สื่อธรรมะพ่อครู(เทวดา นรก สวรรค์) ตอน เทวนิยมคือยังมีเวทนาสอง.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.93 KB
วันที่แก้ไข24 สิงหาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(เทวดา นรก สวรรค์) ตอน เทวนิยมคือยังมีเวทนาสอง _สิกขมาตุผาแก้ว...เมื่อก่อนเวลาฟังพระท่านเทศน์ถึงเรื่องเทวนิยมอเทวนิยมไม่ค่อยซาบซึ้งเท่าไหร่ แต่เมื่ออยู่มาก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าเราซาบซึ้งประทับใจมากขึ้น ก็มีความรู้สึกว่า คำว่าอเทวนิยมมันอยู่ใกล้ตัวเรามาก ตั้งแต่รู้ความพ่อแม่พาเราไปวัด ก็ให้ขอโน่นนี่สารพัด เราก็ไม่เคยได้ในสิ่งที่เราขอเลย แต่ทีนี้พ่อท่านสอนเรื่องอเทวนิยม เชื่อเรื่องกรรม ก็เลยนึกย้อนไปว่าเมื่อก่อนกลัวผี เพราะ พ่อเป็นหมอผี ก็ยิ่งกลัวผีมากขึ้น โตขึ้นมาก็ยังนอนคนเดียวไม่ได้ เมื่อมาปฏิบัติธรรมกับชาวอโศกพ่อท่านบอกว่าผีไม่มีจะซื้อตัวละ 5 ล้านถ้าใครจับมาได้ ชีวิตเราจะเชื่อใครระหว่างพ่อเรากับพ่อท่าน เราก็ว่าเราเชื่อพ่อท่านนะ มาอยู่วัด ที่ศีรษะอโศกก็ยังกลัวผี มีอยู่ครั้งหนึ่งมีศพประสบอุบัติเหตุ ก็มาที่ศาลา พระท่านก็ว่าใครจะพิสูจน์ความกลัวผี แต่ก็ต้องไปให้ถึง เมื่อไปถึงก็เขียนชื่อนามสกุล แต่ไม่กล้าเขียนว่ามาแล้ว เพราะกลัวถูกตามมา มีความกลัวขนาดนั้น ตอนเด็กกลัวจนเป็นไข้ พ่อเราเป็นหมอผีแต่ทำให้เรากลัวมากขึ้น ก็เลยพิจารณาให้มา พิสูจน์บ่อยมากเลย ไปป่าช้าศีรษะอโศกตอนกลางคืน ถามใจเราว่าเรากลัวอะไร เรากลัวตาย พ่อแม่เคยบอกว่าผีจะมาหักคอเรา มาจบตรงที่ว่า ถ้าผีมีจริง เรามีวิบาก เราก็แค่เจ็บหรือตาย เรากลัวความเจ็บหรือตายใช่ไหม พิจารณาต่อไปและมาพิสูจน์ด้วยทำให้เราหายกลัวผีได้ พ่อท่านสอนเรื่องอเทวนิยม ทำให้เราหายกลัวผีได้เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก พ่อครูว่า...ดีแล้วเล่าประสพการณ์ของตัวเอง เทวนิยมกับอเทวนิยม ตอนนี้อาตมาพยายามขยายจนถึงสุดแล้วนะ ถ้ายังเข้าใจว่า เทวะคือเทวดาก็เป็นภพชาติ นิมาณกาย ที่คุณเนรมิตขึ้นมาว่าเป็นตัวตนอย่างนั้นอย่างนี้ก็เท่านั้นเอง มันก็ไม่จบหรอก

อ่านต่อ

ถ้าคุณเข้าใจว่า เทวะ ยังมีอะไรอยู่เหมือนกับศาสนาเทวนิยม พวกนี้เขาไม่จบหรอก เขาก็จะยังมีวิบากวนเวียน อีกนานนับชาติไม่จบง่ายๆ เพราะเขาจะทำให้เกิด สุญญตาหรือทำให้เกิดนิพพานไม่ได้ เขาทำไม่ได้ เขาจะวนเวียนอยู่ในโลกีย สุขๆทุกข์ๆ สมบัติผลัดกันชม วนเวียนแย่งกันนานนับชาติไม่ถ้วน ไม่เข็ด หากเข็ดก็จะยอมมากขึ้น หากคุณยอมให้คนอื่นเอาเปรียบได้ชีวิตต่อไปก็จะเจริญขึ้น แต่ถ้าคุณเอาแต่ได้เปรียบ คุณก็ต่อไปจะยิ่งเลวลง ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องลึกหรือไกล เข้าใจไม่ได้ แต่คนไม่สำนึก กิเลสมันมอมเมาทำให้คนเอาเปรียบต่อไปแล้วยิ่งนึกว่าตัวเองเจริญตัวเองเอาเปรียบตัวเองเป็นเจ้าโลก มันน่าสงสาร ก็วนอยู่แค่นั้นเอง มาเป็นโลกุตระก็เข้าใจว่า เทวะ มันไม่มีตัวตนอะไร สัตว์นรกก็คู่กับเทว เท่านั้นเอง เทวะนี้ พยัญชนะชัดมาก เทวะ แปลว่า 2 ทวิ หรือ ทฺเว สองก็คือ อัตตาตัวหนึ่ง ความโง่ตัวหนึ่ง ความโง่คือความไม่รู้ ศาสนาเทวนิยมแม้แต่เป็นศาสนาก็ยังมีตัวอวิชชาคือไม่รู้ตัวเอง ไม่รู้ตัวอัตตาที่ยึด ปรมาตมันตัวเองใหญ่ยิ่ง เป็นแต่เพียงว่า ฝากความใหญ่ยิ่งนั้น ไปกับพระเจ้าซึ่งตัวเองก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนเป็นอย่างไรเป็นความสูงสุด แล้วความสูงสุดเท่าไรมี ก็คือศาสดานั่นแหละเป็นผู้มี ผู้เอามาประกาศเอามาเปิดเผย แต่บอกว่าเป็นของพระเจ้า เท่านั้นเอง คือ ไม่รู้ตัวตนจนกระทั่ง ตัวตนนั่นแหละที่เอามาประกาศ คือของตัวเองมีคุณมีเท่านี้แหละ ศาสดาทุกองค์ ของเทวนิยมมีเท่านี้ ซึ่งมันก็เยอะ จนกระทั่งคนต้องยอมรับ พูดจริงๆแล้ว อาตมานี่ก็เยอะไม่น้อยหรอก พอๆกับศาสดาต่างๆ มากกว่าศาสดาเทวนิยม ที่เขาไม่มีโลกุตระ อาตมาเยอะกว่า จนเทียบกันไม่ได้ แต่เขาไม่รู้ตัว อย่างศาสดาเทวนิยม เขาไม่รู้ตัว ทีนี้ทางนั้นมันตื้น ตัวเขาเองไม่รู้ส่วน 2 แต่เขาแสดงส่วนเดียว โดยมากคนก็รับส่วนเดียวได้มาก เขาจึงมีบริวารมาก ส่วนอเทวนิยมนั้นทำส่วนเดียวได้ อเทวะ คือไม่สองแล้ว ทำให้เป็นหนึ่งได้ เอกัคคตา เวทนา 2 ทำให้เป็นหนึ่งได้ เวทนาหนึ่งก็คือสัมผัสและรู้ความจริงตามความเป็นจริง ไม่มีอะไรเป็นสอง แม้เป็นหนึ่งก็ชัดเจนว่าเป็นสิ่งอาศัยไม่ได้เป็นเราเป็นของเรา เราสูญ ศาสนาพุทธทำลาย 2 ถึงเรียกว่า อเทวนิยมเป็นหนึ่งก็ได้เป็นศูนย์ก็ได้ คนที่จบแล้วเป็นอรหันต์ ทุกอย่างที่สัมผัสคุณก็ทำให้เป็นศูนย์ได้ แต่คุณก็ต้องมีหนึ่งอยู่คุณยังไม่ตายคุณต้องอยู่กับความมี แต่คุณทำให้ไม่มีได้เลย มีหรือไม่มีของคุณเป็นสิริมหามายา จะให้เกิดมีก็ได้ไม่มีก็ได้ โดยที่คุณเองคุณอาศัยอยู่ที่ว่าง กลาง ไม่มีแล้ว นี่เป็นภาษาอธิบาย ใครมีสภาวะเช่นนี้ก็เป็นอรหันต์ นั่งอยู่ที่นี่แหละ ชีวิตของคุณไม่ต้องทุกข์ ไม่ต้องสุข สัมผัสกับอะไรก็ตาม ซึ่งชีวิตคนก็ต้องมีมากมีน้อยตามดีกรีของมัน เราจะคบหาหรือร่วมทำงาน สัมพันธ์กันเท่าไหร่ก็เท่านั้น ชีวิตก็อยู่สบาย พระพุทธเจ้าให้เรียนรู้ทีละ 2 จนกระทั่งไม่สงสัยเลยในอะไรที่มาสัมพันธ์สัมผัสกัน แล้วคุณก็จัดการให้มันลงตัวอยู่อย่างสมดุลให้ได้ ทุกอย่างจะเกิดการสังเคราะห์สังขารกันเท่านั้นเองก็จบ ที่จริง อรหันต์ไม่ยากเลย ง่าย พวกเราได้แล้วแต่ไม่ชัดเจน คุณก็อยู่กับการสัมผัสนี้ให้รู้ว่าแค่นี้ก็จบ พวกเรานี้ถ้าเข้าใจจะมีอรหันต์ บานตะโก้เลย ของเรานี่แหละ จริง เพราะมันอยู่สบายขนาดนี้ อาตมาว่าพวกเราอยู่ในที่นี้แล้วยังเหลือแต่ความไม่เข้าใจในบัญญัติ ถ้าหากบัญญัติกับสภาวะลงตัว สภาวะพวกเรานี้มันมีมากแล้ว มันเป็นความไม่ยึดไม่ถือไม่ค่อยจะติดใจอะไรมาก มันจะมีอะไรมาก็เอ้อ พวกเรานี้พวก let it be เยอะ ช่างหัวมัน นี่แหละจบแล้วมันไม่มีอะไรมากหรอก เป็นแต่เพียงว่าถ้าช่างหัวมันไม่เอาภาระเลย คุณก็เป็นคนเอาเปรียบ ช่างหัวมันได้อย่างไรเดี๋ยวก็โรงปุ๋ยเรียกเดี๋ยวที่นั่นที่นี่ก็เรียกให้ไปช่วยงาน ดีที่พวกเรา มีปฏิภาณมีสำนึก ว่าเราก็ไม่ควรดูดาย งานก็ช่วยกันทำ งานก็ไม่ค่อยมากเท่าไหร่ มันจุกจิก งานที่เป็นหลักก็ไม่มากเท่าไหร่ เราอยู่กันอย่างพอดิบพอเหมาะแล้วงานก็ไม่มากเท่าไหร่เราก็เลี้ยงสังคมได้อย่างสบาย อยู่กับหมู่ของเราสบาย หมู่บ้านของเรานั้นก็เป็นของเรา หมู่บ้านของเขาต่างคนต่างวุ่นวายซอกๆทำงานกัน หากิน ของเราไม่วุ่นวายมากมีจุกจิกนิดหน่อย ถ้าหากไม่ยึดมั่นถือมั่นอะไรวันๆก็ผ่านไป วันหนึ่งทำไมผ่านไปเร็วเหลือเกิน เดี๋ยวก็หมดวันแล้ว 610823_รายการสำมะปี๋ซี่วิต ครั้งที่ 8 ณ บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน