Asoka Glossary book 1_2563.pdf
เนื้อหาในไฟล์
(คำ�กล่�วสุนทรพจน์บ�งตอน ในโอก�สที่พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ได้รับร�งวัลสันติภ�พ จ�กองค์กรแมนเฮ ประเทศเก�หลีใต้ วันพุธที่ ๘ กรกฎ�คม ๒๕๖๓)“...โลกไม่ได้ต้องก�รแค่สันติภ�พหรืออิสรภ�พอะไรก็ได้ แต่โลกต้องก�รสันติภ�พและอิสรภ�พที่ถูกตรง คือ สันติภ�พและอิสรภ�พที่ไม่มีตัวตน อ�ตม�เชื่ออย่�งแรงกล้�ว่� แก่นของคว�มเป็นอโศก แม้น้อย จะเป็นโมเดลชั้นดีที่ส�ม�รถปลูกคว�มรัก คว�มเมตต� และบ่มเพ�ะสันติภ�พที่ยั่งยืน เข้�ไปในสังคมที่กำ�ลังสับสนวุ่นว�ย...”สมณะโพธิรักษ์ ผู้รวบรวม - ผู้เรียบเรียงดร.อภิสิน ศิวยาธร | ดร.มิ่งหมาย มุ่งมาจน | ดร.พิทยา สิทธิโชติ อภิธานศัพท์อโศกพิมพ์ครั้งที่ ๑ : ตุลาคม ๒๕๖๓จ�านวนพิมพ์ ๔,๐๐๐ เล่ม(ปกทองค�า ‘อภิธานศัพท์อโศก’ ๒๕๖๓ เล่ม)สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๖๓ โดย สหกรณ์ภูมิรักษ์ จ�ากัดห้ามลอกเลียนแบบไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้นอกจากได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรข้อมูลทางบรรณานุกรมหอสมุดแห่งชาติอภิสิน ศิวยาธร. อภิธานศัพท์อโศก. - - กรุงเทพฯ : สหกรณ์ภูมิรักษ์, 2563. 984 หน้า. 1. พุทธศาสนา -- อภิธานศัพท์. I. มิ่งหมาย มุ่งมาจน, ผู้แต่งร่วม. II. พิทยา สิทธิโชติ, ผู้แต่งร่วม. III. ชื่อเรื่อง.294.303ISBN 978-616-93641-0-8ปก : สู่แดนธรรม นาวาบุญนิยมรูปเล่ม : พัชระฉัตร พัฒนพีระเดชพิสูจน์อักษร : สุพาพร ดีนิมิตงาม / รัชฎา ศรีสิทธินาม / จินตนา วิวาห์สุขพิมพ์ที่ : บริษัท วิสคอมเซ็นเตอร์ จ�ากัด29-31 แฮปปี้แลนด์ ซอย 2 ถนนลาดพร้าวแขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240โทรศัพท์ : 0 2734 0773 - 6อีเมล์ : [email protected]เว็บไซต์ : www.viscomcenter.co.th
อาตมาเกิดมาชาตินี้ชัดเจนในตนเองที่สุด ตั้งแต่วินาทีแรกที่ “รู้ตัวเอง” ว่า เราจะต้องมา ทํางานให้แก่ศาสนาพุทธ เต็มที่ เต็มชาติ เต็มควา
อ่านต่อ
มสามารถเท่าที่มี ในจิตตระหนักอยู่ตลอดว่า ไม่มี “งานอื่นใด” เลยที่ สําคัญเท่า “ทําให้คนเข้าใจรู้จักรู้แจ้งรู้จริงธรรมะพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถูกต้องตรงจริง” ตามภูมิรู้เท่าที่มีของอาตมา ด้วยความสามารถที่จะทําได้อย่างเต็มอุตสาหะ ตั้งแต่อายุ ๓๖ ปี จนกระทั่งบัดนี้ก็เข้าปีที่ ๘๗ กว่าครึ่งศตวรรษแล้ว ก็ยังมุ่งมั่นตามปณิธานเดิม ไม่เคยลดน้อยถอยลงเลย และนับแต่วินาทีแรกที่อาตมาพาตนเองออกมาจากความเป็น “คนโลก” มาเป็น “คนธรรม” อย่างจริงจังเต็ม “ความจริง” จากบัดนั้นจนกระทั่งบัดนี้ อาตมาก็ยิ่งมั่นใจยิ่งๆ ขึ้น เพราะยิ่งทํางานมาถึงวันนี้ก็ยิ่งมีคนผู้ปฏิบัติเกิด มรรคผล มีคนรู้ตาม ทําตาม บรรลุผลตามได้สําเร็จจริง จนกระทั่งเกิดสังคมมนุษย์โลกุตระเป็นกลุ่ม “ชาวอโศก” ดําเนินชีวิตอยู่ในโลก มีมวลคนถึงกับเป็นหมู่บ้านชุมชน “บวร” (บ้าน, วัด, โรงเรียน) ร่วมกันดําเนินชีวิตเป็นอยู่สุข สําราญเบิกบานใจ ในพฤติการณ์ “สาราณียธรรม ๖” และลาภที่ได้มาโดยธรรมก็บริโภคร่วมกันเป็น “สาธารณโภคี” หมายความว่า ได้ผลผลิตทรัพย์สินมาอย่างเป็นธรรม ถือว่าเป็นของทั่วไป ไม่ยึดถือเป็นส่วนตน