สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน นัยละเอียดของศีล 5.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.93 KB
วันที่แก้ไข30 กันยายน 2563

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน นัยละเอียดของศีล 5 _Aroonwun Tata (อรุณวรรณ ทาทา) · เมื่อก่อนเวลาสมาทานศีล 5 มักจะท่องบ่นไปหยั่งงั้นๆ แต่เมื่อฟังธรรมพ่อท่านผ่านยูทูปเรื่อยๆ เริ่มที่จะทบทวนทุกครั้ง ศีล 5 นั้นไม่ง่ายอย่างที่เราคิด ตัวลูกเองยังต้องขัดเกลาอีกมาก โดยเฉพาะข้อมุสา ข้อนี้ถือว่ายากมากเหลือเกิน แต่ก็จะพยายามเจ้าค่ะ พ่อครูว่า..คุณคนนี้ไปเข้าใจมุสาเป็นวจีกรรม ซึ่งวจีกรรม นั้นเป็นเรื่องขยายออกมาจากกายกรรมด้วยซ้ำไป กายกรรม ในศีลข้อ 1 2 3 เป็นองค์รวมใหญ่ ศีลข้อ 4 เป็นวจีกรรม ศีลข้อ 5 เป็นมโนกรรม คุณบรรลุ 1 2 3 ก็ควบคุม วจีกรรมได้ ล้างกลิ กิเลสออกได้ จิตก็จะมีคุณสมบัติ ตั้งแต่ กามที่เกี่ยวกับสัตว์หรือโทสะที่เกี่ยวกับสัตว์ แล้วก็กามกับโทสะที่เกี่ยวกับวัตถุ พืช ในข้อ 2 แล้วจึงมาเกี่ยวกับตาหูจมูกลิ้นกายในข้อ 3 จริงๆแล้วในข้อ 3 ตาหูจมูกลิ้นกายนี่แหละ มันก็ไปเป็นสภาวะของการสัมผัสแล้วก็เกิดปฏิกิริยากิเลสเกิดกับสัตว์ กับวัตถุและพืช ในข้อสองที่เป็นพีชธาตุ อุตุธาตุ ส่วนข้อ 1 เป็นจิต ส่วนข้อ 3 เป็นตัวไปยึดถือกับสัตว์ ซึ่งก็มี 2 อย่าง ดูดกับผลัก รักกับชัง เมื่อมาถึงวัตถุกับพืชก็มีทุจริตหรือสุจริต เป็นวัตถุดินน้ำไฟลมหรือพืชทุจริตหรือสุจริต ส่วนข้อที่ 3 ตาหูจมูกลิ้นกายเกี่ยวข้องกับทั้งสัตว์วัตถุและพืช ตากระทบสัตว์ วัตถุ เพชรนิลจินดาแก้วแหวนเงินทองหรือกระทบกับพืช พืชกับวัตถุ คุณจะทุจริตหรือสุจริต สัตว์นั้น จะว่าไปแล้วมันทั้งกว้างทั้งลึก มีทั้ง ทุจริต สุจริต มีทั้งเมตตาหรือใจร้าย จึงเป็นองค์ประกอบที่เยอะ หยาบ เรียนรู้ได้ต่างๆนานา คนที่มีหยาบอย่างนี้ก็ต้องล้างของใครของมัน พอได้ระดับหนึ่ง แค่เหลือทุจริตกับสุจริตเท่านั้นกับสัตว์ เพราะว่าสัตว์นั้นมีทั้งจองเวรจองกรรมมีรักมีชังข้า

