สื่อธรรมะพ่อครู(จิตว่าง) ตอน จิตว่างนี่แหละคือ สุญญาณู.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(จิตว่าง) ตอน จิตว่างนี่แหละคือ สุญญาณู _คุณยายบุญรุ่ง...ฉันมีความสงสัย ที่มีตอนที่ได้อ่านหนังสือสัจจะชีวิต พระโพธิรักษ์เพ้อ ดิฉันอยากจะถามว่า มีหินชนิดหนึ่งชื่อสุญญาณู นั้นมี ลักษณะ … ถ้าข้าพเจ้าบอกว่า โลกนี้มีหินชนิดหนึ่งชื่อว่า “สุญญาณู” มีลักษณะกลมแข็ง และใสบริสุทธิ์ยิ่งกว่า “เพชร” มีพลังแห่งการสะท้อนแสงและเลื่อมพรายยิ่งกว่า “เพชร” ร้อยเท่าพันทวี มีพลังผลักและดูดมากมายมหาศาล เป็นวัตถุที่มีค่าสูงที่สุดในมหาพิภพจักรวาล โดยเฉพาะยิ่งเม็ดเล็กเท่าใด ก็ยิ่งกลมแกร่งบริสุทธิ์ใสยิ่งเท่านั้น ยิ่งเม็ดเล็กยิ่งกว่า “ปรามณู” (สิ่งที่เล็กยิ่งกว่าใดๆ) ลงไปอีก ก็ยิ่งสูงค่าเสียจนไม่รู้จะเอาเงินเอาทองที่ไหนในโลก...มากองลงไปเป็นราคาของมันได้ และยิ่งกว่านั้น ใครได้ “สุญญาณู” เม็ดเล็กสุดเล็กจนเท่ากับ “สูญ” คือ “ไม่มีอะไรเลย”ใน “สุญญาณู” นั้น ผู้นั้นแหละคือ “ผู้มีวัตถุสมบัติอันมีค่า ถ้วนทั่วสูงสุดยิ่งกว่าความสูงใดๆ อันจะพึงเรียกได้ในโลกนี้ และแม้เหนือโลกนี้ออกไปจนสุดมหาพิภพจบสากลจักรวาล ก็ตาม” ดิฉันอยากได้มากที่สุด ขอให้อธิบายให้ฟังต่อด้วยทำอย่างไรจะได้หนอ พ่อครูว่า...ทำอย่างไรจึงจะได้หนอก็ต้องพยายามตรวจตัวเอง ดูตัวเอง แล้วก็ให้เข้าหลักเกณฑ์ ว่า เรามีกิเลสอะไร แล้วเราจะเอาศีลข้อไหนมาจับ มาทำ ศีลหลักสามข้อ 1. เกี่ยวกับสัตว์ 2. เกี่ยวกับของ ที่มีทั้งอุตุนิยาม และพีชนิยาม 3. เกี่ยวกับตัวเราที่ผัสสะทางทวารทั้ง 5 ทวาร 5 ทวาร 6 เป็นตัวปฏิบัติที่เราต้องปฏิบัติ ของกับสัตว์นี่แหละ ที่เราเองเกี่ยวข้องทั้งหมด เพราะฉะนั้นในชีวิตของเราเกี่ยวข้องกับสัตว์กับของที่ต้องสัมพันธ์กันอยู่ คุณมีชีวิตอยู่แต่ละวัน คุณเกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง หนึ่งคนก็คือสัตว์ สองสัตว์ทั้งหลายก็คือส
อ่านต่อ
ัตว์ คนที่ปฏิบัติธรรมกับพุทธเจ้านั้นท่านช่วยแล้วว่าสัตว์ทั้งหลายคุณไม่ต้องเกี่ยวข้องกับมันหรอก ไม่ต้องไปเอามันมาเกี่ยวข้องตัดมันไปจากชีวิตได้เลย ถ้ามันเป็นพิษเป็นภัย มันจะเป็นพวกเราก็ต้องห่างมันให้ได้ เดรัจฉานมันไม่รู้เรื่อง หรือให้คนช่วยเอาออกไปเท่านั้นเอง ก่อนอื่น เกี่ยวกับสัตว์นั้นไม่ยากมันง่าย สัมผัสกับมันแล้วเราก็วางใจ คุณก็จะเกิดจิตว่าง จิตว่างนี้แหละ ที่อาตมาอธิบายให้คนน้ำลายไหลว่ามีคุณสมบัติเลิศเลอประเสริฐศรีใช้โวหารภาษามาขยายความเท่านั้นเอง ขยายความคำว่า สุญญาณู คือสิ่งที่ว่าง มันเลิกกิเลส เป็นจิตอุเบกขา ถ้าเราเข้าใจศีลข้อที่ 1 เกี่ยวกับสัตว์ทั้งหลายแหล่ คุณจะไปอะไรกับมันเลย ทีนี้ คนก็คือสัตว์ อันนี้อย่างไรๆ คุณจะไปทำเหมือนสัตว์ทั้งหลายแหล่ สัตว์ทั้งหลายที่เราไม่กินมัน เราไม่เคยไปยุ่งกับมันเท่าไหร่ ถ้าไม่กินมัน คนที่ยุ่งกับสัตว์มากนั้น จะต้องกินมัน หรือเอามันมาเล่นเอามันมาเลี้ยงเอามันมาขายอย่างนี้เป็นต้น เป็นเรื่องที่เป็นวิบาก หากเข้าใจแล้วไม่ต้องอยู่กับสัตว์ คุณก็ไม่กินไม่เลี้ยงไม่ขาย ไม่อะไรเลย ศีลข้อที่ 1 คนข้างๆมากเลยอยู่ตามวิบากสัตว์ก็อยู่ของเขาไป แล้วแต่คนนี่แหละสัมผัสกับคน ถึงจะเกี่ยวข้องกับศีลข้อที่ 3 รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส คนนี่แหละต้องพัฒนาตรงนี้ ศีลข้อ 2 สัมผัสกับพืช ก็อ่านเวทนาจากการสัมผัสคือสัตว์กับคน กับของและพืช คนที่ไม่ต้องใช้ของมาก แม้แต่ธนบัตรก็ไม่ต้องใช้ก็จะเกี่ยวกับพืช คุณก็อยู่กับพืชสร้างสรรปลูกขึ้นมากินใช้ มีมากก็แบ่งแจก ทำพืชให้ดี คุณทำพืชให้ดีมันก็จะดี แล้วมันก็จะไม่มีวิบาก พืชไม่มีเวทนาไม่มีบาปบุญไม่ต้องไปกังวลอะไร เข้าใจตรงนี้แล้ว การปฏิบัติธรรมนั้นสั้นและง่าย เข้าใจไหมรู้สึกไหมสั้นๆง่าย ไม่ต้องไปยุ่งยากลำบากวุ่นวาย ก้าวหนอย่างหนอเดินหนอ จะต้องไปนั่งสะกดจิตหนอ ไม่ต้องไปเดินอยู่ในป่าสู้กับสิ่งสาราสัตว์แล้วออกมาคุยโม้ ล่องไพรอะไร อยู่ที่นี่งานมีให้ทำก็ทำไป และก็ไม่ต้องไปอยากมาก พวกเรานี้ ทางกาม ทางพยาบาทก็ไม่มากมาย สบายจะตายไป ปฏิบัติธรรมของพุทธนี้ ปฏิบัติธรรมจนบรรลุอรหันต์ อรหันต์นี้ไม่ใช่ว่ากิเลสจะหมดเกลี้ยงเลย ถึงขั้นละจากอาสวะแล้วหรืออนุสัยก็เป็นอรหันต์แล้ว610823_รายการสำมะปี๋ซี่วิต ครั้งที่ 8 ณ บ้านราชฯ