ถือเป็นของส่วนรวม ต่างอาศัยกินใช้ร่วมกันเป็นสาธารณะ ชีวิตของคนในสังคมที่พรักพร้อมด้วย “สาราณียธรรม ๖” นี้จึงดําเนินความเป็นอยู่กันอย่างมี “เมตตากายกรรม - เมตตาวจีกรรม - เมตตามโนกรรม - ลาภ” หรือ ผลผลิตที่ต่างก็ช่วยกัน ขยันสร้างสรรค์ขึ้นมาโดยธรรม ก็กินใช้ร่วมกันเป็น “สาธารณโภคี” พ้น “มิจฉาชีพข้อที่ ๕” คือ ทุกคนทําอาชีพไม่ต้องมีรายได้ส่วนตัวกันทั้งชุมชน นั่นคือ คนในชุมชนนี้ทุกคนต่างสมัครใจ ทํางานฟรีกันทุกคน แต่ละคนทํางานไม่เอารายได้จากการทํางานเลย รายได้หรือผลผลิตที่ได้ทั้งหมดเอาเข้าเป็นของ “ส่วนรวม” แล้วช่วยกันดูแลรักษาร่วมกันเป็นสาธารณะ ซึ่งเท่ากับคน ในชุมชนนี้ “เสียภาษี ๑๐๐%” นั่นเอง เป็น “อนาคาริกชน” คือ แต่ละคนต่างขยันทํางาน ไม่ต้องสะสมเงินทองข้าวของแข่งกันเลย เป็น “คนจน” เสมอหน้ากัน แต่ชีวิตกลับยิ่งสุขสบายอุดมสมบูรณ์ เป็นอยู่สุข ไม่เดือดร้อนทุกข์เข็ญกระเสือกกระสนดิ้นรนอย่างคนชาวโลกีย์ จึงแตกต่างจากคนสามัญส่วนใหญ่ทั้งหลายในโลก พฤติการณ์ของคนสังคมชุมชนนี้จึงเป็นปาฏิหาริย์ ประหลาดพิสดารที่สุดในโลก แต่ก็เกิดได้เป็นจริง ซึ่งทฤษฎี “สาธารณโภคี” นี้ไม่ใช่ทฤษฎีบังเอิญ หรือเป็นเรื่อง สงวนสิทธิ์ หรือเป็นทฤษฎียกเว้นพิเศษเฉพาะเท่านั้น แต่นับเป็นทฤษฎีสากลที่ดียิ่ง มีหลักสูตรให้นําไปเรียนรู้ ปฏิบัติกันแพร่หลายได้ทุกสังคมมนุษย์จะเจริญ ถ้าหากเรียนรู้ให้ “สัมมาทิฏฐิ” และ “สัมมาปฏิบัติ” ย่อมพาเจริญเป็นสังคมสุขสงบอบอุ่นเกิด “สาราณียธรรม” ความเป็น “สาธารณโภคี” อยู่ใน “สาราณียธรรม ๖” ข้อ ๔ ซึ่ง “สาธารณโภคี” นี้เป็นเครื่องยืนยัน “ความจริง” ของสังคมมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจก็ดี ไม่ว่ารัฐศาสตร์ การเมืองก็ดี ไม่ว่าเป็นสังคมก็ดี จึงมีพฤติการณ์เป็นไปเพื่อ “ส่วนรวม” ที่ดีสุดสูงสุด เพราะเป็นไปได้ที่วิเศษยิ่ง มันยืนยันว่า การปฏิบัติธรรมของ“ความจริง” จากใจ พระพุทธเจ้า ถ้ามีมรรคผลจริงแล้ว ก็จะทําให้คนเป็นอาริยบุคคล สังคม คนก็เป็นสังคมอาริยะที่ “มีความเป็นส่วนรวม” เห็นแก่ “ส่วนรวม” ความเห็นแก่ตัวของคนถูกลดลงจริงเป็นจริง อาตมาจึงมั่นใจว่า การอธิบายความหมายของ คําสอนของพระพุทธเจ้า ตามที่อาตมาอธิบายนั้น มีผลสําเร็จตรงตามหลักธรรมของพระพุทธเจ้าสัมมาทิฏฐิจริง โดยเอาหลักคําสอนของพระพุทธเจ้าในสูตรต่างๆ มาตรวจสอบเทียบวัดกับพฤติกรรมจริงของคนผู้ปฏิบัติ ตลอดจนเกิดสังคมที่มี “ศีล - สมาธิ - ปัญญา” หรือเกิดสังคมคนที่มี “จรณะ ๑๕ วิชชา ๘” แท้จริง เพราะ ตรวจสอบแล้วตรงตามพระพุทธวจนะจริงยืนยันพิสูจน์ได้แท้ เช่น เกิด “สาราณียธรรม ๖” ก็เป็นจริงได้ เกิดคุณธรรม “วรรณะ ๙” ก็เป็นได้จริง เป็นต้น หรือสูตรอื่นๆ ก็ล้วนตรงตามพระพุทธวจนะ จริงทั้งนั้น อาตมาจึงหมดกังขา มั่นใจยิ่งในการอธิบายศัพท์แสงต่างๆ ของพระพุทธเจ้าตามที่อาตมาเชื่อมั่นว่า ถูก ต้อง ตรงตามเนื้อแท้ของสัจธรรมพระพุทธองค์ เพราะเกิดมรรคผลได้แท้สัมมาทิฏฐิ จึงมีความเป็น “ชาวอโศก” ขึ้นในโลก ที่มีพฤติการณ์ของ “สาราณียธรรม ๖” กันจริงๆ เป็นคนมี “วรรณะ ๙” ได้จริงๆ ปรากฏความเป็น “จรณะ ๑๕ วิชชา ๘” ยืนยันพุทธคุณแท้ในยุคนี้ได้ เพราะเหตุนี้เอง จึงมีผู้เห็นว่า ที่อาตมาได้สาธยาย อธิบายไว้ทั้งมวลนั้น ซึ่งมันเป็นความรู้ความเห็นที่มีนัยสําคัญหลากหลายที่แปลกต่างไปจากผู้อื่น แย้งผู้รู้ อื่นอยู่มากในยุคนี้ เมื่อมีผลปรากฏปานฉะนี้ ก็น่าจะจัดรวบรวมเรียบเรียงคําอธิบายของอาตมาขึ้นไว้เป็น “อภิธานศัพท์” ให้ชาวอโศกที่ประสงค์จะศึกษาเพิ่มเติมให้ยิ่งขึ้น หรือผู้แสวงหา “ความจริง” ที่ไม่มีอคติมาพบมาเห็นเข้าก็จะเป็นประโยชน์แก่ผู้โชคดีนั้นๆ ด้วย “อภิธานศัพท์อโศก” ฉบับนี้จึงเป็นผลงานที่เกิดตามธรรมชาติแห่งความเป็นจริงที่ต้องเกิดขึ้นฉะนี้เอง ก็ถือว่า เป็น “สิ่งหนึ่ง” ของชาวอโศก ที่เกิดขึ้นด้วยเหตุและปัจจัยของความต้องเกิดต้องเป็นเอง ไม่ได้มีจิต ทําตนอวดกล้าผวาปีกแต่อย่างใดเลย รู้สึกตระหนักในความ ยังไม่บริบูรณ์ ไม่สมบูรณ์พร้อมด้วยจิตคารวะอยู่ ซึ่งแน่ใจจริงๆ ว่า “อภิธานศัพท์อโศก” ฉบับนี้ ยังขาดตกบกพร่องอยู่แน่นอน ก็ต้องน้อมขออภัยเป็นอย่างมาก ในที่นี้เราทําด้วยความตั้งใจ เต็มสามารถก็ได้เท่านี้เอง สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณผู้ที่ได้เหน็ดเหนื่อยรวบรวมจัดทํา “อภิธานศัพท์อโศก” ฉบับนี้ขึ้นเป็น อย่างมากที่ได้ร่วมด้วยช่วยกันพรักพร้อมไปทั้งสมณะ ทั้งสิกขมาตุ และทั้งฆราวาสที่ไม่ใช่ดอกเตอร์ ก็หลากหลาย และทั้งที่เป็นดอกเตอร์ก็ร่วมทํากันอยู่มากท่าน ขออภัยจริงๆ ที่ไม่ได้กล่าวชื่อท่านทั้งหลายที่ได้ร่วมกันเอาภาระต่างเหน็ดเหนื่อยจนสําเร็จออกมาเป็น “อภิธานศัพท์อโศก” เล่มนี้ ขอบคุณอย่างเต็มตื้นใจจริงๆ สมณะโพธิรักษ์ ๔ สิงหาคม ๒๕๖๓ ค�าน�าอภิธานศัพท์อโศก(ฉลองกาญจนาโพธิกิจครบ ๕๐ ปี) วันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ครบ ๕๐ ปีเต็ม ที่พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ทํางานกอบกู้ธรรมะ ของพระพุทธเจ้า ท่านมาต่อเชื้อสัจจะ แก้ไขความผิดเพี้ยน ความเสื่อม ทํางานมา ๕๐ ปี เกิดชุมชนสาธารณโภคีชาวอโศก ชุมชนที่เป็นอิสระ ไม่ถูกครอบงํา ไม่ว่าจะทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ชุมชนชาวอโศก เป็นชุมชนชาวพุทธ แผ่นดินพุทธ สมาชิกในชุมชน สามารถนําหลักธรรมระดับโลกุตระมาปฏิบัติ จนเปลี่ยนแปลงตนเองเป็นอาริยบุคคลระดับ ต่างๆ ได้จริง จนถึงปัจจุบันความรู้ที่พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ได้กล่าวไว้มีจํานวนมาก การรวบรวมคําอภิธานศัพท์อโศกครั้งนี้จึงเกิดขึ้น เพื่อให้พี่น้องชาวอโศกหรือผู้สนใจสามารถค้นหาคําศัพท์โดยง่ายและได้ความหมายที่ถูกต้อง ตรงตามพระไตรปิฎก สามารถนําไปประพฤติและปฏิบัติได้อย่างมีลําดับ มีเหตุ มีผล เป็นวิทยาศาสตร์ มีมรรค มีผล ต่อตนเอง ต่อชุมชน สังคม และประเทศชาติ การรวบรวมหัวข้อหรือคําอภิธานศัพท์อโศก หมายถึงการนําคําเทศน์และหนังสือที่พ่อครู สมณะโพธิรักษ์เขียน ที่ได้ขยายความหมาย ในแต่ละพระสูตรที่สําคัญ ในความหมายแต่ละหมวดคํา อย่างละเอียด ลึกซึ้ง จากพยัญชนะดั้งเดิมในพระไตรปิฎก นํามาจัดหมวด จัดหมู่ จัดลําดับ เทียบเคียง ทั้งสภาวธรรมและพยัญชนะ ให้ถูกต้อง ถูกตรง ไม่ขัดกัน ลงกัน สอดคล้องกันกับพระไตรปิฎก จึงเป็นความสําคัญอย่างยิ่งยวด อภิธานศัพท์อโศก นอกจากจะมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับหลักพุทธศาสตร์แล้ว ยังมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับหลัก รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ ภาษาศาสตร์ จักรวาลศาสตร์ วิทยาศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ โภชนาการศาสตร์ เกษตรศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์และศาสตร์อื่นๆ อย่างน่าอัศจรรย์ อีกทั้งพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ได้ชี้นํา ทํานํา สร้างต้นแบบ แนวทางในระบบบุญนิยม ซึ่งถอดรหัสมาจากพระพุทธเจ้า ให้มนุษย์ได้ศึกษาเป็นแนวทางออกอีกระบบหนึ่ง อภิธานศัพท์อโศกจึงหลุดพ้นข้ามเขตแดนการถกเถียงตีความเพียงพยัญชนะโดยส่วนเดียว เหตุเพราะมีสภาวะจริง ที่เกิดจริง สัมผัสได้จริง มีบุคคลที่พ้นทุกข์จริง มีสังคมสาธารณโภคีและสิ่งแวดล้อมเกื้อหนุนอย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน มีระบบ มีระเบียบ มีต้น มีกลาง มีปลาย มีมรรค มีผล สอดคล้องตรงกันกับรากทฤษฎีในพระไตรปิฎก สัจจะนั้นไม่ขัดกัน ลงกัน เป็นปัญญาอันอุดมสูงสุดของการตรัสรู้ เห็นได้ในปัจจุบันธรรม สัมพันธ์กันทุกมิติ เหตุการณ์ COVID-19 กําลังท้าทายและสั่นคลอนระบบทุนนิยมอย่างยิ่งยวด สังคมไทย ต้องศึกษาแสวงหาเส้นทางใหม่ เพื่อสร้างความสมบูรณ์พูนสุข ในระบอบประชาธิปไตยที่มี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อจะก้าวเข้าสู่รัฐ New Normal Thailand บนรากฐานเศรษฐกิจพอเพียงที่ระบบบุญนิยมมี อันสอดคล้องกับพระธรรมและพระวินัย ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ตรัสไว้ในพระไตรปิฎกเป็นสําคัญ จุดเริ่มต้นของการศึกษาค้นคว้าที่จะนํา “ปัญญา” มาสู่สังคมและเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ถูกต้อง คณะผู้จัดทําอภิธานศัพท์อโศก มีความคาดหวังว่าชาวอโศกและประชาชนผู้สนใจ จะสามารถเข้าใจ เข้าถึง เนื้อหา สาระ ได้โดยง่ายขึ้น จึงได้จัดทําอภิธานศัพท์อโศก ในระบบออนไลน์ https://www.borvornsocial.com/Search.php และจัดทําเป็นเล่มขึ้นมา โดยเฉพาะ เป็นพยัญชนะที่ถูกต้อง คมชัด ในความหมายเดิมนั้น คืออย่างไร เข้าระบบ ระเบียบ เป็นหลัก เป็นฐาน พอจะได้เป็นตํารา textbook ไว้สําหรับเล่าเรียนได้พอสมควรในอนาคต การเก็บรวบรวมคําศัพท์และหัวข้อธรรมครั้งนี้เป็นครั้งแรก ค่อนข้างฉุกละหุก เนื่องจากมีเวลาจํากัด และคณะด้อยในประสบการณ์ ความบกพร่องผิดพลาดอาจจะเกิดขึ้นโดยมาก จึงหวังว่าจะได้รับคําชี้แนะจากท่านผู้รู้และผู้สนใจ เพื่อจะได้นําไปปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ในเล่มต่อๆ ไป คณะพุทธตรีลักษณ์หมายเหตุ: อภิธานศัพท์อโศก หมายถึง คําศัพท์หรือวลีที่เป็นคําสอนของ “พ่อครูสมณะโพธิรักษ์” ได้ให้ความหมายเฉพาะเป็นของชาวอโศกแบบเหนือโลกหรือแบบโลกุตระ คณะผู้ร่วมท�าหนังสือ“อภิธานศัพท์อโศก”คณะท�างานฝ่ายสมณะ คณะท�างานฝ่ายฆราวาส๑. สมณะเดินดิน ติกขวีโร ๑. ดร.อภิสิน ศิวยาธร๒. สมณะบินบน ถิรจิตโต ๒. ดร.มิ่งหมาย มุ่งมาจน๓. สมณะเสียงศีล ชาตวโร ๓. ดร.พิทยา สิทธิโชติ๔. สมณะสมณะพิสุทธิ์ พิสุทโธ ๔. นายสู่แดนธรรม นาวาบุญนิยม๕. สมณะคิดถูก ทิฏฐุชุกัมโม ๕. นายสุชาติ ลีรคมสัน๖. สมณะซาบซึ้ง สิริเตโช ๖. นางสาวราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์๗. สมณะฟ้าไท สมชาติโก ๗. นางสาวสีดา ลูกบัว๘. สมณะเด่นตะวัน นรวีโร ๘. นางสุริยา สิทธิสงค์๙. สมณะแก่นเกล้า สารกโร ๙. นางสาวใบฟ้า ธัมทะมาลา๑๐. สมณะดินไท ธานิโย ๑๐. ปะตรงเตือน นาวาบุญนิยม๑๑. สมณะมือมั่น ปูรณกโร ๑๑. นางเอื้อมพร บริงโซ๑๒. สมณะโพธิสิทธิ์ โพธิสิทโธ ๑๒. นางสุขฤดี แก้วอําไพ๑๓. สมณะถักบุญ อาจิตปุญโญ ๑๓. นางรัตน์ติกร กันธิยา๑๔. สมณะด่วนดี สุชโว ๑๔. นางทองธรรม เจนชัย๑๕. สมณะแสนดิน ภูมิพุทโธ ๑๕. นางร่มเย็น นาวาบุญนิยม๑๖. สมณะถักร้อย ธัมมธโร ๑๖. นางลิหวา วิลามาศ ๑๗. นางบุญส่ง กลางสอนคณะท�างานฝ่ายสิกขมาตุ ๑๘. นางรักเย็น หน่อแก้ว๑. สิกขมาตุรินฟ้า นิยมพุทธ ๑๙. นางสาวศิริรัตน์ พิพัฒน์พันธ์๒. สิกขมาตุแสงฝน อโศกตระกูล ๒๐. แม่ชีสุภาพ รักษ์ประสูตร๓. สิกขมาตุตรงธรรม รักพงษ์อโศก ๒๑. นางพัชรกันย์ ขํากฤษ ๒๒. นางพันราศี ประชาโชติคณะท�างานฝ่ายภาพ ๒๓. นางสาวสมใจ ติยกุลพานิช๑. สมณะแสนดิน ภูมิพุทโธ ๒๔. นายธีรพงษ์ บุญมานัด๒. นายสู่แดนธรรม นาวาบุญนิยม ๒๕. นายปรีชา หารชนะ ๒๖. เด็กหญิงดาวเด่นไพร ปราณีต เล็กๆ น้อยๆ และเรียบง่ายที่น่าบันทึกในฉบับปฐมบท ในวาระศุภมงคลสมัยครบ ๕๐ ปี การทํางานโพธิกิจของสมณะโพธิรักษ์ ผู้นําพา จิตวิญญาณของชาวอโศกในวิถีชุมชนสาธารณโภคี การจัดพิมพ์หนังสือ “อภิธานศัพท์อโศก” ฉบับปฐมบท พุทธศักราช ๒๕๖๓ เป็นหนึ่งกิจกรรมที่ร่วมกับกลุ่มชาวอโศกทั่วประเทศในการจัดงาน สู่แดนทอง ฉลอง ๕๐ ปีโพธิกิจ ทางสหกรณ์ภูมิรักษ์ ซึ่งเป็น ๑ ใน ๙ องค์กร ได้รับอนุมัติจากพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ และหมู่สงฆ์สมณะและสิกขามาตุ ที่ร่วมงานตรวจสอบหนังสือนี้ให้จัดพิมพ์ขึ้นได้ มีสาระเล็กๆ น้อยๆ ที่เรียบง่ายในการดําเนินงานจัดพิมพ์หนังสืออภิธานศัพท์อโศกอยู่ ๓ สาระ ได้แก่ ๑. ความเป็นมา ๒. ความเป็นวาระมงคลสมัย โดยมีศุภนิมิต ๓. ความเป็นหนึ่งในโลก คือ อาหาร ๑. ความเป็นมา การเผยแพร่ธรรมะของพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ตลอด ๕๐ ปี มีหลากหลายรูปแบบมาก อาทิ สื่อสิ่งพิมพ์หนังสือธรรมะต่างๆ เทปคาสเซต แผ่นซีดี ต่อมาแผ่นดีวีดี การจัดทําเทปวิดีโอ จนมาเป็นบุญนิยมทีวี และเผยแพร่ YouTube เป็นต้น เพื่อประโยชน์สูงสุดที่เหมาะสมตาม ยุคกาลสมัย ในมุมเล็กๆ ของการทํางานสื่อที่แพร่สะพัด มีความต้องการจัดเก็บบันทึกคําสอนพ่อครูฯ ในรูปคําศัพท์และคําความ มาเป็นระยะๆ จัดทําโดยสมณะและสิกขมาตุบางองค์ แม้แต่ฆราวาส บางท่านมาเงียบๆ แต่ทํากันได้เป็นบางช่วงของแต่ละท่านแล้วก็หยุดพักกันไปตามภารกิจที่สําคัญ เร่งด่วนที่หมุนเข้ามา คณะทีมงานผู้รวบรวมเรียบเรียงในการสนับสนุนโดยสหกรณ์ภูมิรักษ์ที่เริ่มงานมาประมาณ ปีเศษ ก็ได้รับทราบและได้รับมอบข้อมูลรวบรวมเดิมๆ ตั้งแต่ยุคต้นๆ ปี พ.ศ. ๒๕๑๒ เรื่อยมา พร้อมกับการอนุโมทนาสาธุกับภารกิจในการรวบรวมระดับอภิธานศัพท์ (glossary) ฉบับนี้ ให้สําเร็จปรากฏขึ้นมา จึงกล่าวได้ว่า การจัดทําหนังสือนี้เป็นความต้องการที่มีมาอย่างยาวนานในชาวอโศกเอง และจัดทําเพื่อประโยชน์ของชาวอโศกที่มีความสําคัญยิ่งยวดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนี้ ๑.