อ่านต่อ

มชาติ แต่วัตถุกับพืชมันไม่มี แต่เราต่างหากจองเวรจองกรรมข้ามชาติ ติดแตงโมมาไม่รู้กี่ชาติ รักแตงโมมาไม่รู้กี่ชาติชังแตงโมมาไม่รู้กี่ชาติ แตงโมมันก็ไม่รู้เรื่องหรอก คุณเป็นผู้ที่มีจิตโง่ๆไม่เข้าเรื่องเองของคุณเอง จะค่อยๆรู้นัยะที่เป็น 2 หรือเรารู้ว่าสัมผัสแล้วไม่มีผลัก ไม่มีดูด มันก็เป็นเช่นนั้นของมันเอง เราเกี่ยวข้องกับมัน เราจะทำประโยชน์กับมันได้ไหม อย่างเช่นสัตว์นั้นพระพุทธเจ้าจบที่คำว่า หวังประโยชน์เพื่อสัตว์ทั้งปวงอยู่ ในศีลข้อที่ 1 สัตว์ทั้วปวงอย่างไปยุ่งกับมัน หวังประโยชน์กับมันแล้วปล่อยมันไปตามยถากรรมตามวิบาก นอกจากว่าเราแน่ใจว่าเราจะช่วยสัตว์พวกนั้นได้ ช่วยอะไร อย่าไปช่วยให้มันติดกับในเรื่องวนเวียนวัฏฏสงสารอีก ติดรักติดชัง ไปสร้างความรักความชังให้มันอีก หมามันไม่รู้เรื่องก็ไปสร้างความรักความชังให้มัน อย่างอาตมาเคยมีหมาเกิดมาที่หลังบ้านชื่อเจ้าโทน ก็เอาไปให้ห้องภาพสุวรรณเลี้ยง เขาก็ตอนมันแล้วก็เลี้ยงมัน จนกระทั่ง ก๋วยเตี๋ยวหากไม่ปรุงแต่งมันไม่กินนะ ขนมปังถ้าไม่ทาเนยไม่ทาแยมมันไม่กินนะ นั่นคือไปสร้างอะไรใส่ความยึดติดปรุงแต่งให้มันเสียหมาหมดเลย คนนี่แหละทำ ไปหลอกล่อสัตว์เอามันมาใช้ ให้ความรักความผูกพันกับมัน คุณเอ๋ย มันก็อยู่ของมัน มันก็เกิดเป็นสัตว์ การไปรักมันไม่ได้หมายความว่าเราหวังประโยชน์เพื่อสัตว์ทั้งปวงอยู่ คุณไปผูกพันกับมันเอง นี่คือนัยยะละเอียดลออ ที่จะไปล้างความติดยึด ให้ความเป็นสัตว์ก็ดี ยิ่งความเป็นวัตถุ ความเป็นพืช มันไม่มีความรู้สึกต่างๆเหมือนสัตว์เลย คุณคนเดียวแท้ๆ บ้า ไปยึดติดไปผูกพันมัน เสร็จแล้วอยากได้สิ หรืออยากจะผลักก็ทำลาย มันก็ทำลายได้ง่าย เพราะว่ามันไม่มีความโต้ตอบ หรือว่าคุณจะได้เป็นของฉัน ก็เกิดการทำอย่างไม่เหมาะควรก็เกิดการทุจริต ไม่สมดุล หรือไม่เสียสละ ถ้าสมดุลก็จะดีหน่อย ถ้าเราเสียสละซะ ก็จบ เพราะเราเป็นผู้เสียสละ เราเป็นเจ้าหนี้ เราไม่ได้เป็นลูกหนี้ แต่คุณไม่เสียสละ คุณไปเอาเปรียบมา คุณไปได้เปรียบมา คุณกลายเป็นลูกหนี้ คุณไปได้เปรียบมาไปเอาเปรียบมา คุณกลายเป็นลูกหนี้ แต่คุณไม่เอา คุณเสียสละด้วยความเต็มใจ แล้วไม่คิดดอกเบี้ยเลย ให้ไปเลย นอกจากให้ไปแล้วยังไม่ยึดติดเป็นเราเป็นของเรา ไม่มีสาเปกโขอีก เป็นความลึกซึ้งของพระพุทธเจ้า เราก็ไม่เป็นทั้งลูกหนี้และเจ้าหนี้ อโหสิกรรมหมดเลย นี่คือธรรมะที่สุดยอดของพระพุทธเจ้า

พ่อครูว่า..ตกลงคุณอรุณวรรณ ทาทา เข้าใจศีล 5 ละเอียดลึกซึ้งได้ยิ่งขึ้น อาตมาเคยเขียนขยายศีลข้อ 1 2 3 จำได้ว่าได้เขียนขยายความไปทั้ง 3 ข้อ อธิบายแยกแยะศีลแต่ละข้อ

630626_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ปฏิบัติศีล 5 ให้ถึงสัญญาเวทยิตนิโรธ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน