วัดคืออะไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
วัดคืออะไร _PisitPoomnam(พิสิต ภูมินำ) • กราบนมัสการพ่อครูครับ กระผมขออนุญาตสอบถามพ่อครูครับ ว่า "พระ" นั้นคือใคร ทำอย่างไรจึงจะเรียกว่าพระได้ และ "ผู้ปฏิบัติ" คือปฏิบัติอะไร ต้องปฏิบัติอย่างไร จึงจะเรียกว่าผู้ปฏิบัติได้ และ "วัด" คือที่ใด ต้องมีอะไร ต้องคอยู่ที่ใดจึงจะเรียกว่าวัดได้ขอรับ ด้วยความเข้าใจนั้นยากยิ่งที่จะแปลความหมายเหล่านี้ได้ครับ ขอบคุณครับ พ่อครูว่า...พระ หมายถึงผู้เจริญผู้ประเสริฐทางโลกีย์ก็เรียกพระ ประเทศไทยใช้คำว่าพระนำหน้าคนที่เจริญ แต่ก่อนมีชื่อยศศักดิ์เช่นคุณพระ มี ขุนหลวง พระยา เจ้าพระยาสมเด็จเจ้าพระยา อย่างนี้เป็นต้น นักบวช เอาคำว่าพระ มาจากรากศัพท์คำว่า วระ หรือแปลว่าผู้ประเสริฐเป็นพระ ใช้เป็นคำนำหน้า แทนที่คำว่าพราหมณ์ ตอนแรกเราบวชก็เรียกตามเขาว่าพระ หนักเข้าๆเราแยกนานาสังวาสมาเป็นชาวอโศก ตอนแรกเราก็ยังเรียกตัวเองว่าพระอยู่ แต่สุดท้ายเขาบอกว่าไม่ให้เรียกผิดกฎหมายจับ ก็เกิดเรื่องราวจับเราไปไม่ให้เราเรียกว่าพระ หาว่านุ่งห่มลอกเลียนพระ สุดท้ายเราก็หลุดมาตามธรรม ได้คำเรียกเป็นสมณะ เขาก็ได้คำเรียกเป็นพระ มันเป็นวิวัฒนาการของภาษากับสภาวะ แต่เดิมเป็นสมณพราหมณ์ ต่อมาก็ผิดเพี้ยนไปแล้วก็กลับมาสู่สิ่งที่ถูกต้องอีก เป็นสัจธรรมจัดสรรเป็นตัวอย่างดีเลย ศาสนิกของศาสนาใดก็ปฏิบัติตามหลักการของศาสนานั้น ของเราก็ปฏิบัติให้ตรงตามคำสอนทั้งฆราวาสและนักบวชให้ไปสู่สัมมาทิฎฐิถูกต้องตามคำสอนพระพุทธเจ้าอย่างไร ศีล สมาธิ ปัญญา จรณะ 15 วิชชา 8 อย่างไรเป็นแกนหลักเลย สุดยอดของพระพุทธเจ้าแล้วศีล สมาธิ ปัญญา เราก็เรียนรู้ไปและปฏิบัติไปจากการบรรลุธรรม ปฏิบัติอะไรเข้าปฏิบัติศีลสมาธิปัญญาและต้องรู้ว่าศีลของเราขนาดใดสมาธิของเราขนาดใด อธิจิต แล้วปัญญาซึ่งไม่ใช่เฉโก แต่ปัญญาคือคว
อ่านต่อ
ามสะอาดแบบโลกุตระเป็นความฉลาดแบบ genius เลย เป็นความสุดยอดเฉลียวฉลาดใด จบที่หลุดพ้นจากกิเลสเป็นวิมุติ อธิวิมุติ หลุดพ้นมีวิมุติ วิมุติญาณทัสนะ ปฏิบัติอย่างไร ก็ปฏิบัติอย่างที่อาตมาบอกอยู่บอกทั้งหมดที่เดียวไม่ได้ ต้องค่อยๆบอกไป ศีลสมาธิปัญญาเป็นหลัก ศีลข้อที่ 1 2 3 เป็นอย่างไรแล้วก็ขยายความเป็นกายกรรมมโนกรรมแล้วก็ขยายในข้อของศีล ที่เกิดอธิจิตเกิดปัญญาในแต่ละเรื่อง เป็นเหตุปัจจัยที่รวมกันอยู่และก็ขยายก้น เป็นองค์ประกอบกัน เพราะฉะนั้นจึงต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์นี้ แล้ว วัด คือที่ใด วัดมันหมายถึงสัปปายะสถานที่ที่มีคุณธรรม โดยเฉพาะเป็นคุณธรรมของพระศาสดา ที่ๆมีสัปปายะ 4 พร้อมตรงนั้นเราเรียกว่าวัด อย่างชาวอโศกไม่ได้แยกว่าตรงนี้ที่วัด ตรงนี้ที่ฆราวาส แต่อยู่กันได้ดี แต่ของพวกเขาอยู่กันจะปนกันไม่ได้ ต้องแยกกัน เขายังหาว่าพวกเราอยู่รวมกันไปเดี๋ยวก็จะเกิดลูกเณร ซึ่งถ้าภูมิมันไม่ถึงจริงก็จะมีจริงอย่างนั้น ตอนนี้เราก็พิสูจน์แล้ว 40-50 ปีแล้วก็ไม่ได้เกิดกรณีอย่างนี้ให้เขาว่าได้ เพราะจิตใจมันเป็นจริง จิตใจมันเป็นจริงแล้วไม่ต้องมีกฎเกณฑ์ข้อบังคับอะไรก็ได้ เหมือนสามัญปกติได้ แต่ขนาดนั้น เราก็ไม่ได้ประมาท เราก็มีกฎเกณฑ์พอสมควร เราก็ไม่ได้ละเมิดกัน จิตมันก็แม้พ้นจากกฎเกณฑ์แล้วมันก็ไม่เกิดหรอก แต่ถ้าพ้นแล้วไม่คลุกคลีอีกหรือมีกฎเกณฑ์อีกมันก็ยิ่งดีเพราะฉะนั้นอย่าประมาทในกฎเกณฑ์ ให้ระมัดระวังสังวร ประมาทจะเสียได้ พวกเรารักษามาได้ถึง 40 50 ปีก็อย่าให้เสีย อย่าให้บกพร่อง ก็รักษาไว้ แต่มันก็นานๆไป แน่นอนถึงวาระเสื่อมก็เสื่อม แต่ให้อาตมาได้ไปสัก 1000 ปีค่อยเสื่อมก็แล้วกัน
_กทมคลื่น FM 107.75 มีที่ลานนาอโศก เชียงใหม่ สีมาอโศกก็มี ทะเลธรรมจ.ตรังก็มี ปฐมอโศก ศาลีอโศก สุรินทร์อโศก
เรื่อง วัด ต่อ..วัดของเรานี่ ธรรมะ ของเรามี บวร บ้านวัดโรงเรียนร่วมกันอยู่อย่างแยกกันไม่ออก แต่ก็มีการแยกกันอยู่ในสัจจะ ก็สังคมพวกเราอยู่ด้วยกันนี่แหละเรียกว่าบ้าน ทั้งบ้านวัดโรงเรียนอยู่รวมกันในนี้หมดเลยเรียกว่าหมู่บ้าน เป็นหมู่บ้าน วัดคือคุณธรรม โรงเรียนคือการศึกษา ทางการศึกษาคุณธรรมเทคโนโลยีเป็นเครื่องอาศัยที่จะเลี้ยงชีพ วัดคือเครื่องอาศัยที่จะให้คุณธรรมแก่ชีวิต ส่วนโรงเรียนคือศึกษาหาความรู้ที่จะเอามาใช้ทำงานเลี้ยงชีพ ก็เป็นคุณงามความดีของตัวเองอยู่ในตัวเป็นโลกียะ ส่วนวัด ความรู้ทางธรรมะเป็นนามธรรมเป็นการปฏิบัติลดกิเลส เผาด้วยฌาน จนไฟราคะโทสะโมหะ มอดหายไปเลยดับไปได้ มีพลังงานอย่างแท้จริง มีพลังงานที่เดาเอาไม่ได้ แต่ละคนจะรู้ ดับไฟราคะ ไฟกามได้ คุณก็จะรู้ตัวคุณเอง ดับโลกอบายได้ จนเหลือโลกกามก็ล้างต่อ เป็นพระโสดาบันชั้นสูงก็เป็นพระสกิทาคามีต่อไปจนหมดโลกกาม เรื่องโลกียสุขก็เฉยๆไม่มีแล้วเหลือแต่ข้างใน ดุ๊กดิ๊ก เป็นรูปราคะ อรูปราคะ ข้างใน ไม่แสดงออกมาข้างนอกเพราะว่าเหลือพลังงานกิเลสข้างในน้อยเช่น รูปราคะ อรูปราคะ จะรู้ได้เป็นปัจจัตตังแต่ละคน ส่วนโรงเรียนเราก็สอนตั้งแต่ชั้น อนุบาล ประถม มัธยม อาชีวศึกษา ส่วนมหาวิทยาลัยเราไม่ค่อยอยากตั้งแล้ว ไปฝากที่อื่นเรียน เราไม่ต้องสอนเอง แต่ก่อนนี้พวกเราพยายามจะให้มีมหาวิทยาลัยของตัวเอง ก็ดูแล้วว่าหากเราไปเรียนวิชาทางโน้นวิชาทางโลกโลกีย์มันก็มีประโยชน์ เราให้ไปเรียนปริญญาตรีโทเอกต่ออีก เอาไปใช้เลี้ยงชีพ ซึ่งเรามีแกนของจิตแล้วไม่มีปัญหา เราก็เข็นกันให้ไปเรียนปริญญาโทเอก ก็ไม่ค่อยอยากจะไปเพราะเราก็เอามาทำงานฟรีอีก ไม่เหมือนกับทางโลกที่จะได้ลาภยศสรรเสริญ แต่ก็ควรทำ เพราะฉะนั้นหลายคนเข้าใจก็เลยไปเรียน ตอนนี้กำลังจะจบปริญญาเอกอีกคนหนึ่ง ปริญญาโทก็มีหลายคน
630701_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ โพธิสัตว์ระดับ 7 จึงนับว่าเป็นสยังอภิญญา