๑ ผ่อนเบาแรงงานเพื่อถนอมพลังชีวิตของพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ที่สูงวัยขึ้นถึง ๘๗ ปีแล้ว สําหรับผู้มาใหม่หรือนักศึกษาทําปริญญาตรี - โท - เอก ที่เข้ามาก็มักถามคําถามในระดับต้นๆ และมิติสังคมรูปแบบชีวิตชุมชนแบบกว้างๆ ก็สามารถเตรียมพื้นฐานข้อมูลจากอภิธานศัพท์อโศก เล่มนี้ จะช่วยได้เป็นอย่างดี ๑.๒ พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ก็สามารถเห็นและตรวจทานองค์ธรรมความรู้ในอภิธานศัพท์ที่ชําระให้ถูกต้อง เรียบง่าย แต่ลึกซึ้งขึ้นได้เรื่อยๆ เพราะมีฐานอภิธานศัพท์อโศก ฉบับปฐมบทรองรับและจะถูกถ่ายทอดบันทึกเพิ่มขึ้น ดีขึ้น ลึกซึ้งขึ้น ในฉบับที่ ๒ - ๓ - ๔ ไปได้สมควรตามธรรมในขณะที่พ่อครูฯ ยังมีชีวิตโพธิกิจอยู่ ๑.๓ เหล่าสมณะผู้เถระและสิกขมาตุผู้สูงวัยขึ้น ก็สามารถใช้ประโยชน์จากอภิธานศัพท์อโศกที่ท่านอาจจะไม่มีโอกาสรับฟังธรรมจากพ่อครูฯ ได้ตลอด เนื่องจากเวลาที่ถูกรวบรัดด้วยงานความรับผิดชอบท่วมท้น ท่านผู้ถวายชีวิตให้งานสืบสานพุทธศาสนาอาจจะพบคําสอนที่แฝง อยู่แล้วคลิ๊ก ปัญญาวิมุติ หรือ อุภโตภาควิมุติ เป็น probability จะตกกับองค์ใดรูปใดแม้ในชาตินี้ ก็นับเป็นโอกาสที่สูงค่ายิ่ง ๑.๔ ในระดับฆราวาสยิ่งมีฐานกว้างขึ้นและหลากหลายระดับภูมิธรรม ตามบารมีและ ซึมซับอยู่กับชาวอโศกมายาวนาน หรือแม้แต่ฆราวาสอโศกที่ไปๆ มาๆ นับสิบปีหรือหลายสิบปี • ‘สายศรัทธา’ ก็เติมพลังชีวิตทุกครั้งที่อ่านหรือมีคนอ่านให้ฟัง ก็เหมือนกับมีนิมิตได้ยินทั้งเสียงและภาพจากที่ท่านอยู่มายาวนานไปได้เรื่อยๆ (แม้ในวันเวลาที่พ่อครูฯ ไม่อยู่กับเรา) • ‘สายปัญญา’ ก็สามารถพัฒนาองค์ธรรมความรู้ที่หลากหลาย และพัฒนาสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนซึ่งเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ เมื่อท่านต้องการออกจากมิติระดับอรูปภพสุดท้าย (งดงามบั้นปลาย) หมวดธรรมที่ลึกซึ้งในระดับนี้ก็มีอยู่ในอภิธานศัพท์อโศก และเป็นการสั่งสมบารมีธรรมของท่านที่ติดตัวไปเป็นเสบียงธรรมในชีวิตภพหน้าสืบไป ๑.๕ แม้เป็นส่วนน้อยแต่ก็เป็นการลดความเบี่ยงเบนขององค์ธรรมในอนาคตที่ยาวนานออกไป การตีความและประสบการณ์ของสมณะผู้เถระจะใช้ประโยชน์จากอภิธานศัพท์อโศกร่วมกันได้ และเพื่อช่วยในยามพบอุปสรรคงานที่อาจมีคําถามว่า ถ้าพ่อครูฯ อยู่ ท่านจะกล่าวธรรมอย่างไร ซึ่งก็ได้รวบรวมสาระสําคัญไว้ในอภิธานศัพท์อโศกนี้ (และง่ายต่อการค้นหาสรุปออกมา) ๒. ความเป็นวาระมงคลสมัย โดยมีศุภนิมิต ผู้ติดตามฟังธรรมพ่อครูฯ มายาวนานจะคุ้นเคยกับการนํารหัส เช่นปี พ.ศ. นั้นนี้ว่าจะมีเหตุการณ์หรือสิ่งที่เกิดขึ้นมาให้สัมผัสกระทบรับรู้อยู่ เช่นเดียวกับปี พ.ศ. ๒๕๖๓ อันเป็นมงคลสมัยครบรอบ ๕๐ ปีโพธิกิจ ย่อมสามารถมีศุภนิมิตในกาละที่มีกรรมสําคัญ คือการเกิดขึ้นของอภิธานศัพท์อโศก มีนิมิต ๔ ลําดับ ดังนี้ ๑. ลําดับล่าสุด ๒ ๕ ๖ ๓ ๒. ลําดับปลาย ๗ ๙ ๓. ลําดับกลาง ๑ ๖ ๔. ลําดับต้น ๗ ซึ่งจะได้แสดงถึงศุภนิมิตตัวเลขที่แทนหมวดธรรมสําคัญๆ ที่ปรากฏในอภิธานศัพท์อโศกเล่มนี้ (สําหรับผู้มี mindset ทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่เข้าใจแนวทางถอดรหัสธรรมเช่นนี้ก็แนะนํา ให้ข้ามหัวข้อนี้ไปก่อนได้) ๒.๑ ลําดับล่าสุด มีตัวเลขปี ๒๕๖๓ ดูผิวเผินก็ไม่แปลกอะไร แต่เมื่อข้าพเจ้าได้ตรวจ อ่านแล้วอ่านอีก ๒ - ๓ รอบ ก็ประหลาดใจกับหมวดธรรมสําคัญที่ต้องสะดุ้งกับการปฏิบัติธรรมทั้งชีวิตแต่กลับโมฆะจากโลกุตรธรรม ในหนังสือเล่มนี้มีหมวดธรรมสําคัญ ๔ หมวดที่พ่อครูฯ กล่าวแสดงไว้ ถ้าขาดหมวดธรรมข้อใดข้อหนึ่งก็จะขาดเหตุปัจจัยองค์ประกอบ หรือถึง “ความเป็นโมฆะ” จากนิพพาน ซึ่งเมื่อดูโดยรวมเป็นโมฆะได้ถึง ๔ หมวด • เลข ๒ บ่งถึงหมวด เทวธรรม (ดะ-เว-ธัม-มา) หรือธรรมคู่ เช่น โลกียะ - โลกุตระ, เคหสิตะ - เนกขัมมสิตะ, อากาสานัญจาฯ - วิญญาณัญจาฯ เป็นต้น • เลข ๕ บ่งถึงหมวด ธรรมนิยาม ๕ : อุตุ - พีชะ - จิต - กรรม - ธัมมะ หากรู้ทําทั้ง ๕ สภาวะ ก็ทําใจในใจเป็นถึงระดับอรหัตตผลจิต หรือ อรหันต์เป็น - อมตบุคคล กับ อรหันต์ตาย - ปรินิพพาน • เลข ๖ บ่งถึงหมวด ธรรม ๖ ต่างๆ ที่ประชุมเป็นองค์รวม คือ อายตนะ ๖ / สัมผัส หรือ ผัสสะ ๖ / เวทนา ๖ / ตัณหา ๖ / วิญญาณ ๖ ทั้งหมดนี้เป็นองค์รวมของคํา “ปัจจุบัน (real time) สภาวะ” นี่คือใจความของคําว่าปฏิบัติธรรมลืมตา หากขาดหรือไม่ครบองค์รวมนี้เป็นปฏิบัติธรรมหลับตา • เลข ๓ บ่งถึงหมวด ธรรมปฏิบัติถูกธรรม ๓ ประการ คือ สํารวมอินทรีย์ - โภชเน มัตตัญญุตา - ชาคริยานุโยคะ หากปฏิบัติไม่ครบทั้ง ๓ ข้อเป็นองค์รวมก็ถึงการโมฆะ ดังนั้น คําโมฆะ หรือในพระบาลีมีคําโมฆบุรุษนั้น สาระใจความสําคัญคือขาดบกพร่อง ในองค์ความรู้ทั้ง ๔ หมวดอันเป็นกาละ พ.ศ. ๒๕๖๓ ที่ชาวพุทธผู้สนใจจริงจะมีในใจตลอดตั้งแต่การเรียนรู้ - ลงมือปฏิบัติ - ตรวจสอบผล ซึ่งที่แสดงมานี้โดยลําดับพีระมิดตามตัวเลข ๒๕๖๓ แต่การพิสูจน์โดยการปฏิบัติจะเป็นการทวนกลับย้อนลําดับ ได้แก่ ( ๓ ) กรอบฐานกาย - น้อมนําหมวดธรรมปฏิบัติไม่ผิด ๓ ประการ มาประพฤติให้ครบกรรมสุจริต ๓ ( ๖ ) กรอบฐานเวทนา - น้อมนําหมวดผัสสะ ๖ / เวทนา ๖ / ตัณหา ๖ / วิญญาณ ๖ / อายตนะ ๖ ปฏิบัติเป็นปัจจุบันสภาวะพร้อมทําใจในใจมีมนสิการให้เกิดถึงขั้นมี จักขุ ญาณ ปัญญา วิชชา อาโลก (แสงสว่าง) ได้จริง ( ๕ ) กรอบฐานจิต - น้อมนําการปฏิบัติทุกขั้นตอนพัฒนาจิตไปให้ครบนิยาม ๕ มี รายละเอียดลึกซึ้งของสภาวจิตสภาวธรรมในอภิธานศัพท์อโศกนี้ ( ๒ ) กรอบฐานธรรม - น้อมนําจิตที่อุเบกขาฐานนิพพานสร้างวิปัสสนาญานในหมวดเทวธรรม (ดะ-เว-ธัม-มา) แล้วพัฒนาให้ครบวิชชา ๘ ไปจนถึงการพ้นจากสภาพธรรมคู่ (non-dual) หากผู้ใดมีจิตอ่อนน้อม เรียนรู้สิกขาธรรมบทต่างๆ ที่มีนัยยะแสดงธรรมอันละเอียดพิสดาร หากไม่มีโครงสร้างจากรหัสหรือนิมิต ๒๕๖๓ นี้ก็คงจะพร่าพราย จับไม่ติด ไม่ก็จม คือไม่ไปไหน หรือก็ลอยคือได้แต่สัญญาความจําฟุ้งกระจายจับต้องสภาวะยืนยันรับรองกันไม่ได้ ๒.๒ ลําดับปลาย มีรหัสชุด ๗ มาจาก (๒+๕) ชุดหน้า / กับ ๙ มาจาก (๖+๓) ชุดหลัง ชุดนี้ง่ายและสั้น คือ บ่งบอกภาระโพธิกิจของโพธิสัตว์ระดับ ๗ (พระนิยตโพธิสัตว์) ซึ่งเป็นผู้มีครบสัมมาทิฏฐิทั้ง ๑๐ ข้อ โดยเฉพาะข้อที่ ๑๐ เป็นสยังอภิญญาฯ ผู้ขันอาสามาต่ออายุพระบวร พุทธศาสนาให้ยืนยาวถึง ๕,๐๐๐ ปี ซึ่งเป็น mission พันธกิจที่ท่านสมัครใจมาเอง เป็นการ กตัญญูต่อพระอนุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้า (โพธิสัตว์ระดับ ๙) ผู้ดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว การทํางานภารกิจที่ยากเช่นนี้มิใช่ใครจะมากล่าวอ้างลอยๆ (เพราะหากไม่จริงก็ปาราชิกมีกรรมหนัก) หรือคะนองเล่นๆ แต่นี่ท่านมีผลงานความบากบั่นนําพาหมู่กลุ่มชาวอโศกหลายพันชีวิต และมี คุณูปการยิ่งยวดไปในอนาคต การบําเพ็ญความจริงของโลกุตระในยุคยากแสนเข็ญเช่นนี้จึงเป็น การเพิ่มพูนบารมีของสมณะโพธิรักษ์เพื่อเจริญขึ้นเป็นโพธิสัตว์ระดับ ๙ คือ (ปรารถนาพุทธภูมิ) สําเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งในอนาคต ประมวลความสัมพันธ์ของ ๒ ชุดแรกเป็นหมวดธรรมระดับผู้นํา (ผู้สยังอภิญญาฯ) • ชุดที่ ๑ คือ ๒๕๖๓ เป็นหมวดธรรมอันวิจิตรพิสดาร วิเศษ วิสุทธิ์ ดังปรากฏในหนังสือนี้เพียงส่วนหนึ่งส่วนน้อยที่นําออกให้เห็นนี้เป็นฝ่ายนาม • ชุดที่ ๒ คือ ๗ - ๙ เป็นหมวดฝ่ายรูปที่จําเพาะเจาะจงบุคคลกับงานที่ยากเช่นนี้ การรู้ธรรม “นาม - รูป” ที่คู่กันในระดับสูงลํ้าอันไม่มีใครมาปลอมแปลงและกล่าวอ้างที่มิอาจเอื้อม ได้เลย ความจริงย่อมเป็นความจริงของสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเป็นจริงได้แล้ว (ซึ่งไม่ขึ้นกับอิสรภาพความเชื่อส่วนบุคคลของแต่ละคนว่าจะเห็นคุณค่าได้หรือไม่ จึงไม่อาจ วัดด้วยเชิงปริมาณของจํานวนพลเมืองที่เข้าใจ เฉกเช่นเดียวกับตัวอย่างสูตรทฤษฎีสัมพัทธภาพ E = mc2 ของไอน์สไตน์แม้ไม่ใช่ความรู้ในระดับ physic ที่คนทั่วไปจะเข้าใจได้ แต่ก็ได้รับการยกย่องจากนักวิทยาศาสตร์ชั้นนําของโลกซึ่งมีจํานวนน้อย) นิมิตธรรมในลําดับที่ ๓ และ ๔ ต่อไป เป็นหมวดธรรมในระดับผู้ตาม (สาวกภูมิ) จึงอยู่ ในระดับที่จับต้องได้ เปรียบดังใบไม้กํามือเดียวในพระไตรปิฎกเถรวาท ๔๕ เล่ม ๒.๓ ลําดับกลาง มีรหัส ๑๖ มาจาก (๗+๙) ในข้อ ๒.๒ เป็นรหัสแสดงผลงานของพ่อครูฯ และชาวอโศกในช่วงกลางๆ คือ การก่อสร้างอาคารวิหารพันปี ซึ่งเป็นการนําเสนอรหัสธรรม ที่แฝงอยู่กับโครงสร้างระดับโอฬาริกวัตถุ ก่อสร้างอยู่ที่สันติอโศก กรุงเทพฯ ถ้าใครเปิดคําศัพท์ อานาปานสติ ๑๖ (เชิงสัญลักษณ์) ที่จะแสดงถึงโครงสร้างวงกลมศูนย์ใหญ่โดยรอบรองรับโครงสร้างเสาโค้งหุ้มสแตนเลส ๑๖ ต้น นั้นเป็นรหัสขั้นต้นชั้นเดียว หากแทนด้วยมิติไตรสิกขา คือ อานาปานสติ ๑๖ แทนมิติ อธิศีลสิกขา เจโตปริยญาณ ๑๖ แทนมิติ อธิจิตสิกขา วิปัสสนาญาณ ๑๖ แทนมิติ อธิปัญญาสิกขา ซึ่งทั้ง ๓ มิติ หมายถึง ความเจริญของจิตถึงขั้นวิมุติ ความเจริญของปัญญาผ่าน วิปัสสนาญานขั้นที่ ๑ เจริญจนครบวิชชา ๘ โดยยังมีสัมผัสนอกในบนฐานไม่ขาดจากกาย อานาปานสติ ๑๖ เป็นองค์รวมครบ ๓ เส้า และการเห็นมิติทั้ง ๓ คือการเจริญเลื่อนความละเอียดจากระดับรูปลึกซึ้งขึ้นสู่ระดับอรูป ถ้าระดับรูปจะเห็นเพียง ๑ หรือ ๒ ระนาบ เมื่อมีมิติทั้ง ๓ ขึ้นไปจึงเล็กละเอียดผ่านเข้าในระดับอรูปได้ ซึ่งเป็นวิญญาณขั้นละเอียดที่จะบรรลุผลในขั้นอนาคามีและอรหันต์ได้เป็นลําดับ รหัสลําดับ ๒.๓ นี้เป็นขั้นสาวกภูมิ โดยรหัสลําดับ ๒.๑ เป็นขั้นพุทธภูมิ (เปิดดูคําศัพท์พุทธภูมิ) ที่มีรองรับโดยเจดีย์ทองโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ที่บรรจุรูปธาตุคือพระบรมสารีริกธาตุ จํานวนนับร้อยกับพระพุทธรูป
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive