สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยสัจ 4) ตอน หมดสุขหมดทุกข์เป็นลำดับจึงมีหมู่บ้านศีล 5ได้.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยสัจ 4) ตอน หมดสุขหมดทุกข์เป็นลำดับจึงมีหมู่บ้านศีล 5ได้ _ดิฉันมาอยู่กับชาวอโศกมานานแล้วจนลูกโต 2 คนแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนว่าตัวเองเพิ่งมาอยู่ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เราทุกข์เราก็ยังจัดการไม่ได้ง่ายๆ โดยเฉพาะเหตุการณ์เรื่องการทุบตึก ปีนี้ในงานพุทธาภิเษก ที่ดิฉันฟังมา 20 กว่าปี เมื่อมาฟังพ่อท่านอยู่ช่วงนึง พ่อท่านยกเรื่องของทักษิณ พ่อท่านบอกว่าให้พยายามพึ่งตัวเอง เขาเห็นว่าดิฉันชอบพึ่งพาคนอื่นคุยกับคนอื่นเวลามีทุกข์ แม้พ่อท่านบอกว่าพึ่งตนเองคือหยั่งกิเลสในตัวเองหยั่งให้ถึงแดนเกิด ดิฉันก็ตรวจสอบว่าเราทุกข์เรื่องอะไร จากความทุกข์เรื่องที่จะถูกทุบตึก ถ้าดิฉันพลาดโอกาสไม่ไปปีนี้ อาจจะเป็นโรค ปสด.ก็ได้ แต่พ่อท่านว่าให้หยั่งลงถึงที่เกิด ดิฉันก็รู้สึกโล่งขึ้น ในการสอบ ดิฉันฟังธรรมเป็นอันดับ 1 แต่ว่าเวลาสอบได้คะแนนนิดเดียว บางคนไม่เห็นฟังธรรมแต่สอบได้คะแนนเยอะ พ่อครูว่า...มันมีเหตุปัจจัยให้ปฏิบัติจริง ดีที่รู้ตัวเอง สภาวะกับบัญญัติ ทุกวันนี้มันหลงในภาษาความรู้บัญญัติมากเหลือเกินในมนุษย์โลก จะหยั่งเข้าถึงปรมัตถ์จิตเจตสิกก็มีน้อย แต่เริ่มแล้วเริ่มมีความเข้าใจ เห็นความสำคัญอันนี้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องจิตเจตสิกต่างๆ เพราะฉะนั้นในอนาคตศาสนาพุทธนี้จะได้รับการสนใจ ได้รับความสนใจ ในประเด็นนี้แหละ ประเด็นที่จะต้องมาเรียนรู้ปรมัตถธรรม รู้จักกิเลสลดละกิเลสเพราะเป็นเรื่องที่สุดยอดของมนุษย์ ไม่มีทางอื่นเป็นทางนี้ทางเดียวที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้โลกุตรธรรมอันนี้อันเดียวให้มารู้กิเลส หรือ อาตมากำลังขยายเข้าหาเทวคือสุขทุกข์ กำลังขยายเปรียบเทียบให้เห็นว่า สุขทุกข์กับดีชั่วนี้ ความสุขทุกข์นี่แหละเป็นตัวเนื้อแท้ของสัจธรรมสูงกว่าดีชั่ว แต่ไม่ได้หมายความว่าดีชั่วไม่ปฏิบัติ จะให
อ่านต่อ
้ปฏิบัติก่อน แต่อย่างไรสุดๆนี่แหละมันละเอียดลออลึกซึ้งมากกว่า ใครสามารถที่จะเรียนรู้ว่าดีชั่วเราก็สามารถทำได้แล้ว แต่ความสุขความทุกข์นี่แหละอย่างหนักหนา ต้องเรียนรู้ ต้องเลิกสุขทุกข์ คนที่โง่เง่าไปทำชั่วมันก็ยังสุข ความชั่วยิ่งหนักก็นึกว่าตัวเองเก่ง นึกว่าตัวเองวิเศษฉลาดเฉลียวอีก มันก็ยิ่งจมในวิบาก หนักหนาสาหัส ความสุขความทุกข์มันแยกไม่ได้เป็นเป็นคู่หู เหมือนกระดาษที่มี 2 หน้าเหมือนเหรียญที่มีสองด้าน พระพุทธเจ้าให้เรียนรู้สิ่งที่ง่ายกว่าคือความทุกข์ ความสุขเป็นเรื่องหลอกเข้าใจได้ยากเรียนรู้ได้ยาก ต้องทำลายหรือฆ่าเหตุแห่งทุกข์ มากเหตุเลยนะ มันซับซ้อนกลับไปกลับมา หลอกว่าความทุกข์เป็นความสุขความสุขเป็นความทุกข์ จะต้องทำการฆ่าเหตุ ให้เป็น อิทัปปัจจยตาหรือเป็นปฏิจจสมุปบาท แล้วมันก็จะหมดเหตุ หรือจริงๆแล้วสุขก็คือความทุกข์เป็นเหตุ กิเลสเป็นเหตุแห่งทุกข์ เสร็จแล้วไปหลงว่ามันเป็นสุข ด้วยความเข้าใจผิดไปติดเสพของหลอกว่าเป็นของจริง มันไม่มีจริง เป็นสุขขัลลิกะ แต่ทุกข์นี่แหละเป็นตัวแทนเป็นทุกข์อริยสัจ ฆ่าเหตุแห่งทุกข์มันก็จะหมดความสุขไปด้วย ศาสนาพุทธบริบูรณ์ที่ไม่มีทั้งความสุขความทุกข์ ความรู้อันนี้กำลังจะถูกเปิดเผย ความสุขความทุกข์เป็นเทวเป็นธรรมะ 2 เมื่อดับความสุขความทุกข์ได้ ศาสนาพุทธจิตวิญญาณของมนุษย์จึงไม่มีเทว จะเป็นเทวใหญ่ขนาดไหนก็ไม่มีดับสูญเลยไม่มีภาวะ 2 รู้ว่า ถ้าอาศัยสภาวะที่มีอยู่คือเป็นหนึ่ง เราก็จะอยู่กับหนึ่งอย่างอาศัย แล้วมันก็จะทำให้เราอยู่เป็นสุขเป็นทุกข์เป็น 2 ไม่ได้แต่เรา ทำให้มันเป็น 0 ได้นี่คือพุทธเป็นอรหันต์คือผู้จบ คนทุกวันนี้ไม่เชื่อว่าอาตมาเป็นโพธิสัตว์ไม่เชื่อว่าอาตมาเป็นผู้รู้จักโลกุตรธรรมที่แท้จริงแล้วพาให้พวกเรามารับโลกุตรธรรมได้ถึงขนาดนี้ พวกเราทิ้งความสุขความทุกข์ที่โลกเขาหลอกมาตั้งแต่ขั้นอบายมุข กามโลก ลาภยศสรรเสริญ พวกเราที่นั่งอยู่นี่จะรู้ดีมั่นใจในตัวเองว่าลาภยศเราก็ไม่ไปโง่เง่าถูกเขาหลอกแล้ว ในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสที่จะสร้างอะไรพวกนั้นเราก็ไม่ถูกหลอก จะเป็นสรรเสริญเยินยอเราก็ไม่มี ก็สบาย คุณจะรู้กันเองเลย อาตมาถึงบอกว่าได้ขนาดนี้มันก็ยังไม่เป็นรูปธรรมเท่าไหร่ คนยังไม่เชื่อถือว่าทำไมทำได้ขนาดนี้ ขออภัย อยู่ตรงนี้อย่าหาว่างมงายหลงใหลยกตนข่มท่าน เถรสมาคมทั้งหมด ยังไม่สามารถทำให้คนบรรลุโลกุตรธรรมจะมารวมกันเป็นหมู่กลุ่ม จนเป็นพลังงานรวมเป็นวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรมที่เห็นได้ชัด เถรสมาคมยังทำไม่ได้ ทั้งหมดแต่เถรสมาคม จนเป็นสังคมที่เป็นหมู่บ้านขึ้นไป ให้คนในหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านนี่แหละมีศีล 5 เถรสมาคมทำไม่ได้ แต่อาตมาทำ แล้วมันเกิดได้เห็นไหม เกิดมานานแล้วจนกระทั่งบัดนี้ก็ยังยืนยันได้ กระจัดกระจายอยู่ ชาวอโศกถือศีล 5 เป็นอย่างต่ำทุกหมู่บ้านไม่มียาเสพติด คนในนี้จะมาดูดบุหรี่ จะกินหมากกินยา เสพยาเสพติดติดดมกาวก็ไม่มี ชาวอโศกแล้วดูกันในทุกหมู่บ้านทุกชุมชน ไม่ว่าจะเป็นชุมชนเล็กหรือใหญ่ก็ไม่มี อย่างนี้เป็นต้น เป็นสิ่งที่ยืนยันเสร็จแล้วเราก็ไม่ต้องเสียพลังงานแคลอรี่ในเรื่องแบบนี้ เราก็ต้องลดละตัวตนอัตตาด้วย พลังงานที่เหลือไม่บำเรออัตตาก็เอามาเสียสละให้แก่สังคมจึงเป็นเศรษฐศาสตร์เศรษฐกิจที่ทับทวีเพื่อผู้อื่น ตัวตนเราน้อยลงความต้องการมาบำเรอเราก็น้อยลง อะไรอย่างนี้เป็นต้น การสะสมกอบโกยกักตุนก็น้อยลง อัตตา อัตตนียาก็น้อยลง แล้วเราก็จะมีสมรรถนะสร้างสรรได้ดีเพิ่มขึ้น คนก็จะมารวมได้มากขึ้นเราก็จะเป็นประโยชน์เพื่อที่จะสะพัดให้แก่ผู้อื่นมากยิ่งขึ้น เราจะเป็นคนจนช่วยโลกเป็นคนจนที่มีประโยชน์ต่อโลกอย่างนี้ ซึ่งตอนนี้คนก็สนใจขึ้นมาเยอะ หนังสือคนจนที่มีแบบ ในอนาคตจะต้องพิมพ์เพิ่มขึ้นอีก เตรียมเงินไว้ก็แล้วกัน อาตมาว่า มันน่าจะถึงวาระที่คน แต่ต้องมีวาระที่คนเขาจะเอาหนังสือพวกนี้ไปเป็นภาษาต่างประเทศ คนที่มีจิตใจมีทุนรอนเขาจะทำ 620301_สำมะปี๋ซี่วิต สันติอโศก ครั้งที่ 40