบาล คุณหมอเจาะเลือดตรวจหาหลายอย่าง ไม่เจอความผิดปกติอะไรเลย ให้น้ำเกลือและยาบำรุง และนัดพบอีก อาการก็ยังเหมือนเดิม 1 สัปดาห์ผ่านไป อาถุงเงินเปลี่ยนโรงพยาบาลอีก คราวนี้ตรวจ หู คอ ปาก จมูก คุณหมอซักอาการ พอจะถูกกับที่เราเป็น เอายามากินก็พอดีขึ้น ไข้ลด แต่หัวยังมึนๆ บังเอิญ ผู้เขียน ไป ทำภารกิจที่สันติอโศกได้พบอาถุงเงิน ผู้เขียน จึงรับฟังอาการต่างๆ และตรวจร่างกาย พบว่าสาเหตุจากภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกิน และอยู่ในช่วงตีกลับเป็นเย็น ผู้เขียน จึงได้แก้ลมปราณพร้อมกับปรับสมดุลโครงสร้างของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นให้ อาการเริ่มดีขึ้น จึงแนะนำให้ ปฏิบัติ ตัว ให้กินอาหารฤทธิ์เย็น กินสมุนไพรถอนพิษร้อน อาบน้ำสมุนไพร อาถุง เงินเล่าให้ฟัง ภายใน 3 วันหลังจากที่ ปฏิบัติ ตามคำแนะนำ ตัวหายซีดเหลือง หัวเบาจากอาการมึนลงมาก อาการไข้หายไป กรณีตั วอย่าง 9 ไอ จาม น้ำมูกใส ผู้เขียน เองอายุ 32 ปี วันหนึ่งที่บ้านสุขภาพเก้าไร่ปฐมอโศก จังหวัดนครปฐม กลางคืน ผู้เขียน นอนใช้ผ้าห่มบาง ๆ รู้สึกหนาว พอตื่นเช
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive