สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน ปฏิจจสมุปบาทของเวทนาแท้กับเวทนาเทียม.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน ปฏิจจสมุปบาทของเวทนาแท้กับเวทนาเทียม _เทียนดิน..เวทนาเป็นโลกียะหรือโลกุตระ และปฏิจจสมุปบาท มีแต่ในศาสนาพุทธใช่หรือไม่ พ่อครูว่า...เวทนาเป็นได้ทั้งโลกียะโลกุตระ ปฏิจจสมุปบาทมีแต่ในศาสนาพุทธไม่มีในศาสนาอื่น เวทนา นี้นะ ศาสนาพุทธนี้เวทนาเป็นตัวหลักที่บอกว่า หัวใจของศาสนาคือทุกข์อริยสัจ แล้วพวกมันไม่อยู่ที่ไหนมันอยู่ที่เวทนาอยู่ที่ความรู้สึกอยู่ที่อารมณ์ในจิตของเรา ที่เรียกด้วย ศัพท์ว่า เวทนา คือความรู้สึก หรือ อารมณ์ของเราอารมณ์ชอบอารมณ์ทางอารมณ์ทุกอารมณ์สุข ความรู้สึกสุขหรือทุกข์มันอยู่ที่นี่ อยู่ที่เวทนา บาลีก็เรียกเวทนา อารมณ์ก็เป็นบาลี ยิ่งรู้รายละเอียดของอาการความเคลื่อนไหวของพลังงานจิต ใครสามารถอ่านอาการอารมณ์ของตัวเองออกว่าตอนนี้เรากำลังมีสุข ตอนนี้เรากำลังมีทุกข์ เอาล่ะทุกข์มันจะดูได้ง่ายแต่ความสุขมันหลอก รู้ได้ยากซ้อน ต้องแก้ทุกข์นี่แหละ อารมณ์ส่วนพวกนั้นมันอันเดียวกัน คุณแก้เวทนาความทุกข์รู้เหตุแห่งทุกข์ ดับเหตุแห่งทุกข์ให้หมดสิ้น ความสุขก็หมดไปด้วยความทุกข์ก็หมดไปด้วยกัน พระพุทธเจ้าถึงบอกว่าไม่ต้องพูดถึงสุข ชีวิตไม่ได้มีแต่สุขที่เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป ท่านบอกว่าชีวิตมีแต่ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้นทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่ทุกข์เท่านั้นที่ดับไป พระอรหันต์ทุกพระองค์จะพูดเช่นนี้ ดับทุกข์ได้ สุขก็หมดไปด้วย ต้องตามหาเหตุแห่งทุกข์ เวทนามันมีเหตุ เหตุแห่งเวทนาคือ อาการดูดอาการผลักชอบชัง อ่านอาการนี้ให้ได้ ไม่ต้องไปชอบหรือชัง ผลักหรือดูด มีแต่สิ่งที่ควรหรือไม่ควรเท่านั้น ขนมอันนี้ เราควรกินก็กิน ไม่ควรกินก็ไม่กินของอันนี้เราควรมีก็มี ไม่ควรมีก็ไม่ต้องมี ควรได้ แล้วได้เอามาทำอะไรมาสะสม สะสมอะไรกันนักหนา ต้องศึกษา ที่นี่พยายามให้เรียนร
อ่านต่อ
ู้ไม่ต้องสะสม หากเข้าใจวรรณะ 9 ทั้งหมด แล้ว คุณก็เข้าใจสภาวะของมันจริงปฏิบัติให้ครบ คุณเป็นคนเลี้ยงง่าย ที่จริงแล้วในอโศกเรา เลี้ยงง่ายทั้งนั้น เพราะว่าคนที่มาที่นี่เป็นคนในระดับสูง ระดับผ่านหยาบๆมาแล้ว คนอยู่ที่นี่ หยาบๆอยู่ไม่ได้ จะว่าเป็นโรงเรียนชั้นสูงก็ได้ชาวอโศก เลี้ยงง่าย บำรุงง่าย คือคนที่ทำให้เจริญง่าย ขัดเกลา สิ่งที่ไม่ดีไม่งามบกพร่องก็ต้องขัดเกลา สัลเลขะ โดยเฉพาะธูตะ ข้อกำหนดปฏิบัติที่จะให้เจริญเรียกว่าศีลก็ดี ตั้งแต่หยาบ ง่าย จนถึงเคร่ง ธูตะ ปฏิบัติไปตามลำดับและจะเกิดอาการที่น่าเลื่อมใส ปาสาธิโก ก็จะมีอาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ จนสูงสุดเป็นอรหันต์มันก็จบ คนที่จบได้ก็คือคนที่ไม่สะสมอะไรเรียกว่า อปจยะ ข้อที่ 8 กับ 9 อปจยะกับวิริยารัมภะ คือ จดจบของมนุษย์ มนุษย์อยู่สบายคือมนุษย์ไม่ต้องสะสมอะไร ชีวิตของใครที่อยู่ที่บ้านราชฯ ทุกวันนี้เราไม่ต้องสะสมอะไรแล้ว ใครไม่สะสมอะไรแล้วก็มีสิ่งที่พอใจในชีวิตเท่านั้นก็พอ มีที่ประจำที่ผ่านมือไปมือมา อาศัยเท่านั้นเองไม่ได้เดือดร้อน มันเหมือนเรามีบารมี ก็พอเป็นไปได้ ไม่เดือดร้อนอะไรใครพอมีอาการนี้บ้างที่นี่ เยอะนะ ก็สบายๆ ชีวิตที่พ้นอาการที่ 7 ของวรรณะ 9 ไม่สะสมกับยอดขยัน มาอยู่ที่นี่แล้วไม่ขี้เกียจ ความขี้เกียจเป็นอบายมุข คนจะมาอยู่ที่นี่ได้ต้องผ่านการฝึกฝนมา อปจยะกับวิริยารัมภะ เป็นเครื่องอาศัย คนอโศกอาศัยเช่นนี้เยอะ คนมาที่นี่ จะได้รับพลังงานให้พาเป็นคนเช่นนี้ง่าย สิกขมาตุกล้าข้ามฝันว่า...ไม่สะสมง่ายกว่า ยอดขยันยากกว่า พ่อครูว่า...ใช่ ยอดขยัน ขยันเสมอ ขี้เกียจไม่เป็น คนเจริญสูงสุดแล้วชาวอโศกอาตมาพาให้ปฏิบัติ อาตมาประสบผลสำเร็จ เป็นสังคมที่ไม่สะสมเป็นคนยอดขยัน แล้วก็อยู่กินสบายแล้วก็มีชีวิตมีอยู่มีกิน ข้าวมีกิน ดินมีเดิน พี่น้องมีเสร็จ เห็ดมีเก็บ ป่วยเจ็บมีคนรักษา ขี้หมามีคนช่วยกวาด ผ้าขาดมีคนช่วยชุน ใครสิ้นบุญก็ช่วยกันเผา
หัวใจของศาสนามีทุกข์สมุทัยนิโรธมรรค 5 ส่วนที่เป็นอดีต 6 ส่วนที่เป็นอนาคต 7 ส่วนที่เป็นอดีตและอนาคต ส่วนที่ 8 เป็นปฏิจจสมุปบาท ในอวิชชา 8 ข้อ หากเรียนรู้ปฏิจจสมุปบาทก็จบ อริยสัจ 4 คุณก็สะสมเป็นส่วนอดีต ส่วนอนาคตที่ทำไม่ได้ก็ต้องทำให้ได้ จึงจะมาเป็นทั้งส่วนอดีตและอนาคต เพราะฉะนั้นทั้งส่วนอดีตและอนาคตอันที่ 7 ของอวิชชา 8 ข้อ ตัวที่ 7 นี่คือตัวสูญ ส่วนตัวที่อดีตได้แล้ว ทำให้ปัจจุบันและอดีตเป็นสุข แต่อนาคตที่มายังไม่แน่ใจ ต้องทำจนกระทั่งไม่กลัวเลยอนาคตมาอีกกี่อนาคต กิเลสเราสูญหมด เพราะฉะนั้นอดีต ปัจจุบัน อนาคต สูญหมด อย่างมั่นใจเด็ดขาดอย่างไรก็ไม่ต้องกลัวอุปสรรคอะไรในอนาคต สูญหมดเลยนั่นต่างหาก610823_รายการสำมะปี๋ซี่วิต ครั้งที่ 8 ณ บ้านราชฯ